การปลูกข้าวบาร์เลย์ (Barley) พร้อมประโยชน์ และสรรพคุณ

การปลูกข้าวบาร์เลย์ (Barley) แบบละเอียด สามารถปลูกและขยายพันธุ์ได้ดังนี้ ทางเว็บไซต์ของเราได้นำเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับการปลูกข้าวบาร์เลย์ มาฝากเพื่อนๆ ที่สนใจเกี่ยวกับการศึกษาและค้นคว้าเกี่ยวกับการเจริญเติบโตของข้าวชนิดนี้ ช่วยสร้างรายได้ให้สำหรับผู้ปลูก

ข้าวบาร์เลย์ จัดเป็นพันธุ์ข้าวเมืองหนาวที่นิยมปลูก และนำมาใช้ประโยชน์มากในแถบประเทศเมืองหนาว และจัดเป็นธัญพืชสำคัญสำหรับใช้ทำขนมปัง ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม และเบียร์ ที่เราเห็นและพบเจอกันจนคุ้นตา ทำให้ข้าวชนิดนี้มีความจำเป็นต่อการดำดงชีวิต

ข้าวบาร์เลย์ เป็นพืชเมืองหนาวที่มีถิ่นกำเนิดในหลายประเทศ ทั้งในแอฟริกาเหนือ และตะวันออกกลาง อาทิ อิสราเอล ตุรกี เอธิโอเปีย ลิเบีย และโมรอคโค เป็นต้น

การปลูกข้าวบาร์เลย์

การปลูกข้าวบาร์เลย์ (Barley)

ข้าวบาร์เลย์เป็นพืชที่เติบโตได้ดีในพื้นที่อากาศหนาวเย็น สามารถทนต่อสภาพอากาศแห้งแล้งได้ดี มีอายุการเก็บเกี่ยวสั้น ต้องการน้ำน้อย และชอบดินค่อนข้างเหนียวหรือเป็นดินเหนียวปนดินอื่นๆ

ปัจจุบันพบปลูกทั้งในประเทศเขตหนาว และเขตร้อน ซึ่งสามารถปรับตัวต่อสภาพอากาศในประเทศที่มีอากาศหนาวน้อยได้ดี และยังต้องการอากาศหนาวเย็นตลอดช่วงการเติบโต

การปลูกข้าวบาร์เลย์ในประเทศไทย นิยมปลูกมากในภาคเหนือ และภาคอีสาน โดยนิยมปลูกในช่วงต้นฤดูหนาว ในแปลงนาหลังเก็บเกี่ยวข้าวหรือแปลงพื้นที่ไร่ เพราะการปลูกข้าวบาร์เลย์จะต้องปลูกในช่วงฤดูหนาว จะทำให้ต้นอ่อนข้าวเจริญเติบโตได้ดี

ข้าวบาร์เลย์ คือ

การเตรียมแปลง

หลังเก็บเกี่ยวข้าวหรือพืชไร่แล้ว ให้ไถกลบดินอย่างน้อย 1 ครั้ง แต่ละครั้งตากดินนาน 7-10 วัน จากนั้น ไถยกร่องหรือขุดร่องตื้นๆ ประมาณ 10 เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างร่อง ประมาณ 25-30 เซนติเมตร เพื่อการเตรียมแปลงสำหรับปลูก

ข้าวบาร์เลย์ ราคา

วิธีปลูก

หลังการเตรียมร่องแล้ว ให้โรยก้นร่องตามแนวยาวของร่องด้วยปุ๋ยคอก อัตรา 1 ตัน/ไร่ และปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 อัตรา 20 กิโลกรัม/ไร่ แล้วโรยเมล็ดข้าวบาร์เลย์เป็นแถวตามแนวยาวของร่อง

ก่อนเกลี่ยดินด้านบนคลุกผสม หรืออักวิธี คือ หว่านเมล็ดทั่วแปลงหลังการไถพรวนครั้งที่ 2 แล้วใช้รถไถปั่นคลุกหน้าดินให้กลบเมล็ด ทั้งนี้ ให้หว่านรองพื้นปุ๋ยก่อนการไถกลบครั้งที่ 2 เพื่อการเจริญเติบโตได้ดี

ข้าวบาร์เลย์งอก

การเก็บผลผลิต

ข้าวบาร์เลย์เป็นพืชที่มีอายุการเก็บเกี่ยวสั้น ประมาณ 90-110 วัน หรือประมาณ 3 เดือนเศษๆ โดยการเก็บเกี่ยวอาจใช้เคียวเกี่ยวด้วยมือหรือใช้รถเกี่ยวข้าวทั่วไป

สำหรับเมล็ดพันธุ์ควรจัดเก็บในถุงผ้าหรือถุงกระสอบในที่แห้ง ก่อนเก็บควรคลุกสารป้องกันแมลง โดยเฉพาะด้วงงวงข้าว (Sitophilus oryzae) ที่มักพบอาศัย และเจาะกินเมล็ดพันธุ์จนเสียหาย

เมล็ดข้าวบาร์เลย์ ซื้อที่ไหน

ชนิดพันธุ์ตามฤดู

กลุ่มพันธุ์หนาวแท้จริง (winter type)

