การปลูกส้มโอ (Pomelo) แบบละเอียด พร้อมเทคนิคการสร้างรายได้

การปลูกส้มโอ (Pomelo) เพื่อขาย และสร้างรายได้ สามารถปลูกได้ง่าย และยังเป็นผลไม้ที่คนไทยและชาวต่างชาตินิยมหาชื้อมารับประทาน นับได้ว่าเป็นผลไม้ทางเศรษฐกิจที่สำคัญกับประเทศไทย และสำหรับวันนี้หากท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับการปลูกส้มโอ ก็สามารถเข้ามาศึกษาเกี่ยวกับขั้นตอนปลูกปลูกส้มโอแบบละเอียดได้เลยครับ

การปลูกส้มโอ (Pomelo) แบบละเอียด

การปลูกส้มโอทำได้ด้วยวิธีเพาะเมล็ด การติดตา การตอน และการเสียบกิ่ง แต่ทั่วไปนิยมปลูกจากต้นพันธุ์ที่ได้จากการตอนหรือการเสียบกิ่ง เพราะจะได้ต้นที่ไม่สูง และได้ผลส้มโอตามพันธุ์ดั้งเดิมที่ต้องการ

การขยายพันธุ์ ส้มโอ

การเตรียมพื้นที่ปลูก

สำหรับพื้นที่ปลูกส้มโอ บนที่ที่น้ำไม่ท่วมง่ายก็สามารถไถพรวนดินเป็นแปลงให้สม่ำเสมอทั่วไปได้เลย ส่วนพื้นที่น้ำท่วมง่าย เช่น จังหวัดในทางภาคกลางมักขุดยกร่องแปลงเป็นแนวยาวให้สูงขึ้น

ขนาดสันร่องปลูกกว้างประมาณ 6-7 เมตร และเป็นร่องน้ำกว้างประมาณ 1-1.50 เมตร ลึกประมาณ 1 เมตร พร้อมกับทำคันกั้นน้ำรอบสวน การทำแบบนี้ก็จะทำให้ผลผลิตดีและสามารถขายได้ผลกำไรดี

การปลูกส้มโอ

การเตรียมหลุม และวิธีการปลูก

ขุดหลุมปลูกขนาดประมาณ 50 เซนติเมตร พร้อมตากหลุมปลูก ดินที่ขุดขึ้นมานาน 10-14 วัน ส่วนระยะหลุมประมาณ 6-8 x 6-8 เมตร แต่ส่วนมากนิยมในระยะ 7×7 เมตร ทั้งนี้ 1 ไร่ จะปลูกส้มโอได้ประมาณ 25-40 ต้น

หลังจากที่ตากดิน และหลุมปลูกแล้ว ให้นำหน้าที่เกลี่ยลงหลุม พร้อมโรยปุ๋ยคอกหรือวัสดุอินทรีย์คลุกผสมให้เข้ากัน ก่อนนำต้นพันธุ์ลงปลูก โดยให้ระดับดินในหลุมสูงกว่าระดับดินเดิมเล็กน้อย และโรยปิดด้วยฟางข้าวหรือเศษใบไม้ จากนั้นนำไม้หลักปัก และผูกรัดต้นพันธุ์ป้องกันไม่ให้ต้นโยกหรือโน้มเอียง

นอกจากการขุดหลุมปลูกแล้ว เกษตรกรบางที่มักนิยมปลูกด้วยการพูนหรือกองดินเป็นกองขึ้นเหนือพื้นดินประมาณ 20 เซนติเมตร ขนาดกองประมาณ 40 เซนติเมตร แล้วค่อยนำต้นพันธุ์ลงปลูกตรงกลางกองดิน

ประวัติส้มโอ

การให้น้ำ

ในช่วงหลังการปลูกก่อนติดผล และระยะบำรุงต้น จะต้องให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ แต่ช่วงก่อนออกดอกจะต้องให้น้ำน้อยลง และหลังจากที่แทงช่อดอก และติดผลจะต้องให้น้ำเพิ่มขึ้น

ส่วนในฤดูแล้งจะมีความถี่การให้น้ำประมาณ 7 วัน/ครั้ง ด้วยระบบน้ำหยดหรือสปริงเกอร์ ส่วนฤดูฝนให้ปล่อยรับน้ำฝนตามธรรมชาติ

