การเลี้ยงจระเข้ (Crocodile) แบบละเอียด เพื่อสร้างรายได้

การเลี้ยงจระเข้ (Crocodile) แบบละเอียด จระเข้สามารถเลี้ยงได้ง่ายโดยมีขั้นตอนการเลี้ยงไม่ได้ยุ่งยากอะไร จระเข้ จัดเป็นสัตว์เศรษฐกิจครึ่งน้ำครึ่งบกชนิดหนึ่งที่มีมูลค่าต่อตัวสูงมาก เนื่องจาก อวัยวะสามารถนำมาจำหน่าย และใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน โดยเฉพาะหนัง เนื้อ และเลือดที่มีราคาสูงมาก

ในปัจจุบัน จระเข้ที่มีการเลี้ยงเพื่อการค้าในไทยส่วนมากจะเป็นจระเข้น้ำจืดเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากสามารถเพาะพันธุ์ง่าย และเลี้ยงง่ายในแหล่งน้ำจืดทั่วประเทศ มีความต้านทานโรคสูง และเรายังผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และยังขายได้ราคาดีอีกด้วย และยังส่งออกขายต่างประเทศได้แบบสบาย

การเลี้ยงจระเข้

การเลี้ยงจระเข้ (Crocodile)

ในฤดูผสมพันธุ์ จระเข้หลั่งสารที่ขับกลิ่นจากต่อมกลิ่นบริเวณโคนกรามล่าง และทวารหนัก กลิ่นนี้จะติดตามแหล่งที่อยู่ และบริเวณหาอาหารใกล้เคียงเพื่อเรียกคู่ของตนมาผสมพันธุ์กัน มีฤดูกาลผสมพันธุ์ในช่วงเดือนธันวาคม-พฤษภาคม โดยจระเข้น้ำจืดตัวเมียที่เข้าสู่วัยผสมพันธุ์ได้จะมีอายุประมาณตั้งแต่ 10 ปี ขึ้นไป

ส่วนจระเข้น้ำเค็มตัวเมียจะมีอายุประมาณ 12-15 ปี ขึ้นไป และจะวางไข่ได้จนถึงอายุ 25 ปี ส่วนตัวผู้จะเริ่มเข้าสู่วัยผสมพันธุ์ได้ประมาณอายุ 12 ปี ขึ้นไป อัตราส่วนตัวผู้ต่อตัวเมีย 1:1 เมื่อผสมพันธุ์เสร็จจะเริ่มวางไข่หลังจากนั้นประมาณ 1 เดือน ก่อนระยะวางไข่ 2-5 วัน แม่จระเข้จะหาแหล่งวางไข่ และสร้างรังสำหรับวางไข่ ซึ่งจะใช้ใบไม้หรือกอหญ้าปกทับไข่ไว้ ไข่มีสีครีม

อัตราออกไข่ของจระเข้น้ำจืดเฉลี่ยที่ 20-40 ฟอง ขนาดไข่ประมาณ 73 x 48 มิลลิเมตร หนักประมาณ 110 กรัม ระยะไข่ฟักที่ 68-72 วันหลังวางไข่ ส่วนจระเข้น้ำเค็มเฉลี่ยที่ 30-50 ฟอง ขนาดไข่ประมาณ 79 x 50 มิลลิเมตร หนักประมาณ 120 กรัม ระยะไข่ฟักที่ 78-85 วันหลังวางไข่ เมื่อฝังออกจากไข่ ตัวอ่อนมีรูปร่างเหมือนตัวเต็มวัยทุกประการ แต่มีขนาดเล็กกว่า และสีคล้ำกว่า สามารถเดิน และว่ายน้ำเองได้ทันทีหลังฟักออก

การเลี้ยงจระเข้เพื่อการค้า

การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์

ตัวผู้ ควรมีขนาดใหญ่กว่าตัวเมียไม่มากนัก คือไม่ควรยาวกว่าตัวเมียเกิน 50 เซนติเมตร เพราะหากตัวใหญ่เกินไปจะข่มตัวอื่น ในขณะเดียวกันตัวเองก็ไม่สามารถจะผสมกับตัวเมียได้สะดวก ทำให้ไข่ที่ได้มักจะไม่มีเชื้อ นอกจากนี้ตัวผู้จะต้องไม่อ้วนเกินไปและไม่มีลักษณะพิการของอวัยวะต่าง ๆ โดยเฉพาะกระดูกสันหลังต้องไม่คดหรืองอ

ตัวเมีย ก็ไม่ควรเล็กเกินไปหรือแคระแกร็น ขนาดของตัวเมียที่เป็นแม่พันธุ์ควรยาว 2.5 เมตรขึ้นไป และหากเคยวางไข่แล้ว ลักษณะของไข่ต้องปกติ ขนาดสม่ำเสมอ หากออกไข่ผิดปกติ เช่นไข่นิ่ม ไข่มีขนาดใหญ่มากและเล็กมากปนกันหรือไข่มีรูปทรงโค้งผิดรูป ก็ไม่ควรเก็บไว้เป็นแม่พันธุ์ต่อไป แม่พันธุ์ทุกตัวควรมีการติดป้ายหมายเลขที่หาง เพื่อให้สามารถติดตามประวัติการวางไข่ได้ทุกปี

