การปลูกมะเม่า (Antidesma velutinosum Blume) แบบละเอียด

การปลูกมะเม่า (Antidesma velutinosum Blume) หรือ หมากเม่าเพื่อบริโภคและสร้างรายได้จากการขายมะเม่า หมากเม่าจัดเป็นไม้ผลและผลไม้ป่าที่พบได้ในทุกภาคของประเทศไทย ในปัจจุบันคนจะนิยมนำผลสุกของหมากเม่ามาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชนหลายชนิด อาทิ ไวน์มะเม่า แยมมะเม่า น้ำมะเม่า เป็นต้น

นอกจากนั้น ยังนิยมรับประทานสดเป็นผลไม้ และนำไปประกอบอาหารด้วย ทั้งนี้ เนื่องจากผลให้รสหวานอมเปรี้ยว และมีสีสันสวยงาม เมื่อนำมาคั้นเป็นน้ำผลไม้ หรือ หมักทำเป็นไวน์จะให้สีแดงอมม่วงที่มีสีสันน่ารับประทานไม่แพ้ไวน์ชนิดอื่น แถมราคาของสินค้าแต่ละประเภทก็พอประมาณ ทำให้เป็นที่น่าสนใจสำหรับผู้บริโภค

และเว็บไซต์ของเรายังมีเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับสร้างรายได้ เช่น การสร้างรายได้ด้วยการปลูก สมุนไพร หากท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับการปลูกสมุนไพรเพื่อสร้างอาชีพ และสร้างรายได้สามารถเข้าไปอ่านและศึกษาได้เลยครับ

การปลูกมะเม่า

การปลูกมะเม่า (Antidesma velutinosum Blume)

การปลูกมะเม่านั้นสามารถปลูกได้ง่าย และยังเกิดได้เองตามธรรมชาติ ผู้ปลูกนิยมขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดเป็นหลัก ปัจจุบันจึงยังนิยมปลูกด้วยวิธีขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด และเริ่มนิยมขยายพันธุ์ด้วยวิธีอื่นมากขึ้นเพื่อให้ได้ต้นมะเม่าที่มีขนาดเล็ก และสามารถนำไปปลูกที่อื่นๆ ได้แบบง่ายๆ เช่น การตอนกิ่ง และการเสียบยอด เพราะหากเราได้ต้นกล้าหมากเม่าที่มีขนาดเล็กเราก็จะสามารถนำต้นกล้าไปปลูกตรงที่ที่เราอยากจะปลูก และให้ผลผลิตดีเหมือนกับต้นพันธุ์

ต้นหมากเม่าป่า

ลักษณะทั่วไปของ มะเม่า

ราก และลำต้นของมะเม่า

รากมะเม่าประกอบด้วยระบบรากแก้วเป็นหลัก และมีระบบรากฝอยเป็นส่วนประกอบ ส่วนลำต้นมะเม่าจัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก และถึงขนาดใหญ่ มีอายุการยืนต้นนานหลายปี ลำต้นแตกกิ่งตั่งแต่ระดับล่าง กิ่งน้อยๆ จะมีจำนวนมาก กิ่งค่อนข้างเล็กและมีใบดก ทำให้มองเห็นเป็นทรงพุ่มหนาทึบสีเขียว มีความสูงของลำต้นประมาณ 2-15 เมตร นิยมปลูกเพื่อรับประทานผลเป็นหลัก

ต้นหมากเม่าหลวง

ใบ

ใบมะเม่าเป็นพืชใบเลี้ยงคู่ที่ออกเป็นใบเดี่ยว เรียงเยื้องสลับบนกิ่ง ใบมีลักษณะป้อม และรี ปลายใบมีลักษณะแหลม เป็นแผ่นใบเรียบสวยงาม และมันเล็กน้อย แผ่นใบมีสีเขียวสดสวยงาม

ดอก

ส่วนดอกของมะเม่าจะดอกออกเป็นช่อยาวบริเวณปลายกิ่งสวยงาม คล้ายกับช่อดอกพริกไทยที่เราพบเห็นได้ทั่วไป ช่อมีดอกขนาดเล็กจำนวนมาก ดอกมีลักษณะสีครีม เมื่อดอกมีการผสมเกสรแล้วดอกจะร่วง คงเหลือเฉพาะผลขนาดเล็ก ดอกออกในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม และผลจะทยอยสุกต่อเนื่องตั้งแต่เดือนสิงหาคม-กันยายน

