การปลูกกระท้อน (Santol) สร้างรายได้ พร้อมวิธีการสร้างรายได้

การปลูกกระท้อน (Santol) แบบละเอียด เพื่อสร้างรายได้ รวมไปถึงขั้นตอนการปลูกที่ถูกวิธี เพื่อนำข้อมูลที่ศึกษาได้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาขั้นตอนการปลูก และการค้าขายที่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้

กระท้อน เป็นจัดเป็นไม้ผลรับประทานที่รับประทานได้ทั้งเปลือกผลที่ให้รสเปรี้ยวอมหวาน และเนื้อผลที่ให้รสหวาน ซึ่งนิยมทั้งรับประทานผลสด ทำอาหาร นำมาแปรรูปเป็นผลไม้ดองหรือของหวาน และยังเป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับคนไทย ด้วยรสชาติและความนิยมทำให้กระท้อนได้กลายเป็นผลไม้เศรษฐกิจที่สำคัญกับประเทศไทย

การปลูกกระท้อน

การปลูกกระท้อน (Santol) สร้างรายได้

การปลูกกระท้อน ปัจจุบันนิยมปลูกด้วยต้นพันธุ์จากการตอน หรือ การเสียบยอด เพราะจะได้ผลที่มีลักษณะ และมีรสตามต้นเดิม และต้นไม่สูงมาก ต้นแตกกิ่งที่ระดับต่ำ ที่สำคัญจะให้ผลหลังการปลูกเพียง 2-3 ปี

ส่วนวิธีดั้งเดิม คือ การปลูกด้วยการเพาะเมล็ด ซึ่งไม่ค่อยนิยมแล้ว เพราะได้ต้นสูงใหญ่ และกว่าจะติดผลได้ก็ประมาณ 5-7 ปี หลังปลูก

กระท้อนพันธุ์ไหนอร่อย

พื้นที่สำหรับปลูก

  1. พื้นที่ลุ่ม พื้นที่ปลูกแบบนี้มักพบในภาคกลาง มีลักษณะเป็นที่ลุ่ม น้ำท่วมถึงง่าย ดังนั้น จึงนิยมยกร่องเป็นคันสูงสำหรับปลูก
  2. พื้นที่ดอน และที่ราดเชิงเขา มักพบในทุกภาค ยกเว้นภาคกลาง พื้นที่ลักษณะนี้สามารถขุดหลุมปลูกได้เลย เพราะไม่ต้องกังวลในเรื่องน้ำท่วม

การดูแลกระท้อน

การเตรียมแปลง

การเตรียมแปลงในพื้นที่ดอนจำต้องไถให้เรียบเสมอ และกำจัดวัชพืชออกก่อน หลังจากนั้น ทำการขุดหลุมปลูก ขนาดหลุมลึก กว้างที่ 50 เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างหลุมหรือระยะปลูกที่ 6-8 x 6-8 เมตร

การปลูก

การปลูกนั้น จะต้องปลูกในช่วงต้นฝนจะดีที่สุด เริ่มด้วยการหว่านโรยก้นหลุมด้วยหินฟอสเฟต ประมาณ 0.5-1 กิโลกรัม/หลุม ร่วมกับปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก ประมาณ 1 ถังเล็ก/หลุม

การใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 ประมาณ 2 กำมือ/หลุม แล้วเกลี่ยดินบนคลุกผสมให้เข้ากัน ก่อนนำต้นพันธุ์ลงปลูกตรงกลาง พร้อมเกลี่ยดินกลบให้พูนเล็กน้อย จากนั้น ใช้ฟางข้าวหรือเศษใบไม้โรยรอบโคนต้น ก่อนจะรดน้ำให้ชุ่ม

 การตัดแต่งกิ่งกระท้อน

การให้น้ำ

หลังการปลูก หากฝนไม่ตกหรืออยู่ในช่วงแล้งจะต้องให้น้ำช่วย 3-5 ครั้ง/เดือน และให้น้ำอย่างสม่ำเสมอหากเริ่มออกดอก และติดผล

การใส่ปุ๋ย

การใส่ปุ๋ยในระยะ 1-2 ปีแรก หรือ ขณะที่ต้นยังไม่เริ่มติดผล ควรเน้นใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยที่ได้จากวัสดุอินทรีย์เป็นหลัก โดยแบ่งใส่ 3 ครั้ง/ปี แต่ละครั้งใส่ประมาณ 5 กำ/ต้น และใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 12-6-6 ร่วมด้วย ประมาณ 2 ครั้ง/ปี ในอัตรา 1-2 กำมือ/ต้น

