การปลูกข้าวโพดฝักอ่อน (Baby corn) แบบละเอียด เพื่อสร้างรายได้

การปลูกข้าวโพดฝักอ่อน (Baby corn) แบบละเอียด พร้อมขั้นตอนการปลูก เป็นการสร้างอาชีพ และสร้างรายได้อีกหนึ่งช่องทางที่น่าสนใจ ข้าวโพดฝักอ่อน เป็นผลผลิตทางการเกษตรของข้าวโพดที่เก็บเกี่ยวฝักในระยะฝักอ่อน เพื่อนำมาบริโภค และขายส่งตามท้องตลาด

เนื่องจากข้าวโพดฝักอ่อนจะมีความหวาน หอม กรอบ และมีเมล็ดเป็นไข่ขนาดเล็ก และยังรับประทานง่ายทั้งในรูปฝักสดหรือใช้ประกอบอาหาร เช่น ผัดผัก แกงจืด กระเพาะปลา เป็นต้น และเว็บไซต์ของเรายังมีเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับสร้างรายได้ เช่น การสร้างรายได้ด้วยการปลูก พืช เป็นต้น

การปลูกข้าวโพดฝักอ่อน

การปลูกข้าวโพดฝักอ่อน (Baby corn) สร้างรายได้

การเตรียมดิน

ให้ขุดดินหรือพรวนดินให้ร่วนด้วยการไถพรวนดิน ลึกประมาณ 25-30 เซนติเมตร แล้วยกร่องสูง 25 เซนติเมตร ก่อนไถพรวนดิน ควรหว่านโรยด้วยปุ๋ยคอกหรือมูลสัตว์ อัตรา 1-2 ตัน/ไร่ เพื่อปรับปรุงสภาพดินให้ร่วนซุย

การปรับปรุงดิน

ใส่ปูนขาวกรณีที่ดินเป็นกรด อัตรา 100-200 กิโลกรัม/ไร่ รวมถึงการใส่หินฟอสเฟตเพื่อแก้ความเป็นกรด และให้ธาตุฟอสฟอรัสแก่พืช นอกจากนี้ ควรใส่ปุ๋ยคอกก่อนการไถพรวนดินเพื่อปรับคุณสมบัติร่วมด้วย

ข้าวโพดฝักอ่อน ผลผลิตต่อไร่

ระยะการปลูก

ระยะปลูกที่เหมาะสม คือ 50-50 เซนติเมตร จำนวน 3 ต้น/หลุม (19,000 ต้น/ไร่) หรือ 50-40 จำนวน 3 ต้น/หลุมขึ้นไป หรือเพิ่มอัตราปลูกที่ 26,000 ต้น/ไร่ แต่ไม่ควรเพิ่มมากกว่านี้ หรืออาจเพิ่มจำนวนต้นต่อหลุม หากเพิ่มจำนวนต้นต่อพื้นที่มากเกินไป อาจทำให้เกิดผลเสียตามมา คือ

  • น้ำหนักฝักลดลง
  • ขนาดฝักลดลง ทั้งความยาว และความกว้าง
  • จำนวนฝักต่อต้นลดลง
  • ปริมาณต้นที่ไม่ติดฝักมากขึ้น
  • ต้นอ่อนแอ ต้นล้ม และเกิดโรคเน่าคอดินมากขึ้น
  • ต้นเจริญเติบโตช้า ลำต้นเตี้ยกว่าปกติ

ข้าวโพดฝักอ่อน ราคา

การใส่ปุ๋ย

  • ข้าวโพดฝักอ่อนต้องการธาตุอาหารที่จำเป็นมาก ได้แก่ ไนโตรเจน และฟอสฟอรัส ส่วนโพแทสเซียมจะต้องการน้อยกว่า และไม่ต้องใส่มาก
  • การปลูกกด้วยการยกร่อง ให้ใส่ปุ๋ยไนโตรเจนเพียงอย่างเดียว อัตรา 20 กิโลกรัม/ไร่ แบ่งใส่ 2 ครั้ง คือ รองก้นหลุมตอนปลูก และโรยข้างแถว เมื่อข้าวโพดอายุ 25-30 วัน ในปริมาณที่เท่ากัน
  • พื้นที่ดินนาหลังการเก็บเกี่ยวข้าว ให้ใส่ปุ๋ยไนโตรเจนอย่างเดียว อัตรา 15-30 กิโลกรัม/ไร่ โดยใส่ตามวิธีที่กล่าวข้างต้น
  • พื้นที่ไร่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ปานกลางถึงต่ำ ให้ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ 1?2 ตัน/ไร่ และใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 อัตรา 75-100 กิโลกรัม/ไร่ รองก้นหลุมตอนปลูก และปุ๋ยไนโตรเจน 10-15 กิโลกรัม/ไร่ ด้วยการโรยข้างแถวเมื่ออายุ 25-30 วัน แต่หากดินดีให้ใส่ปุ๋ยไนโตรเจนอย่างเดียว 20 กิโลกรัม/ไร่ แบ่งใส่ 2 ครั้ง ก็ได้

ปลูกข้าวโพดอ่อนในกระถาง

อัตราการปลูก

พันธุ์รังสิต 1 สุวรรณ 1 หรือ 2 จะใช้เมล็ดพันธุ์ 6-7 กิโลกรัม/ไร่ ส่วนข้าวโพดหวานจะใช้เมล็ดพันธุ์ ประมาณ 3-5 กิโลกรัม/ไร่ ขึ้นกับจำนวนเมล็ดต่อหลุม และเพื่อการเจริญเติบโตของแต่ละหลุมด้วย

การให้น้ำ

การให้น้ำกับข้าวโพดฝักอ่อนถือเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องเอาใจใส่ใกล้ชิด เพราะข้าวโพดฝักอ่อนจะเติบโตได้ดี มีฝักสมบูรณ์เมื่อมีความชื้นตลอดทั้งช่วงการปลูก แต่ควรระมัดระวังอย่าให้ดินแฉะ และหากขาดน้ำหรือดินแห้งในช่วงใดช่วงหนึ่งจะทำให้การเจริญเติบโตหยุดชะงัก

การให้น้ำข้าวโพดฝักอ่อนให้พิจารณาความชื้นดินที่ระดับความลึก 0-20 เซนติเมตร ตลอดฤดูปลูก ด้วยการปฏิบัติ คือ ข้าวโพดยังเล็กในระยะแรกให้น้ำทุก 2-3 วัน เมื่อต้นสูงประมาณ 50-60 เซนติเมตร หรือสูงประมาณหัวเข่า จะให้น้ำทุกๆ 5-7 วัน ต่อจากนั้น การให้น้ำจะพิจารณาเมื่อดินเริ่มแห้งเป็นระยะๆ

ต้นทุนการผลิตข้าวโพดฝักอ่อน

การกำจัดวัชพืช

การกำจัดวัชพืชอาจใช้วิธีการกำจัดด้วยจอบหรือการถอนมือทุกๆ 2-3 อาทิตย์ หรืออาจใช้สารเคมีกำจัดวัชพืช เช่น อลาคลอร์ตรา 600-700 ซีซี/ไร่ ฉีดพ่นหลังปลูกขณะที่ข้าวโพด และวัชพืชยังไม่งอก แต่การใช้สารเคมีอาจมีผลเสียต่อสุขภาพ และคุณภาพดิน รวมถึงสารเคมีที่ตกค้างในดิน

การถอดยอด

เมื่อข้าวโพดฝักอ่อนมีอายุประมาณ 38 วัน หรือมีใบจริง 7 คู่ โดยจะมีช่อดอกตัวผู้โผล่จากใบธง (ใบยอด) ซึ่งต้องดึงส่วนนี้ทิ้ง เพื่อป้องกันไม่ให้มีการผสมเกสร เพราะหากมีการผสมเกสรจะทำให้ข้าวโพดฝักอ่อนมีคุณภาพด้อยลง เมล็ดโป่งพอง และไม่ได้มาตรฐานตามตลาด นอกจากนี้ การถอดยอดถือเป็นเทคนิคสำคัญที่เกษตรกรไม่ควรละเลยหากต้องการให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ

รับซื้อข้าวโพดฝักอ่อน

การเก็บเกี่ยวฝักอ่อน

ข้าวโพดฝักอ่อนเป็นพืชอายุสั้น ประมาณ 55-60 วัน และจะเก็บเกี่ยวหลังดึงช่อดอกตัวผู้แล้วประมาณ 3-5 วัน แต่มีข้อควรระวัง คือ ฝักอ่อนจะโตเร็ว ซึ่งควรเก็บเกี่ยวฝักอ่อนในระยะที่เหมาะสม หากปล่อยนานจะทำให้ฝักอ่อน มีขนาดโตเกินมาตรฐานที่โรงงานหรือตลาดต้องการ การเก็บเกี่ยวมีข้อพึงปฏิบัติ ดังนี้

ซื้อ เมล็ด ข้าวโพด ฝัก อ่อน

  • เราควรสังเกตไหมที่เริ่มโผล่ปลายฝัก จะมีความยาวประมาณ 1-2 เซนติเมตร ซึ่งเป็นช่วงที่เหมาะสมในการเก็บเกี่ยวที่สุด
  • ให้เก็บจากฝักบนสุดเป็นฝักแรก และฝักที่ถัดต่ำลงมาตามลำดับ และควรหักลำต้นไปด้วยเพื่อจะทำให้มองเห็นต้นที่เก็บเกี่ยวแล้ว
  • ให้เก็บฝักทุกวัน เพื่อป้องกันไม่ให้ฝักแก่เกินไป
  • หากใช้พันธุ์ใหม่ ๆ ที่ยังไม่ปลูก ควรสุ่มเก็บตัวอย่างข้าวโพดที่มีไหมยาวแตกต่างกัน และกรีดดูลักษณะฝัก ขนาดของฝัก พร้อมเก็บข้อมูล และพิจารณาระยะที่เหมาะสมสำหรับนำไปใช้กำหนดระยะการเก็บของทั้งแปลง
  • การเก็บฝักสดเพื่อส่งออก ควรเก็บ 2 ฝัก/ต้น โดยไม่ควรเก็บฝักที่ 3 เนื่องจากฝักมักจะไม่สมบูรณ์ไม่ได้คุณภาพ และไม่ผ่านมาตฐานโรงงาน และไม่สามารถขายส่งท้องตลาดได้