เมื่อได้ทำการตรวจแยกเพศและพิจารณาความสมบูรณ์ของพ่อแม่พันธุ์แล้ว ก็ให้นำจระเข้มาปล่อยลงเลี้ยงในบ่อเลี้ยงพ่อแม่ โดยเฉพาะบ่อสำหรับการเพาะพันธุ์หากมีอยู่แล้วก็สามารถใช้เลี้ยงได้เลย แต่หากจะปรับปรุงบ่ออื่น ๆ มาใช้เลี้ยง ก็ควรจะทำให้พื้นที่ส่วนที่เป็นน้ำมากกว่าบกเท่าตัว หรือมีอัตราน้ำ 2 : 1 และระดับน้ำลึกอยู่ในระหว่าง 1 – 1.5 เมตร

การขออนุญาต เลี้ยงจระเข้

เพื่อให้จระเข้ได้ผสมพันธุ์กัน ส่วนที่เป็นบกควรจะเป็นดินและปลูกต้นไม่ให้ร่มรื่น เพื่อเป็นส่วนที่ให้ร่มเงากับจระเข้ ขณะเดียวกันก็เป็นส่วนที่ให้จระเข้ได้หลบซ่อนและพักผ่อน มีส่วนที่กั้นเป็นช่อง ๆ สำหรับให้แม่จระเข้วางไข่ ในส่วนนี้ดินควรเป็นดินร่วน มีหญ้าและเศษใบไม้ใส่ไว้ให้ด้วย และควรเป็นที่เงียบสงบ

อัตราส่วนของพ่อแม่พันธุ์ในบ่อ เนื้อที่ที่เหมาะสมกับการเพาะพันธุ์จระเข้ ไม่ควรต่ำกว่า 20 ตารางเมตรต่อพ่อแม่พันธุ์ 1 ตัว นั่นคือหากบ่อเพาะพันธุ์มีขนาด 120 ตารางเมตร ก็ใส่พ่อแม่พันธุ์ ได้ไม่เกิน 6 ตัว หรือบ่อขนาด 2.5 ไร่ สามารถปล่อยพ่อแม่พันธุ์จระเข้ได้ 200 ตัว ธรรมชาติของจระเข้ตัวผู้จะผสมพันธุ์กับตัวเมียได้หลายตัว

ในขณะเดียวกัน ตัวเมียก็จะได้รับการผสมพันธุ์กับตัวผู้ได้หลายครั้ง ดังนั้นอัตราส่วนในการเพาะพันธุ์จระเข้ ควรให้มีตัวเมียมากกว่าตัวผู้ เช่น 2 : 1, 3 : 1, หรือ 5 : 2 สำหรับบางฟาร์มอาจใช้อัตราส่วนตัวเมียมากกว่าตัวผู้ถึง 5 : 1 อย่างไรก็ตาม ที่กล่าวมาแล้วนั้นหมายถึงพ่อแม่จระเข้ที่ถึงวัยเจริญพันธุ์แล้ว คือมีอายุตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป

แต่สำหรับบางกรณีผู้เลี้ยงมีความจำเป็นที่จะต้องค่อย ๆ เลี้ยงจระเข้ตั้งแต่ระยะเล็ก จนโตถึงวัยเจริญพันธุ์ หรือจากระยะอื่น ๆ เช่น จากการคัดเลือกจระเข้วัยหนุ่มไว้สำหรับการขยายพันธุ์ หรือเป็นพ่อแม่พันธุ์ กรณีเช่นนี้จระเข้พ่อแม่พันธุ์จะโตเป็นหนุ่มเป็นสาวต้องดูจากอายุและการเจริญพันธุ์

การ เพาะ พันธุ์ จระเข้

อายุและการเจริญพันธุ์ที่สมบูรณ์

1.จระเข้น้ำจืด ตัวผู้จะโตเต็มวัยที่จะผสมพันธุ์ได้เมื่ออายุ 10 ปีขึ้นไป และสามารถที่จะผสมพันธุ์ไปได้เรื่อย ๆ โดยไม่จำกัดอายุ ส่วนจระเข้ตัวเมียจะโตเต็มวัยพร้อมที่จะผสมพันธุ์และวางไข่ได้เมื่ออายุ 10 ปีขึ้นไปเช่นกัน แต่เมื่ออายุได้ประมาณ 20 – 25 ปีแล้ว การวางไข่ก็จะเริ่มลดลง หรืออาจวางไข่เว้นปี

2.จระเข้น้ำเค็ม ตัวผู้พร้อมที่จะผสมพันธุ์ได้เมื่ออายุ 12 ปีขึ้นไป และมีช่วงเวลาผสมพันธุ์ได้นานโดยไม่จำกัดอายุเช่นเดียวกันกับจระเข้น้ำจืด ส่วนตัวเมียจะโตเต็มวัยพร้อมที่จะผสมพันธุ์ได้ตั้งแต่ 12 – 15 ปีขึ้นไป แต่เมื่อมีอายุได้ประมาณ 25 ปี การวางไข่จะเริ่มลดน้อยลงเช่นกัน การผสมพันธุ์และการวางไข่

