การปลูกบานบุรี (Allamanda) แบบละเอียด เพื่อประดับสวน

การปลูกบานบุรี (Allamanda) แบบละเอียด พร้อมประโยชน์ และสรรพคุณของบานบุรี ผู้ปลูกสามารถปลูกเพื่อสร้างรายได้จากการเพาะและขยายพันธุ์ พร้อมเทคนิคการปลูกบานบุรีเพื่อประดับ เช่น ปลูกเพื่อประดับสวน ประดับรั้ว ประดับบ้าน เป็นต้น ดอกบานบุรี เป็นไม้ดอกไม้ประดับที่มีลำต้นกึ่งเลื้อย นิยมปลูกเพื่อชมดอกเป็นสำคัญ และปลูกเพื่อความสวยงามเป็นหลัก

การ ปลูก บานบุรี สี ม่วง

ดอกของบานบุรีมีขนาดดอกที่ใหญ่มาก และมีกลีบดอกมีสีสันสวยงามน่าจับใจ มีสีดอกทั้งสีเหลือง สีม่วง และสีกุหลาบ และยังสามารถเติบโตได้ดีในทุกสภาพดิน ต้นบานบุรีสามารถปลูกได้ง่าย แถมยังเลี้ยงดูง่าย และไม่ค่อยมีโรคมารบกวนมากนัก ทำให้ดอกบานบุรีเป็นไม้ประดับที่ผู้ปลูกนิยมนำมาปลูกเพื่อประดับบ้านเรือน และสวนข้างบ้านอย่างมากมาย ทำให้ดอกบานบุรีได้เป็นต้องไม้ประดับที่น่าสนใจ

และเว็บไซต์ของเรายังมีเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับสร้างรายได้ เช่น การสร้างรายได้ด้วยการปลูก สมุนไพร หากท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับการปลูกสมุนไพรเพื่อสร้างอาชีพ และสร้างรายได้สามารถเข้าไปอ่านและศึกษาได้เลยครับ

การปลูกบานบุรี

การปลูกบานบุรี (Allamanda) แบบละเอียด

การปลูกบานบุรีแบบละเอียด สามารถปลูกได้ทั้งการเพาะเมล็ด การตอนกิ่ง และการปักชำกิ่ง เป็นต้น แต่โดยทั่วไปแล้วคนส่วนใหญ่จะนิยมปลูกบานบุรีด้วยการตอนเป็นหลัก เพราะจะทำให้ต้นกล้าบานบุรีออกดอกได้อย่างสวยงาม ส่วนการปักชำจากต้นที่มีอายุไม่มากก็สามารถทำได้ดีเช่นกัน เพราะเราจะได้ต้นที่ออกดอกเร็วและดอกสวยงาม ส่วนการปลูกด้วยเมล็ดนั้นมักทำให้มีโอกาสที่ดอกสูงกว่า

Allamanda

ลักษณะของ บานบุรีเหลือง

ต้นบานบุรี จัดเป็นพรรณไม้พุ่มกึ่งเลื้อย หรือเป็นไม้เถาอาศัยต้นไม้อื่นเพื่อพยุงตัวขึ้นไป ลำต้นหรือเถามีลักษณะกลมเรียบและเป็นสีน้ำตาล ทุกส่วนของต้นมียางสีขาวข้น ลำต้นไม่มีขน ลำต้นมีความสูงประมาณ 2-4.5 เมตร สามารถขยายพันธุ์ด้วยวิธีการปักชำ การตอน และการเพาะเมล็ด ชอบน้ำปานกลาง เจริญเติบโตได้ดีในดินที่ร่วนซุยหรือดินร่วนปนทราย

ดอกบานบุรีนั้นสามารถปลูกเลี้ยงได้ง่าย และเจริญเติบโตเร็ว สามารถทนต่อความแห้งแล้งและดินเค็มได้ดีมาก ส่วนใหญ่จะขึ้นกลางที่โล่งแจ้ง และเป็นไม้ประดับที่ชอบแสงแดดแบบเต็มวัน แต่อยู่ได้ทั้งในที่ร่มรำไรและที่มีแสงแดดจัด โดยไม้ประดับชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศบราซิลและอเมริกาเป็นพื้นที่เขตร้อน แต่จะมีอยู่ด้วยกันหลายชนิด ซึ่งในแต่ละชนิดก็จะมีสีของดอกที่แตกต่างกันออกไปตามพันธุ์ที่เราปลูก

การปลูกบานบุรีแคระ

ใบบานบุรี ส่วนใหญ่จะเป็นใบเดี่ยว และจะติดเป็นคู่ๆ อยู่ตรงข้ามกันเสมอ หรืออาจจะติดอยู่รอบ ๆ ของข้อก้าน ข้อยาวประมาณ 3-6 ใบ มีลักษณะของใบบานบุรีเป็นรูปขอบขนาน รูปขอบขนานแกมรูปหอก รูปรี หรือเป็นรูปไข่กลับ ปลายของดอกบานบุรีเป็นใบแหลมหรือเป็นติ่งแหลม โคนใบสอบ ส่วนขอบใบเรียบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 2-6 เซนติเมตร

ดอกบานบุรีส่วนใหญ่จะออกดอกเป็นช่อกระจุกบริเวณยอด โดยจะออกตามใบและที่ปลายกิ่งเป็นหลัก ส่วนดอกมีกลีบเลี้ยงเป็นสีเขียวปลายแยกเป็นแฉก 5 แฉก ส่วนดอกย่อยเป็นสีเหลืองและมีกลีบดอก 5 กลีบ และมีลักษณะเป็นรูปขอบขนานหรือเป็นรูปหอก ปลายกลีบดอกมนใหญ่สวยงาม และมีขนาดกว้างประมาณ 3 มิลลิเมตร ต่อใบ

การ ขยาย พันธุ์ บานบุรี เหลือง

ดอกบานบุรีมีความยาวประมาณ 16 มิลลิเมตร โดยมีโคนเชื่อมติดกันเป็นท่อสั้นหรือเป็นหลอดแคบ ส่วนดอกตูมนั้น จะมีกลีบดอกจะบิดไปในทางเดียวกันทั้งหมด ดอกจะมีเกสรเพศผู้ประมาณ 5 อัน ติดอยู่ด้านในใกล้กับโคนท่อดอก ส่วนเกสรเพศเมียนั้นมีช่องเดียว ภายในมีรังไข่อ่อนเป็นจำนวนมาก ก้านเกสรมีขนาดสั้นและมีขนอ่อนๆ

ส่วนอับเรณูจะมีลักษณะเป็นรูปคล้ายหัวลูกศรแหลม เมื่อดอกบานเต็มที่จะมีขนาดกว้างประมาณ 6-10 เซนติเมตร และสามารถออกดอกได้ตลอดทั้งปี ทำให้สีสันสวยงามทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนจะออกดอกดกเป็นพิเศษ ผลของบานบุรี จะมีลักษณะเป็นผลรูปทรงกลมและเป็นหนาม เมื่อแก่จะแตกออกได้ ภายในผลมีเมล็ดรูปไข่จำนวนมากเรียงกันสวยงาม สามารถนำมาเพาะและขยายพันธุ์ได้

ส่วนประกอบ ดอกบานบุรี

ประโยชน์ของ บานบุรี

  1. เนื่องจากดอกบานบุรีมีขนาดใหญ่ ดอกมีสีสันสวยงามสะดุดตา จึงนิยมปลูกเพื่อชมดอก และปลูกเพื่อประดับเป็นหลัก และให้ความสวยงาม
  2. ลำต้นบานบุรีบางชนิด เช่น บานบุรีเหลือง และบานบุรีม่วง มีลำต้นเป็นไม้ยืนต้นกึ่งเลื้อยที่แตกกิ่ง และเลื้อยได้ยาว หากปลูกได้ต้นใหญ่ ก็มักทำค้างเป็นซุ้ม ทำให้ช่วยบังแดด และเป็นที่พักผ่อนได้
  3. ดอกบานบุรีทั้งสีเหลือง และสีม่วง นำมาใช้ย้อมผ้า หรือ สกัดสีสำหรับทำขนมของหวาน เป็นต้น

ประวัติ ของ ดอก บานบุรี

สรรพคุณของ บานบุรี

ดอกบานบุรีนำมาคั้นน้ำดื่มหรือตากให้แห้งก่อนใช้ชงแทนชาดื่ม มีสรรพคุณ ได้แก่

  • ช่วยต้านเนื้องอก และป้องกันโรคมะเร็ง
  • ช่วยฆ่าเชื้อรา และฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
  • ช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย ลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ
  • แก้อาการจุกเสียด แน่นท้อง
  • ช่วยทำให้อาเจียน หรือเวียนหัว
  • ช่วยให้ผิวพรรณแลดูกระจ่างใส ดูสดชื่นสวยงาม
  • ช่วยบำรุงสายตา ป้องกันโรคตาเสื่อม

ต้นบานบุรีแคระ

ข้อควรระวังในการสมุนไพร ดอกบานบุรี

ข้อควรระวังของดอกบานบุรีเหลืองส่วนใหญ่จะเป็นพืชที่มีพิษ ดังนั้นการใช้เป็นยาสมุนไพรจึงต้องใช้อย่างระมัดระวัง เพราะทุกส่วนของต้นบานบุรีเหลืองใช้ปริมาณน้อยเป็นยาระบายและทำให้อาเจียน หากนำมาใช้มาก ๆ จะมีฤทธิ์เป็นยาถ่ายอย่างแรงและทำให้อาเจียนไม่หยุด ร่างกายอ่อนเพลีย และอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตของเราได้

และหากเรารับประทานยางหรือผลเข้าไปจะทำให้อาเจียนหนัก ท้องเสีย ท้องเดิน ท้องร่วงอย่างรุนแรง มีอาการหายใจไม่สม่ำเสมอ มีไข้สูง ถ้าหากสูญเสียน้ำและเกลือแร่มากก็อาจทำให้เสียชีวิตได้เช่นกัน

Allamanda

ต้นและยางของต้นบานบุรีจะมีสารพิษที่ชื่อว่า digitalis หากเรารับประทานเข้าไปจะเกิดอาการระคายเคืองเยื่อบุในปากและในกระเพาะอาหารก่อน แล้วตามด้วยอาการอาเจียน ท้องเดิน ปวดท้อง และปวดศีรษะ ถ้าหากรับประทานเข้าไปในปริมาณมากและล้างท้องไม่ทัน และอาจจะทำให้เสียชีวิตได้

สารพิษที่กล่าวมาอาจจะถูกดูดซึมผ่านทางลำไส้และแสดงความเป็นพิษต่อหัวใจของมนุษย์ โดยวิธีการรักษาขั้นต้นให้รีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด แล้วให้ทำการล้างท้องและรักษาไปตามอาการ หรือส่งมือแพทย์ให้ทัน เพื่อการรักษาอย่างทันท่วงที

การ ปลูก บานบุรี สี ม่วง