เมื่อต้นเริ่มออกดอกครั้งแรกให้ใส่ปุ๋ยคอกตามเดิม แต่ปุ๋ยเคมีให้เปลี่ยนมาใช้สูตร 12-12-24 แทน ในอัตราเท่ากันในช่วงแรก แต่ต้องกะรยะการให้ คือ ต้องให้ก่อนหรืออยู่ในระยะออกดอก

ราคา ต้น กระท้อน

การห่อผล และเก็บผลผลิต

หลังจากที่ดอกติดผล และผลโตจนมีสีเขียวอมเหลืองแล้ว ให้ทำการห่อผลด้วยกระดาษหรือหนังสือพิมพ์ เพื่อป้องกันผลจากสัตว์หรือแมลงมาแทะกิน และป้องกันผลติดโรคเน่าร่วงหล่น ผลที่ห่อนี้ จะทำให้มีผิวเรียบ สีผิวเหลืองสวย ไม่มีรอยกัดกินของแมลง ซึ่งจะขายได้ในราคาที่เพิ่มขึ้น

การเก็บผลนั้นในแต่ละพันธุ์จะมีช่วงอายุหรือระยะที่แตกต่างกัน แต่ทั้งนี้ให้สังเกตสีเปลือกผลเป็นสำคัญ คือ สีเปลือกที่เหมาะสำหรับการเก็บ คือ จะต้องมีสีเหลืองหรือสีน้ำตาลอมเหลืองทั่วทั้งผล

เพื่อความแน่ใจให้เด็ดผลมาผ่า และลองชิมเปลือกหรือเนื้อผลจะรู้ได้ดีกว่า แต่หากปล่อยให้ผลสุกมากจะทำให้กลางผลเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลคล้ำ และมีกลิ่นบูดเน่า ลักษณะนี้ ชาวบ้านเรียกว่า ไส้เป็นน้ำหมาก ทำให้ขายไม่ได้ราคา และทำให้ราคาตก เราต้องใส่ใจการดูแลรักษาทุกต้น เพื่อผลผลิตที่ดี

กระท้อนออกเดือนไหน

ประโยชน์ของกระท้อน

  1. ผลกระท้อนสุกนำมารับประทานเป็นผลไม้ รับประทานได้ทั้งเปลือกผลที่ให้รสเปรี้ยวอมหวานใช้จิ้มน้ำปลาหวานยิ่งทำให้เพิ่มความอร่อยขึ้น ส่วนเนื้อผลก็เป็นที่นิยมรับประทานมาก เพราะเนื้อนุ่ม ฉ่ำไปด้วยน้ำ ให้รสหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย
  2. ผลห่าหรือผลสุกนำมาประกอบอาหาร ได้แก่ แกงฮังเล หรือ ตำกระท้อน ส่วนทำของหวาน ได้แก่ กระท้อนลอยแก้ว แยมกระท้อน และกระท้อนทรงเครื่อง เป็นต้น
  3. ผลกระท้อน นิยมนำมาทำกระท้อนดอง และกระท้อนแช่อิ่ม เป็นต้น
  4. เมล็ดกระท้อนนำมาต้มน้ำ ใช้สำหรับฉีดพ่นป้องกันแมลงศัตรูพืชในแปลงผัก
  5. เปลือกลำต้น ถากนำมาต้มย้อมผ้า ให้เฉดสีน้ำตาลอมเหลือง
  6. ต้นกระท้อนตามป่าหรือปลูกตามบ้านยังมีประโยชน์ต่อสัตว์ป่า เช่น เป็นอาหารของนกหรือค้างคาว เป็นต้น

กระท้อนพันธุ์ไหนอร่อย

สรรพคุณของกระท้อน

ผล

  • กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง
  • ให้พลังงาน ช่วยบำรุงร่างกาย
  • เปลือกผลต้านเชื้อจุลินทรีย์ ต้านการอักเสบแผลในปาก
  • กระตุ้นการหลั่งน้ำลาย ช่วยเจริญอาหาร และช่วยย่อยอาหาร
  • มีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิดในเปลือกผลที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ลดการเกิดมะเร็ง ต้านการเสื่อมของเซลล์

การเสียบกิ่งกระท้อน

ใบ

  • ใบสดนำมาต้มน้ำดื่ม ช่วยในการขับเหงื่อ
  • น้ำต้ม ช่วยในการลดไข้ ลดอาการตัวสั่น
  • นำใบมาต้มน้ำอาบ ช่วยแก้โรคผิวหนัง

การเสียบยอดกระท้อน

ราก

  • นำรากมาต้มน้ำดื่ม ช่วยในการดับพิษร้อน
  • น้ำต้มช่วยในการขับลม
  • ช่วยลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย