การปลูกต้นคูน (Pudding-pipe Tree) แบบละเอียด เพื่อสร้างรายได้

การปลูกต้นคูน (Pudding-pipe Tree) แบบละเอียด พร้อมการสร้างรายได้จากการปลูกต้นคูณขาย ต้นคูณ ถูกจัดเป็นต้นไม้ประจำประเทศไทย และยังถูกจัดให้เป็นไม้ดอกไม้ประดับที่ได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับการปลูกและยังปลูกมากทั่วประเทศไทย หรือปลูกมากตามสถานที่ราชการต่างๆ ในประเทศไทย

ต้นคูณจะออกดอกเป็นช่อใหญ่และมีสีเหลืองทองสวยงามเด่น และยังเป็นต้นไม้ที่มีสรรพคุณทางยามากมาย เช่น ใช้รักษาอาการท้องร่วง ใช้เป็นยาระบาย ใช้รักษาแผล แผลติดเชื้อ แผลในปาก และรักษาสุขภาพฟันของเราให้แข็งแรง เป็นต้น ดังนั้นสำหรับวันนี้หากท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับการเพาะปลูกต้นคูณก็สามารถเข้ามาอ่านและศึกษาข้อมูลการเพาะปลูกต้นคูณของเราได้เลยนะครับ

การปลูกต้นคูน

การปลูกต้นคูน (Indian Laburnum) สร้างรายได้

การปลูกต้นคูนส่วนใหญ่จะนิยมปลูกด้วยเมล็ดเป็นหลัก ส่วนการปลูกรองลงมา คือ การปักชำกิ่ง ซึ่งการปักชำกิ่งจะได้ต้นใหม่ที่ลำต้นไม่ใหญ่มาก และไม่สูงมาก สำหรับการออกดอกนั้นก็จะออกดอกเร็ว

และสำหรับการปลูกด้วยเมล็ดนั้นจะปลูกโดยการใช้เมล็ดจากฝักแก่ที่ร่วงจากต้นหรือติดบนต้นที่มีลักษณะเปลือกฝักสีน้ำตาลเข้ม จนถึงมีสีดำสนิท เราสามารถเก็บฝักแก่ได้ในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม เมื่อเราเก็บฝักได้แล้วให้เรานำมาทุบเปลือกออก และแกะเมล็ดออกจากฝัก สำหรับลักษณะเมล็ดพันธุ์ที่ดีเราควรเก็บจากต้นที่มีลำต้นตรง สูงใหญ่ ไม่มีโรค และฝักของเราจะไม่รอยกัดแทะของแมลงต่างๆ เพื่อการเพาะปลูกของเราจะได้พันธุ์ที่ดี และต้นที่สวยงาม

ระยะห่างการปลูกต้นคูณ

การเพาะชำ

การเพาะหว่านในแปลงก่อนย้ายใส่ถุงเพาะชำ

วิธีนี้เราจะทำโดยการหว่านในแปลงเพาะที่ใช้ดินผสมปุ๋ยคอกกองโรยให้สูงประมาณ 15-20 ซม. เราจะหว่านเมล็ดคูณที่เราจะเพาะก่อน แล้วใช้ดินโรยปิดหน้าบางๆ  บนเมล็ดที่เราหว่าน และหลังจากนั้นให้เรารดน้ำเป็นประจำอย่างต่อเนื่องทุกวัน แต่อย่ารดน้ำจนทำให้เปียกมากเกินไป และต้นอ่อนของเราจะงอกภายใน 10- 15 วัน เป็นต้น

เมื่อต้นกล้าของเรามีอายุได้ประมาณ 1 เดือน หรือมีขนาดต้นกล้าสูงประมาณ  5-7 เซนติเมตร ให้เราถอนต้นกล้าออกเพื่อย้ายต้นกล้าของเราไปเพาะในถุงพลาสติกขนาด 4 x 6 นิ้ว และดูแลให้น้ำอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันการตายของต้นกล้า

ปลูกต้นคูน หน้าบ้าน

การเพาะในถุงเพาะชำ

การเพาะในถุงเพาะชำวิธีนี้จะทำให้เราประหยัดเวลาในการเพาะมากขึ้น เพราะมันง่ายและสะดวกกว่า และยังสามารถงอกและเจริญเติบโตได้ดีกว่าวิธีแรก การเพาะจะนำนำเมล็ดมาเพาะในถุงพลาสติกได้เลยโดยไม่ผ่านการเพาะในแปลงก่อน ดังนั้นวิธีนี้จึงเป็นวิธีที่ง่ายกว่าวิธีแรก และยังทำให้เราสามารถย้ายกล้าที่เติบโตแล้วลงแปลงปลูกได้ทันทีแบบไม่ต้องรออะไร