เป็นข้าวบาร์เลย์ที่เติบโต และติดเมล็ดได้ดีเฉพาะพื้นที่ที่มีอากาศหนาว และต้องการอากาศหนาวมากกว่า 6 เดือน

กลุ่มพันธุ์ฤดูใบไม้ผลิ (spring type)

เป็นข้าวบาร์เลย์ที่เติบโต และติดเมล็ดได้ในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็นไม่มาก และต้องการระยะเวลาของอากาศหนาวน้อย ประมาณ 6 สัปดาห์ เป็นพันธุ์ที่ปลูกมากในแถบเอเชีย และมีการปลูกในประเทศไทย

ข้าวบาร์เลย์

โรคข้าวบาร์เลย์

โรคต้นแห้งจากเชื้อรา มีสาเหตุมาจากเชื้อรา Trichoderma harzianum พบแพร่ระบาดในแปลงที่ชื้นมาก การระบายน้ำไม่ดี มีการระบาดมากในระยะแตกกอ ทำให้ต้นแห้งตาย มีวิธีป้องกัน

คือ นำเมล็ดคลุกสารป้องกันเชื้อราก่อนหว่านลงแปลง เช่น carboxin อัตรา 0.2% และฉีดพ่นด้วยสารกำจัดเชื้อราอีกครั้ง หลังหว่านเมล็ด 30 วัน รวมถึงเตรียมแปลงให้มีร่องหรือลาดเทที่สามารถระบายน้ำได้ดี

วิธีต้มข้าวบาร์เลย์

ประโยชน์ข้าวบาร์เลย์

1.เมล็ดข้าวบาร์เลย์ใช้แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ข้าวเมล็ดกลม เล็กๆ เรียกว่า peal barley ที่นิยมนำมาหุงหรือต้มรับประทานแทนข้าวสวยได้ รวมถึงใช้เป็นส่วนผสมของขนมหวานหรือใช้ใส่ในน้ำเต้าหู้

2.ข้าวบาร์เลย์แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์แป้งสำหรับใช้ทำขนมปัง และเค้ก เป็นต้น

3.ข้าวบาร์เลย์ใช้เป็นวัตถุดิบในการทำข้าวมอลต์ (barley malt) ที่เป็นวัตถุดิบที่ใช้ในโรงงานผลิตเบียร์ และวิสกี้ โดยพบว่า ข้าวบาร์เลย์ชนิดหกแถวจะมีองค์ประกอบของเอนไซม์ และโปรตีนสูง แต่มีปริมาณแป้งน้อย และขนาดเปลือกหนา

ข้าวบาร์เลย์ เมนู

ซึ่งการมีปริมาณเอนไซม์สูงนี้จะช่วยเพิ่มการเปลี่ยนแปลงระหว่างกระบวนการ mashing ได้ดี ส่วนข้าวบาร์เลย์ชนิดสองแถว จะมีข้อดีที่ว่ามีองค์ประกอบโปรตีนที่ต่ำกว่า ทำให้ช่วยลดความขุ่น (haze) ของกระบวนการหมักเบียร์ได้ดีกว่า ทั้งนี้ ข้าวบาร์เลย์ 300 กิโลกรัม

สามารถทำเป็นข้าวมอลต์ได้ประมาณ 225 กิโลกรัม และข้าวมอลต์ 225 กิโลกรัม จะผลิตเบียร์ได้ประมาณ 1800 ลิตร

4.ข้าวบาร์เลย์ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเครื่องดื่มเสริมสุขภาพชนิดต่างๆ อาทิ โอวัลติน ขนมอบกรอบ และอาหารเช้า เป็นต้น

5.กากข้าวบาร์เลย์หรือข้าวมอลต์ใช้เป็นส่วนผสมในอาหารสัตว์สำหรับเป็นแหล่งเสริมโปรตีนและคาร์โบไฮเดรต

ข้าวบาร์เลย์ ลูกเดือย

สรรพคุณข้าวบาร์เลย์

  • ต้านโรคมะเร็ง
  • ช่วยต้านอาการอักเสบ
  • ช่วยรักษาโรคไขข้ออักเสบ
  • ช่วยลดอาการบวมน้ำ
  • ช่วยบรรเทา และป้องกันโรคเกาต์
  • ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
  • ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความแก่
  • กระตุ้นภูมคุ้มกันให้แข็งแรง
  • ช่วยป้องกันโรคหัวใจ
  • ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด

เมล็ดข้าวบาร์เลย์

  • ช่วยรักษาโรคอ้วน
  • ป้องกัน และรักษาโรคธาลัสซีเมีย
  • ช่วยกระตุ้นการหลั่ง และรักษาระดับฮอร์โมนให้เป็นปกติ
  • กระตุ้นการทำงานของระบบสืบพันธุ์ และการเจริญพันธุ์
  • ช่วยป้องกันโรคเบาหวาน
  • ช่วยป้องกันอาการวัยทอง
  • ป้องกันโรคกระดูกพรุน
  • ช่วยป้องกันโรคไต และบำรุงไต
  • ป้องกันโรคโลหิตจาง
  • ช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง