การปลูกมันแกว (Yam bean) สร้างรายได้ พร้อมขั้นตอนการปลูกแบบละเอียด

การปลูกมันแกว (Yam bean) สร้างรายได้ พร้อมขั้นตอนการปลูกแบบละเอียด สร้างรายได้ดีสำหรับเกษตรกรผู้ปลูก มันแกว เป็นพืชตระกูลถั่วที่รู้จักกันทั่วไปในหัวมันแกว นิยมนำหัวมาบริโภคเป็นอาหาร ของว่าง และนำมารับประทานกันแบบสดๆ

รวมถึงการนำเอาฝักอ่อนที่นำมาประกอบอาหารได้ แต่เมล็ดฝักแก่มีพิษถึงชีวิต พบปลูกมากในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเกษตรกร สามารถสร้างรายได้หลักหรือปลูกเป็นรายได้เสริมหลังการปลูกพืชไร่ชนิดอื่น นับเป็นอีกทางเลือกที่ดีสำหรับเกษตรกร

มันแกวจัดเป็นพืชไร่ ตระกูลถั่วที่มีถิ่นกำเนิดในแถบทวีปอเมริกา มีหัว และเมล็ดเป็นผลผลิตสำคัญ โดยเฉพาะส่วนหัวที่เป็นผลิตหลักในการปลูกของเกษตรกร เนื่องจากส่วนหัวมันแกวมีการสะสมแป้ง และน้ำตาลไว้ ให้รสหวาน กรอบ จึงนิยมนำมาบริโภคได้โดยตรงหรือนำมาประกอบอาหารต่างๆ มากมาย

การปลูกมันแกว

การปลูกมันแกว (Yam bean) สร้างรายได้

มันแกวจัดเป็นไม้เถา เลื้อยพันตามพื้นดินหรือกิ่งไม้ ไม่ชอบดินชื้นแฉะ มีน้ำขัง ดินเหนียวจัด หน้าแน่นแน่น จึงเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ดินเหนียวปนทราย ดินร่วนปนทราย ดินทราย สามารถทนต่อลักษณะอากาศ และดินที่แห้งแล้งได้ดี

ปัจจุบันพบมีการปลูกเกือบทั่วประเทศ มีพื้นที่ปลูกมากที่สุดในภาคกลาง ได้แก่ สระบุรี ชลบุรี สมุทรสาคร รองลงมา คือ ภาคตะวันออกเฉพียงเหนือ ได้แก่ มหาสารคาม ขอนแก่น หนองคาย ส่วนภาคอื่นมีปลูกน้อย พบในบางจังหวัดเท่านั้น

การปลูกมันแกวยักษ์

การปลูกมันแกวจะนิยมปลูกในช่วงต้นฤดูฝนหรือหากมีน้ำชลประทานก็สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี การปลูกจะใช้วิธีการปลูกด้วยเมล็ดเท่านั้น แต่มีบางครั้งที่ปลูกโดยใช้หัวเพื่อเก็บเมล็ดพันธุ์ และรักษาลักษณะที่ดีไว้สำหรับการปลูกในครั้งต่อไป

การปลูกจะปลูกด้วยการหยอดเมล็ดหลุมละ 2-3 เมล็ด ระยะระหว่างแถว 15 x 15 เซนติเมตร โดยวิธีการปลูกด้วยการยกร่องเหมือนการปลูกมันสำปะหลัง โดยมีระยะระหว่างร่อง 80-100 เซนติเมตร โดยชนิดหัวเล็ก ระยะห่างระหว่างต้น 10-20 เซนติเมตร

วิธีปลูกมันแกว

ชนิดหัวใหญ่ ระยะห่างระหว่างต้น 30-50 เซนติเมตร พื้นที่ 1 ไร่ ใช้เมล็ดพันธุ์ประมาณ 8 กิโลกรัม หรือประมาณครึ่งถัง ต้นมันแกวปกติต้องกำจัดวัชพืช 2-3 ครั้ง สำหรับการปลูกมันแกวในฤดูแล้งไม่ให้น้ำ ไม่ต้องพรวนดินและกำจัดวัชพืช

ในช่วงการเจริญเติบโตเต็มที่ประมาณ 2-3 เดือน จำเป็นต้องเด็ดยอด และดอก โดยเฉพาะการปลูกนอกฤดูฝนที่ต้นเติบโตได้รวดเร็ว ด้วยวิธีการเด็ดหรือบางพื้นที่ใช้ไม้เรียวฟาดให้ยอดหรือดอกขาดออก หากไม่เด็ดยอดจะทำให้ต้นเติบโตมากทำให้มีหัวเล็ก ส่วนการปลูกเพื่อเก็บเมล็ดทำพันธุ์ ไม่ต้องเด็ดยอด และดอก ให้ปล่อยต้นเจริญเติบโตตามปกติ

การใส่ปุ๋ย ให้ใช้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือ 12-8-8 ในระยะเริ่มแรก และสูตร 12-12-24 ในช่วงต้นเจริญเติบโต 2-3 เดือน ในอัตรา 50-65 กิโลกรัม/ไร่ นอกจากนี้ ควรใช้ปุ๋ยคอกที่เป็นมูลสัตว์ในท้องถิ่นร่วมด้วย ในอัตรา 1-3 ตัน/ไร่

การปลูกมันแกวยักษ์

สรรพคุณทางยาของมันแกว

เนื้อของมันแกวใช้รับประทานเพื่อช่วยลดพิษ ลดไข้ อาการปวดศีรษะ แก้ความดันโลหิตสูง ใช้แก้พิษสุราเรื้อรัง แก้เลือดออกตามไรฟัน บำรุงร่างกาย เนื่องด้วยมีวิตามินซีมากพอสมควร (หัวมันแกว 100 กรัม มีวิตามินซีประมาณ 15 มิลลิกรัม)

ในส่วนเมล็ดแก่ของมันแกว ห้ามรับประทานในปริมาณมากโดยเด็ดขาด เนื่องจากประกอบด้วยสารพิษหลายชนิดที่สามารถทำให้เสียชีวิตได้ แต่มีการศึกษา และบางท้องถิ่นนำมาบดเพื่อใช้เป็นยาฆ่าแมลงได้

การปลูกมันแกวแดง

การรับประทานเมล็ดมันแกวเพียงครึ่งเมล็ดสามารถช่วยเป็นยาระบาย ยาถ่ายพยาธิ แต่มักมีอาการข้างเคียง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียนศรีษะ

ในประเทศอินโดนีเซียมีการใช้ผงจากเมล็ดมันแกวทาผิวหนังเพื่อลดอาการระคายเคือง ผื่นคัน รักษาแผล แผลพุพอง เป็นหนองบริเวณผิวหนังได้

เมล็ดพันธุ์มันแกว บรบือวิธีปลูกมันแกวแดง

ประโยชน์ของมันแกว

การปลูกมันแกวมักปลูกเพื่อการเก็บผลิตจากส่วนหัวเพื่อนำมาใช้ประโยชน์เป็นหลัก และรับประทานผลแบบสดๆ ส่วนเมล็ดพบเพียงบางพื้นที่ที่ต้องการเก็บเมล็ดสำหรับเป็นเมล็ดพันธุ์ และการนำเมล็ดไปใช้ประโยชน์ในเรื่องยาต่างๆ

หัวมันแกวนิยมใช้เป็นอาหารบริโภคเป็นอาหารหรือนำมาประกอบอาหาร แต่ทั่วไปนิยมรับประทานหัวสดซึ่งมีรสหวาน และกรอบ ซึ่งหัวมันแกวจะมีปริมาณแคลเซียม และเหล็กสูง นอกจากนั้น เนื้อมันแกวประกอบด้วยเส้นใยสูง ช่วยในการขับถ่าย และมีน้ำเป็นองค์ประกอบมากทำให้ช่วยแก้กระหายได้ดี

เม็ดมันแกวตะเภา

ประโยชน์ในการป้องกันกำจัดศัตรูพืช โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย พบสารสกัดจากเมล็ดมันแกวที่ีมีสาร rotenone และ saponins มีออกฤทธิ์ฆ่าแมลงได้ นอกจากนั้นมีการนำผงเมล็ดมันแกวที่บดให้ละเอียด 0.5 กก. ละลายน้ำ 1 ปี๊บ และแช่ทิ้งไว้ 2 วัน แล้วนำมากรองเอาสารละลายฉีดพ่นพืชผัก พบว่า สามารถกำจัดเพลี้ย และหนอนหลายชนิดได้

มันแกวปลูกเดือนไหน

อาการจากพิษ และการรักษาพิษเมล็ดมันแกว

อาการเมื่อได้รับพิษหลังจากรับประทานเมล็ดมันแกวไป 1-2 ชั่วโมง จะทำให้เกิดอาการแสบร้อนที่ท้องบริเวณกระเพาะอาหาร มีอาการปวดหัว วิงเวียน และอาจจะทำให้มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ตอมาทีอาการท้องร่วง ปวดท้องร่วมด้วย ถ้าได้รับสารพิษมาก อาการจะรุนแรงขึ้นจะทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง ทรงตัว และเดินไม่ได้ ระบบไหลเวียนเลือด และระบบการหายใจผิดปกติ มีอาการชัก หยุดหายใจ และเสียชีวิตตามมา

เมล็ดพันธุ์มันแกว บรบือ

การรักษาอาการ

  1. เมื่อพบผู้ป่วยรับประทานฝักหรือเมล็ดมันแกวให้รีบล้างท้องทันที ด้วยการทำให้อาเจียน และดื่มน้ำตามพร้อมทำอาเจียน 2-3 รอบ ควรระวังไม่ให้ใช้เวลาทำอาเจียนนานหลังดื่มน้ำ เพราะอาจทำให้พิษกระจายมากขึ้น
  2. หลังจากทำอาเจียนให้กินไข่ขาว และรีบนำส่งโรงพยาบาล
  3. หากพบผู้ป่วยมีอาการรุนแรง เช่น ทรงตัว และเดินไม่ได้ มีอาการชัก ให้รีบนำส่งแพทย์ทันที หากหยุดหายใจ ต้องรีบช่วยการหายใจให้ได้ก่อน และรีบนำส่งแพทย์
  4. ต้องดูแลอาการของผู้ป่วยแบบใกล้ชิด และรีบนำส่งแพทย์อย่างรวดเร็ว