การปลูกเฟื่องฟ้า (Bougainvillea) แบบละเอียด ไม้ประดับที่ทุกบ้านต้องปลูก

การปลูกเฟื่องฟ้า (Bougainvillea) แบบละเอียด พร้อมขั้นตอนการปลูกที่ถูกต้อง เฟื่องฟ้า จัดเป็นไม้ดอกไม้ประดับที่นิยมปลูกทั่วไปตามบ้านเรือน สวนสาธารณะ หรือสถานที่ราชการต่างๆ และยังมีชื่อเรียกอีกว่า ราชินีแห่งไม้ประดับ ด้วยดอกของเฟื่องฟ้าที่มีสีสันสวยงามทำให้เฟื่องฟ้าได้ชื่อนี้มาครอบครอง

และยังเป็นไม้ประดับที่ให้ดอกสวยงาม ดอกมีหลายสีสวยงาม ออกดอกได้นาน ลำต้นเล็ก และสามารถดัดหรือตัดแต่งได้ตามต้องการ ผู้ปลูกสามารถสร้างรายได้จากการเพาะต้นกล้าเฟื่องฟ้าขายได้ เพราะเฟื่องฟ้าเป็นไม้ดอกไม้ประดับที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ทำให้ผู้เพาะปลูกขายไม้ประดับได้ตลอดปี

การปลูกเฟื่องฟ้า

การปลูกเฟื่องฟ้า (Bougainvillea) สร้างรายได้

การปักชำ

การปักชำเฟื่องฟ้า เป็นวิธีที่นิยมมากที่สุดสำหรับการขยายพันธุ์เฟื่องฟ้า เนื่องจากสามารถติดรากได้ดีในเวลารวดเร็ว ง่าย และเกิดการประหยัด รวมถึงได้ดอกตามต้นพ่อแม่พันธุ์ตามต้องการ วิธีนี้จะใช้กิ่งแก่ ตัดความยาวประมาณ 20 ซม.

ตัดในช่วงไม่ออกดอก แต่หากเป็นกิ่งใหญ่ ให้ตัดยาว 70-100 ซม. ปักชำในกระถางหรือถุงเพาะชำ โดยใช้ดินผสมกับวัสดุต่างๆ เช่น แกลบ ขี้เถ้า ขี้เลื่อย และมูลโค อัตราส่วนผสมดินกับวัสดุที่ 2:1 หรือ 1:1 หลังจากนั้นรดน้ำทุกวัน วันละครั้ง ประมาณ 14-30 วัน รากจะเริ่มแทงออก

เฟื่องฟ้า พันธุ์ต่างๆ

การตอน

การตอน เป็นวิธีที่ไม่ค่อยนิยมมากนัก เนื่องจากกิ่งเฟื่องฟ้ามีหนาม และเป็นข้อสั้น ระยะแทงรากนาน ทำให้คนไม่นิยมปลูกด้วยวิธีนี้

การเพาะเมล็ด

การเพาะเมล็ด เป็นวิธีที่ไม่ค่อยนิยมเช่น มักใช้ในวิธีการปรับปรุงพันธุ์เท่านั้น เนื่องจากต้นใหม่มักจะให้สีที่แตกต่างไปจากต้นพ่อแม่พันธุ์เดิม และหากออกดอกปลูกปลูกอาจจะไม่ได้ดีของดอกเฟื่องฟ้าตามความต้องการ ทำให้การเพาะเมล็ดไม่นิยม

ดอกเฟื่องฟ้า ส่วนประกอบ

ลักษณะทั่วไปของ เฟื่องฟ้า

ราก และลำต้น

เฟื่องฟ้ามีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้ เป็นไม้พุ่มกึ่งเลื้อย  มีลำต้นกลม ยาว เนื้อไม้แข็ง และเหนียว เนื้อไม้สีน้ำตาลอ่อน เปลือกมีลักษณะบาง สีน้ำตาลแกมเทา ต้นที่มีอายุมากจะมีเปลือกสีดำ แตกกิ่งก้านมาก กิ่งมีขนาดเล็ก เรียวยาว และโน้มลงพื้น กิ่งมีสีเขียวเมื่ออ่อน และกิ่งแก่มีสีน้ำตาลอ่อน ทั่วกิ่งมีหนามแหลมคมขนาดใหญ่ เกิดบริเวณเหนือก้านใบ สีลักษณะสีคล้ายสีกิ่ง

ส่วนของราก เป็นระบบรากแก้ว แตกออกเป็นรากแขนง และรากฝอย รากมีลักษณะเล็ก เรียวยาวได้หลายเมตร ขนานกับพื้นดิน

สรรพคุณเฟื่องฟ้า

ดอกเฟื่องฟ้า

ดอกเฟื่องฟ้าที่เรามองเห็น และเรียกว่า ดอก จะประกอบด้วยใบประดับหรือใบดอก และช่อดอก

โดยใบดอกหรือใบประดับจะแตกออกที่ซอกกิ่งบริเวณปลายกิ่ง มีลักษณะเป็นรูปหัวใจหรือรูปไข่ 3 ใบ มีลักษณะเป็นแผ่นบางล้อมรอบช่อดอก ฐานใบจรดกันติดกับก้านช่อดอก มีหลายสีตามลักษณะของพันธุ์ เช่น สีแดง สีชมพู สีขาว สีเหลือง สีส้ม เป็นต้น

ดอกเฟื่องฟ้าออกเป็นช่อ แตกออกด้วยกันกับใบดอก และอยู่ถัดจากใบดอกที่มีสีต่างๆ แต่ละช่อมีดอกประมาณ 3 ดอก มีก้านช่อดอกอยู่ตรงกลางบริเวณฐานใบดอก ไม่มีกลีบดอก มีกลีบเลียงเชื่อติดกันเป็นรูปกรวยหลอด กกคลุมด้วยขนสั้นๆจำนวนมาก ภายในกรวยหลอดมีเกสรตัวผู้ 5-10 อัน และเกสรตัวเมียลักษณะยาวเรียว 1 อัน ภายในประกอบด้วยรังไข่

ผลเฟื่องฟ้า

ใบ

ใบเฟื่องฟ้าจัดเป็นใบเดี่ยว แตกออกบริเวณข้อกิ่ง สลับ และเยื้องกันตามความยาวของกิ่งจนจรดปลายกิ่ง ใบมีสีเขียวเข้มหรือสีด่าง มีลักษณะรูปไข่ โคนใบมนใหญ่ และค่อนเรียวที่ปลายใบ กว้างประมาณ 2-5 ซม. ยาวประมาณ 3-8 ซม. มีก้านใบยาวประมาณ 3-5 ซม. มีขนสั้นๆปกคลุมใบ ก้านใบมีเส้นใยเป็นร่างแห

ผล

ผลของดอกเฟื่องฟ้ามักไม่ปรากฏให้เห็นหากไม่นำมาแกะดู เนื่องจากผลจะอยู่ด้านในดอก มีขนาดเล็กมาก สีดำ และที่สำคัญ เฟื่องฟ้าไม่ค่อยติดผลให้เห็นมากนัก นอกจากจะมีการผสมเกสร

เมล็ดเฟื่องฟ้า

ประโยชน์ของเฟื่องฟ้า

ดอกเฟื่องฟ้าสามารถนำมาใช้ในการประกอบอาหารได้ เช่น การทำดอกเฟื่องฟ้าชุบแป้งทอด ด้วยการนำดอกเฟื่องฟ้ามาชุบในแป้งชุบทอด รอให้น้ำมันร้อนจัด แล้วใส่ดอกเฟื่องฟ้าที่ชุบแป้งลงไปทอดจนเหลืองกรอบ แล้วตักขึ้นมารอจนน้ำมันสะเด็ด ใช้รับประทานกับน้ำจิ้มเพื่อเพิ่มรสชาติให้อร่อยยิ่งขึ้น

ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับ เพราะดอกของเฟื่องฟ้ามีสีสันสวยงาม และมีหลายสีจากหลากหลายสายพันธุ์ นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ เป็นซุ้มไม้เลื้อย เป็นซุ้มนั่งเล่น ปลูกในที่สาธารณะ สวนข้างทางเดิน ปลูกเป็นแนวรั้ว ปลูกเป็นไม้กระถาง หรือทำเป็นไม้บอนไซหรือไม้แคระ

ดอกเฟื่องฟ้าสีชมพู

สามารถตัดแต่งทรงพุ่มได้ ดูแลรักษาได้ง่ายและทนความแล้งได้ดี เมื่อมีอากาศเย็นจะมีดอกออกเต็มต้น แต่ไม่ควรนำไปปลูกไว้ใกล้กับสนามเด็กเล่นเพราะมีหนามแหลม

ในด้านความเป็นมงคล คนไทยโบราณมีความเชื่อว่า หากบ้านใดปลูกต้นเฟื่องฟ้าไว้เป็นไม้ประจำบ้านจะสามารถช่วยสร้างคุณค่าของชีวิตให้สูงขึ้น เนื่องจากต้นเฟื่องฟ้าเป็นพรรณไม้ที่ได้รับสมญานามว่าเป็น “ราชินีแห่งไม้ประดับ”

นอกจากนี้คนไทยโบราณยังมีความเชื่ออีกว่า ต้นเฟื่องฟ้าเป็นไม้มงคลสำคัญของเทศกาลตรุษจีน เพราะต้นเฟื่องฟ้าสามารถออกดอกได้บานสะพรั่งในช่วงเทศกาลตรุษจีน

ดอกเฟื่องฟ้าเป็นดอกสมบูรณ์เพศหรือไม่

(จึงเป็นที่มาของการเรียกต้นเฟื่องฟ้าว่า “ต้นตรุษจีน”) ดังนั้นจึงมีความเชื่อว่า เมื่อช่วงดอกเฟื่องฟ้าบานจะแสดงถึงความเบิกบาน สว่างไสว และความรุ่งเรืองที่ก้าวไกลแห่งชีวิต และเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อยู่อาศัย

ควรปลูกต้นเฟื่องฟ้าไว้ทางทิศตะวันออก และผู้ปลูกควรปลูกในวันพุธเพื่อเอาคุณ ถ้าจะให้เป็นสิริมงคลยิ่งขึ้น ผู้ปลูกควรเป็นสตรี เพราะเฟื่องฟ้าเป็นราชินีแห่งไม้ประดับ จึงเหมาะสมอย่างยิ่งกับสุภาพสตรี