กรม ประมง การ เลี้ยง จระเข้

การฟักออกจากไข่

ลูกจระเข้ระยะฟักออกจากไข่ใหม่ ๆ จะยังไม่กินอาหาร เนื่องจากยังมีไข่แดง (Yolk) เหลืออยู่ในท้องพอที่จะเลี้ยงตัวเองไปได้ประมาณ 5 – 7 วัน เมื่อไข่แดงถูกนำไปใช้หมดลูกจระเข้ก็จะเริ่มหิวและกินอาหาร อาหารที่ใช้เลี้ยงลูกจระเข้ในระยะแรกนี้ส่วนใหญ่จะใช้อาหารประเภทเนื้อ

การเลี้ยงจระเข้น้ําจืด

อาหารที่ใช้เลี้ยงลูกจระเข้

เช่น กุ้ง ลูกปลา ลูกกบ ลูกเขียดตัวเล็ก ๆ หรือจะใช้ปลาทู ปลานิล โดยแล่เอาแต่เนื้อแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ถ้าเป็นกุ้งก็ต้องแกะเปลือกหุ้มตัวออกก่อน และหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ เช่นกัน แล้วป้อนให้กินวันละครั้ง ในเวลาเย็น โดยจับลูกจระเข้อ้าปาก ใช้ปากคีบคีบอาหารใส่ลงไปในส่วนคอหอย ลูกจระเข้จะกลืนอาหารลงไปเอง เพราะถ้าวางอาหารลงบนส่วนลิ้นลูกจระเข้จะคายอาหารนั้นทิ้ง

เมื่อลูกจระเข้แข็งแรงและสามารถมีแรงกินอาหารได้เองจึงเลิกป้อนอาหารให้กับลูกจระเข้กิน ลูกจระเข้จะกินอาหารเองประมาณ 3 – 5 % ของน้ำหนักตัว โดยจะออกมากินอาหารในช่วงเวลากลางคืนเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากเป็นช่วงที่สงบเงียบไม่มีคนรบกวน สำหรับปริมาณ อาหารที่ให้ในแต่ละวันนั้นก็ต้องสังเกตจากอาหารที่เหลือเป็นเกณฑ์พิจารณา คือถ้าลูกจระเข้กินอาหารหมดก็ค่อย ๆ เพิ่มอาหารให้มากขึ้น

ถ้าเหลือมากก็ให้ลดปริมาณลดลงจนพอเหมาะพอดี เพราะถ้าหากมีเศษอาหารเหลือตกค้างในบ่อจะเป็นเหตุทำให้น้ำเน่าเสียง่าย ต้องเสียเวลาในการเก็บกวาดเศษอาหารและเปลี่ยนถ่ายน้ำในบ่อ ลูกจระเข้ที่ได้กินอาหารเต็มส่วนท้องจะดูอ้วนป้อมและมีการเจริญเติบโตเป็นไปตามปกติ

การเจริญเติบโตของจระเข้

การเปลื่ยนอาหารสำหรับลูกจระเข้

เมื่อเลี้ยงลูกจระเข้จนมีอายุได้ประมาณ 6 เดือน จึงเปลี่ยนเป็นการให้ปลาทั้งตัวเป็นอาหาร ส่วนใหญ่จะใช้ปลาทูและปลานิล เพราะสามารถหาได้ง่าย เลี้ยงไปจนถึงอายุ 2 ปี การให้อาหารก็ยังคงให้วันละครั้งในตอนเย็น เมื่ออายุจระเข้มีอายุ 2 ปีขึ้นไปแล้ว ก็จะเปลี่ยนเป็นการให้ซี่โครงไก่และหมูส่วนที่เป็นมันเป็นอาหารเลี้ยง หรือในฟาร์มที่มีไก่หรือหมูตายก็สามารถนำไปใช้เลี้ยงเป็นอาหารจระเข้ได้

เนื่องจากจระเข้เป็นสัตว์ที่มักนอนนิ่งมีการเคลื่อนไหวน้อย จึงใช้พลังงานน้อย จากระยะนี้จึงไม่จำเป็นต้องในอาหารทุกวัน ถ้าการให้อาหารแต่ละครั้งจระเข้สามารถกินได้อิ่มทั่วถึงทุกตัวแล้วอาจให้อาหารประมาณ  5 – 7 วัน หรือ 10 วันต่อครั้งก็ได้ ซึ่งการให้อาหารนี้ก็ควรให้ในเวลาเย็น เนื่องจากจระเข้จะออกหากินในเวลากลางคืน ส่วนในเวลากลางวัน ในตอนเช้า หรือเย็นมักนอนอ้าปากผึ่งแดดบนลานบ่อและจะแช่อยู่ในน้ำ เมื่อมีแดดจัดหรืออากาศร้อนจะไม่หาอาหารกินแต่อย่างใด