การปลูกมะเขือเปราะ (Thai Eggplant) แบบละเอียด พร้อมการสร้างรายได้

การปลูกมะเขือเปราะ (Thai Eggplant) แบบละเอียด พร้อมการสร้างรายได้ จากการปลูกมะเขือเปราะขาย และส่งออก มะเขือเปาะเป็นผักชนิดหนึ่ง และยังนิยมรับประทานผลสดหรือใช้ประกอบอาหารมากมายหลายประเภท เพราะผลของมะเขือเปราะมีความกรอบ ไม่มีเส้นใย มีรสหวาน และรับประทานได้ทั้งผล และยังเป็นที่ต้องการของท้องตลาด รวมไปถึงการส่งออกไปต่างประเทศ

การปลูกมะเขือเปราะ (Thai Eggplant) สร้างรายได้

การปลูกมะเขือเปราะ

วิธีเพาะกล้า

การเพาะกล้าสามารถเพาะได้จากเมล็ดโดยผลสุกในแปลง ให้แยกเมล็ดออก และเก็บรักษาในห่อผ้านาน 1-2 เดือน หากเป็นเมล็ดพันธุ์จากตลาดสามารถใช้เพาะได้ทันที การเตรียมแปลงเพาะให้ใช้ประมาณขนาดกว้างประมาณ 1 เมตร

ความยาวตามปริมาณที่เราต้องการเพาะ ให้พรวนดิน พร้อมกำจัดวัชพืชออกก่อน จากนั้น หว่านปุ๋ยคอกรองพื้น 1 ถัง/ตารางเมตร ก่อนคลุกพรวนด้วยจอบ ก่อนนำเมล็ดหว่านลงแปลง พยายามให้เมล็ดห่างกัน 2-4 เซนติเมตร

หลังจากนั้น ใช้คราดเกลี่ยหน้าดินตื้นให้กลบเมล็ด ก่อนรดน้ำให้ชุ่ม และดูแลให้น้ำต่อเนื่อง วันละ 1 ครั้ง ในช่วง 7 วันแรก จากนั้น ลดเหลือ 2 วัน/ครั้ง เมื่ออายุกล้าได้ประมาณ 10-15 วัน จึงย้ายปลูกลงแปลงต่อ ทั้งนี้ อาจเพาะในกะบะเพาะก็ได้

การปลูกมะเขือเปราะในกระถาง

การเตรียมแปลงปลูกมะเขือเปราะ

การเตรียมแปลงปลูกจะต้องไถพรวนดิน และกำจัดวัชพืชอย่างน้อย 1 ครั้ง จากนั้น หว่านรองพื้นด้วยปุ๋ยคอก 1-2 ตัน/ไร่ ก่อนไถพรวนแปลงอีกรอบ การปลูกเป็นแถว หากต้องการทำร่องปลูก ให้หว่านโรยปุ๋ยคอกตามร่องก่อน และไม่ต้องหว่านรองพื้นตอนไถกลบ

วิธีย้ายกล้า และการปลูก

การย้ายกล้าปลูก ควรดูแลกล้าจนมีอายุประมาณ 10-15 วัน หรือแตกใบจริงแล้ว 3-5 ใบ โดยรดน้ำให้ชุ่มก่อนถอนย้ายกล้า และต้องเตรียมแปลงให้เสร็จก่อน

ขุดหลุมปลูก ลึกประมาณ 10-15 เซนติเมตร เรียงเป็นแถวๆ ระยะห่างระหว่างต้น และแถว ประมาณ 80-100 เซนติเมตร หลังจากปลูกรดน้ำให้ชุ่ม

 การปลูกมะเขือเปราะให้ดก

การให้น้ำ

การให้น้ำมะเขือเปราะจะให้หลังจากการปลูก 7-14 วันแรก ควรให้น้ำทุกวัน จากนั้น ลดเหลือ 2 วัน/ครั้ง แต่ต้องให้ชุ่มในทุกครั้ง จนอายุมะเขือได้ประมาณ 2 เดือน จึงลดเหลือประมาณ 3 ครั้ง/อาทิตย์

การใส่ปุ๋ย

การใส่ปุ๋ยมะเขือเปราะจะใส่หลังจากการปลูกแล้ว 20-25 วัน ให้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 รอบโคนต้น ประมาณต้นละ 1 หยิบมือ และให้อีกรอบเมื่อต้นอายุได้ 45-50 วัน ในสูตร 12-12-24 ในอัตราเท่าเดิม ทั้งนี้ ควรให้ปุ๋ยคอกร่วมด้วยอย่างน้อย 1 ครั้ง