การเพาะต้นคูณนั้นจะใช้ดิน ผสมกับวัสดุเพาะให้เข้ากันดี เช่น แกลบ ขี้เลื่อย เศษใบไม้ต่างๆ ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก และอัตราส่วนดินกับวัสดุที่เพาะควรมีประมาณ 1:1 หรือ 1:2 เพื่อบรรจุใส่ถุงเพาะพลาสติกที่เราต้องการที่จะเพาะปลูก หลังจากนั้นแล้วให้เรานำเมล็ดลงหยอดลงถุงที่เราเตรียมไว้ประมาณ 1 เมล็ด ต่อถุง และวให้เรารดน้ำ และดูแลเอาใจใส่จนถึงระยะลงแปลงปลูก การทำแบบนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ดีและมีคุณภาพเช่นกัน

ต้นคูน ราคา

การปลูกต้นกล้าลงแปลง

ต้นกล้าที่เราได้จากการเพาะทั้ง 2 วิธี นั้นจะมีระยะที่เหมาะสมสำหรับการปลูก คือ ต้นกล้าจะที่ความสูงประมาณ 25-30 ซม. ทำให้เราสามารถปลูกในพื้นที่ว่างที่เราต้องการได้ แต่หากเราปลูกในแปลงที่ใช้กล้าชำตั้งแต่ 2 ต้น ขึ้นไป

เราควรมีระยะห่างของต้นกล้าระหว่างต้นประมาณ 4-6 เมตร หรือมากกว่านั้น เพื่อการปลูกที่ได้ต้นที่สวยงาม สำหรับต้นคูนที่ปลูกในช่วง 2-3 ปีแรก ต้นคูณจะเติบโตได้ช้า แต่หลังจากนั้นจะต้นคูณของเราก็จะเติบโตเร็วขึ้น ส่วนอายุการออกดอกครั้งแรกนั้นจะอยู่ประมาณ 4-5 ปี เป็นอย่างต่ำ

เพาะเมล็ดกัลปพฤกษ์

แมลงศัตรูที่รบกวน

แมลงกินใบ

ในระยะแรกที่ต้นคูนของเรามีอายุประมาณ 1-3 ปีแรก หรืออยู่ในช่วงต้นฤดูฝนต้นคูนของเราจะมีการแตกใบใหม่ที่สวยงาม และเป็นใบอ่อนออกใหม่ ใบอ่อนที่แตกขึ้นมาใหม่นั้นก็จะเป็นอาหารโปรดของแมลงทั้งหลาย เช่น หนอนผีเสื้อกินใบคูน หนอนผีเสื้อเณร ด้วงค่อมทอง แมลงกีนูนดำ และกีนูนแดงซึ่งแมลงเหล่านั้นจะเข้ากัดกินใบอ่อนของต้นคูณให้เกิดความเสียหายและทำให้เกิดความเสียหายต่อต้นคูณของเรา

ต้น กล้า คูน

แมลงเจาะลำต้น

แมลงเจาะลำต้นคูณที่เข้ามากัดกินนั้นส่วนใหญ่จะเป็นตัวอ่อนของผีเสื้อ เพราะตัวอ่อนของผีเสื้อจะอาศัยอยู่ในแก่นของต้นคูน และตัวอ่อนของผีเสื้อจะกัดกินเยื่อไม้ด้านในเป็นอาหารจนหมด และอาจจะทำให้ต้นคูณของเราเกิดโรค และเกิดความเสียหายได้  และแมลงเหล่านั้น ได้แก่  หนอนผีเสื้อเจาะต้นคูณ และหนอนกาแฟสีแดง เป็นต้น และเรามักจะพบเห็นได้ในต้นคูนที่มีอายุประมาณ 1-3 ปีแรก

และหากต้นคูณของเรามีจำนวนแมลงที่เจาะกินมากเราอาจจะสังเกตเห็นได้จาก ต้นคูนของเรามีรูเจาะสีแดงจำนวนมากเต็มต้น และมีน้ำยางไหลออกมาบริเวณลำต้น หากเกิดการทำลายมากเกินไปยอดอ่อนของต้นคูณจะเหี่ยวแห้ง หรืออาจจะทำให้ลำต้นคูณของเราหักโค่นได้ง่าย ดังนั้นเราควรที่จะหาแนวทางการป้องกันการเกิดปัญหาดังกล่าว