กิ่งพันธุ์ หมากเม่า

ผล

ผลมะเม่าจะมีรูปร่างกลมเรียงตัวกันสวยงาม มีขนาดผลประมาณผลพริกไท รวมกลุ่มออกบนช่อ ยาว 10-15 ซม. ย้อยลงมาตามกิ่งก้าน ผลดิบจะมีสีเขียว มีรสเปรี้ยวอมฝาด และค่อยเปลี่ยนเป็นเหลืองอมแดง มีรสเปรี้ยวจัด เมื่อผลของมะเม่าสุกผลจะเปลี่ยนเป็นสีแดงสดสวยงาม และยังคงมีรสเปรี้ยวอมหวานเล็กน้อยเพื่อได้รู้สึก

ประโยชน์ของ มะเม่า

ผลมะเม่า

  • ผลดิบ และผลสุกนำมารับประทานเป็นผลไม้สด
  • ผลสุกนำมาคั้นเป็นน้ำผลไม้ หรือเรียก น้ำมะเม่า
  • ผลดิบสีเขียว สีเหลืองอมแดง นำมาตำรับประทาน หรือที่เรียก ตำมะเม่า
  • ผลสุกนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ อาทิ แยม ไวน์ เป็นต้น

ตอน กิ่ง หมากเม่า

ยอดอ่อน

ยอดอ่อนของมะเม่าสามารถนำมารับประทานแบบสดๆได้เลย และยังเป็นผักคู่กับอาหาร หรือ ใช้ปรุงในอาหารประเภทต้มยำเพื่อให้มีรสเปรี้ยว เช่น ต้มส้มปลา แกงเห็ดเผาะ ต้มกบ ต้มส้ม เป็นต้น

ลำต้น

ต้นมะเม่าจะมีทรงพุ่มใหญ่ มีใบดก และมีสีใบเขียวตลอดปี ซึ่งนอกเหนือจากประโยชน์ที่ได้จากผลแล้วยังมีประโยชน์เพื่อเป็นร่มเงาใช้พักผ่อนหย่อนใจได้

ลูกเม่า ภาคใต้

ผลสุกมะเม่า

ผลมะเม่าสุกถือเป็นอาหารของสัตว์ป่า โดยเฉพาะนกชนิดต่างๆ นกชนิดต่างๆจะนิยมรับประทานผลมะเม่าสุกเพราะจะมีรสหวานทำให้รับประทานได้ง่าย และยังหาได้ทั่วไป นกจึงชอบ

เนื้อไม้มะเม่า

เนื้อไม้ใช้ทำเครื่องเรือน ใช้ตกแต่งบ้าน และใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ เป็นต้น

กิ่งไม้

กิ่งไม้และเนื้อไม้สามารถนำมาเป็นไม้ใช้สอย เช่น ทำเสารั้วรอบบ้าน ทำฟืนประกอบอาหาร หรือจะใช้ประกอบบ้านเรือนก็ได้เช่นกัน

การตอนกิ่งหมากเม่า

สรรพคุณของ มะเม่า

ผลมะเม่า

  • ออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความแก่
  • ช่วยบำรุงผิว ทำให้ผิวดูเปล่งปลั่ง
  • ช่วยป้องกันมะเร็ง
  • ช่วยขจัดสารพิษออกจากร่างกาย
  • ช่วยบำรุงสายตา
  • ช่วยเป็นยาระบาย

ต้นหมากเม่า ราคา

ราก เปลือก และแก่นลำต้น

  • ช่วยเจริญอาหาร
  • ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ
  • ช่วยแก้มดลูกอักเสบ
  • ช่วยรักษาอาการตกขาว
  • ช่วยแก้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ

การปลูกมะเม่า

ใบ และยอดอ่อน

  • ต้านอนุมูลอิสระ
  • กระตุ้นระบบการย่อยอาหาร
  • ช่วยเจริญอาหาร
  • ช่วยบำรุงผิวพรรณ
  • ช่วยบำรุงสายตา
  • ป้องกันมะเร็งในกระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้
  • นำใบอ่อนมาลนไฟ ใช้ประคบแก้อาการฟกช้ำ
  • นำใบแก่มาตำหรือบดผสมน้ำเล็กน้อย ใช้ประคบรักษาแผล ช่วยให้แผลแห้ง หายเร็ว