ปลูกมะเขือเปราะ 1 ไร่

การกำจัดวัชพืช

การกำจัดวัชพืชจะทำหลังจากการปลูกแล้ว 20-30 วัน ให้กำจัดวัชพืชด้วยจอบถากหรือใช้มือถอน และอีกครั้งเมื่ออายุครบ 2 เดือน หรือกำจัดเมื่อพบเห็นวัชพืช เพื่อการป้องกันการเน่าตายของต้นมะเขือเปราะ และผลของมะเขือเปราะ

การเก็บผลผลิต

หลังปลูกประมาณ 45-60 วัน มะเขือเปราะจะเริ่มติดผล และทยอยเก็บผลได้หลังจากปลูก 60-80 วัน และเก็บต่อเนื่องนานกว่า 4-5 เดือน ทั้งนี้ การเก็บผล ควรใช้กรรไกรตัดขั้วผล ไม่ควรใช้มือเด็ด เพราะอาจทำให้ยอดขาดหรือโคนต้นถอนได้ แต่หากใช้มือต้องมีความชำนาญ และระมัดระวังเป็นพิเศษ

การเก็บเกี่ยวมะเขือเปราะ

ประโยชน์ของมะเขือเปราะ

  1. ผลมะเขือเปราะสดใช้รับประทานเป็นผักคู่กับอาหารต่างๆ อาทิ น้ำพริก ลาบ ซุบหน่อไม้ ส้มตำ และคั่วกลิ้ง เป็นต้น
  2. มะเขือเปราะใช้ประกอบอาหารเดี่ยวๆ อาทิ ซุบมะเขือ (อาหารอีสาน) หรือใช้ประกอบอาหารต่างๆ อาทิ แกงคั่ว แกงเลียง แกงอ่อม และผัดต่างๆ เป็นต้น
  3. มะเขือเปราะใช้ใส่เป็นส่วนประกอบของส้มตำ
  4. เศษผล และใบมะเขือเปราะใช้ทำน้ำหมักชีวภาพ
  5. ลำต้น และใบสดนำมาสุมรมควัน ช่วยไล่เหลือบ ยุง
  6. สารโซลาโซดีนที่พบในมะเขือเปราะ ใช้เป็นสารตั้งต้นสำหรับสังเคราะห์สารสเตียรอยด์คอร์ติโซน และฮอร์โมนเพศบางชนิด

มะเขือเปราะเจ้าพระยา

สรรพคุณของมะเขือเปราะ

ผล

  • ช่วยลดไข้
  • ช่วยต้าน และยับยั้งมะเร็งตับ และมะเร็งลำไส้
  • ช่วยลดการอักเสบ
  • ช่วยกระตุ้นการขับถ่าย
  • ช่วยลดการบีบตัวของกล้ามเนื้อเรียบ
  • ช่วยต้านโรคมะเร็ง
  • ช่วยบำรุงหัวใจ
  • ช่วยลดความดันเลือด
  • ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
  • น้ำต้มใช้ดื่ม ช่วยป้องกัน และรักษาโรคเบาหวาน ประเทศที่ใช้ประโยชน์จากน้ำต้มในด้านนี้ ได้แก่ ประเทศอินเดีย
  • ช่วยกระตุ้นการเผาพลาญน้ำตาลให้เป็นพลังงาน
  • ช่วยขับพยาธิ

 การปลูกมะเขือเปราะ กรมวิชาการเกษตร

ใบ

  • ใบสดนำมาต้มดื่ม แก้อาการร้อนใน
  • น้ำต้มจากใบใช้เป็นยาขับปัสสาวะ
  • ใบสดนำมาขยำ ก่อนพอกประคบรักษาแผล ช่วยห้ามเลือดของแผล
  • ใบสดนำมาเคี้ยว ช่วยแก้อาการเหงือกอักเสบ
  • น้ำต้มจากใบใช้อาบ แก้ผดผื่นคันตามผิวหนัง

ราก

  • รากนำมาล้างน้ำแล้วต้มดื่ม ลดอาการคันคอ ช่วยบรรเทาอาการไอ
  • น้ำต้มจากรากแก้อาหารอักเสบในลำคอ
  • น้ำต้มใช้เป็นยาแก้หอบหืด
  • น้ำต้มใช้เป็นยาขับปัสสาวะ
  • รากสดนำมาเคี้ยว ช่วยบรรเทาอาหารเหงือกบวม เหงือกอักเสบ และบรรเทาอาการปวดฟัน