ลักษณะของส้มโอ

การใส่ปุ๋ย

  • ระยะอายุ 1-3 ปี ให้ใส่ปุ๋ยคอกหรือเศษวัสดุอินทรีย์อัตรา 1 กิโลกรัม/ต้น ร่วมกับปุ๋ยเคมี สูตร 15-15-15อัตรา 200 กรัม/ต้น โดยแบ่งใส่ 2 ครั้ง/ปี
  • ระยะบำรุงต้น ก่อนปล่อยให้ติดผลในปีที่ 4 ของช่วงเดือนตุลาคม ใช้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ในอัตรา 1-2 กิโลกรัม/ต้น
  • ระยะเร่งสร้างดอก และบำรุงดอก ในช่วงเดือนธันวาคม ใช้ปุ๋ยสูตร 12-24-12 หรือสูตรที่ให้ฟอสฟอรัสสูง
  • ระยะผลอ่อน ในเดือนมีนาคมถึงเมษายน ใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 หรือใช้สูตรที่ให้โพแทสเซียมสูงเหมือนกับระยะบำรุงผล
  • ระยะบำรุงผล ในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ใช้ปุ๋ยสูตร 12-12-24 หรือสูตรที่ให้โพแทสเซียมสูง

ลักษณะของดอกส้มโอ

การบังคับให้ออกดอก

  • งดให้น้ำ 25-30 วัน จนใบเริ่มเหี่ยวเฉา
  • กลับมาให้น้ำอย่างเต็มที่เหมือนเดิม 7-15 วัน ใบส้มโอจะเริ่มร่วง พร้อมแตกใบใหม่ และออกดอก

Pomelo

การกำจัดวัชพืช

ในช่วยการปลูก 1-2 ปีแรก จำเป็นต้องกำจัดวัชพืชให้อย่างต่อเนื่อง อย่างน้อย 2 เดือน/ครั้ง ด้วยวิธีการไถพรวนดิน ร่วมกับการใช้จอบถอกกำจัดวัชพืชรอบโคนต้น แต่เกษตรกรบางรายมักใช้สารเคมีฉีดพ่น แต่ไม่แนะนำ โดยสารเคมีที่ใช้มักเป็นสารฆ่าหญ้าล้มลุกปีเดียว

ให้ใช้สารในกลุ่มพาราควอต ซึ่งต้องระวังอย่างให้ละอองสารเคมีสัมผัสกับใบ เพราะสารชนิดนี้จะทำลายพืชทุกชนิดที่มีสีเขียว ละอองยาจะไปถูกกับใบส้มเพราะจะทำให้ใบส้มเสียหาย ส่วนหญ้าที่มีอายุมากกว่า 1 ปี เช่น หญ้าคา ให้ใช้สารในกลุ่มไกรโฟเสทฉีดพ่น

ผลผลิตส้มโอต่อไร่

ประโยชน์ของส้มโอ

  1. เนื้อผลนำมารับประทาน ให้น้ำฉ่ำหวานหรือหวานอมเปรี้ยว
  2. เนื้อผลนำมาแปรรูปเป็นน้ำปั่นหรือผสมทำไอศครีม
  3. ใยสีขาวจากเปลือกนำมาสับ และตากให้ ก่อนบดให้ละเอียดจนเป็นผงอีกครั้ง ผงจากเปลือกส้มโอนี้นำมาใช้เป็นส่วนผสมของขนมหวาน เช่น ขนมบ้าบิ่น เป็นต้น
  4. เปลือกด้านนอกของส้มโอนำมาบดผสมสำหรับทำธูปหอม ธูปไล่ยุง

สรรพคุณของส้มโอ

ใบส้มโอ

เนื้อส้มโอ

  • สารโมโนเทอร์ปีนในเนื้อส้มโอช่วยป้องกันโรคมะเร็ง
  • ช่วยในการขับลม
  • ช่วยเจริญอาหาร
  • ช่วยให้กระปรี้กระเปร่า
  • แก้อาการเมาสุรา
  • แก้ลำคออักเสบ

ส้มโอ ชื่อสามัญ

เปลือกส้มโอ

  • เปลือกด้านนอกนำมาบดทารักษาแผล
  • ใช้ทาแก้อาการคันตามผิวหนัง
  • ใช้ทารักษาโรคผิวหนัง
  • ใช้ทารักษาอาการปวดบวมจากแมลงกัดต่อย

ประวัติส้มโอ

ใบส้มโอ

  • ใบนำมาขยี้ทาระงับอาการปวดบวมจากแมลงกัดต่อย
  • ใบนำมาตากแห้ง และชงดื่มเป็นชา แก้อาการปวดท้อง รักษาโรคลำไส้อักเสบ
  • น้ำชาใบส้มโอช่วยในการขับลม
  • แก้อาการปาก และลำคออักเสบ
  • ช่วยขับเสมหะ

ใบส้มโอ

ราก เปลือก และแก่นลำต้น

  • ช่วยขับพยาธิ
  • ช่วยขับลมในกระเพาะ
  • ช่วยขับปัสสาวะ