หอมหัวใหญ่ พร้อมขั้นตอนการปลูก สร้างรายได้ให้กับเกษตรกร

หอมหัวใหญ่ (Onion) เป็นพืชที่นิยมนำมารับประทานมาก โดยเฉพาะในกลุ่มของหอมชนิดต่างๆ เนื่องจากหอมมีกลิ่นฉุนแรงที่ช่วยในการดับกลิ่นคาวได้ดี รวมถึงเนื้อของหัวหอมยังให้รสหวาน และกรอบ เหมาะสำหรับนำมาประกอบอาหารหลายชนิด

อาทิ ต้มยำ สลัดผัก และยำปลากระป๋อง เป็นต้น รวมถึง นิยมใช้แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ อีกมากมาย อาทิ หัวหัวใหญ่แห้ง หอมหัวใหญ่ดอง เป็นต้น และวันนี้เองเรามีเรื่องราวที่ดีและน่าสนใจเกี่ยวกับการปลูกหอมหัวใหญ่ มาฝากเพื่อนๆ หรือเกษตรกรที่สนใจ

ส่วนขั้นตอนและวิธีการปลูกนั้นก็ไม่ได้ยากอย่างที่ใครหลายๆ คนคิด ส่วนประโยชน์และสรรพคุณของหอมหัวใหญ่นั้นก็มีมากมาย จนทำให้คนนิยมนำมาบริโภคและนิยมนำมารับประทาน

หอมหัวใหญ่

ประโยชน์ของ หอมหัวใหญ่

  • ใช้ประกอบอาหารประเภทแกง ผัด และต้ม ช่วยในการดับกลิ่นความได้มาก และให้คุณสมบัติเป็นผักที่เนื้อกรอบ รสหวาน พร้อมนำมาประกอบอาอารได้อีกมากมายหลายประเภท
  • ใช้บดแล้วนำมาชะโลมศรีษะหรือผสมแซมพูสระ ช่วยรักษารังแคหรือโรคผิวหนังบนศรีษะ
  • ใช้แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หอมดอง หอมแห้ง สำหรับประกอบอาหาร เพื่อเป็นส่วนผสมในการทำอาหาร

การปลูกหอมหัวใหญ่

หอมหัวใหญ่เป็นพืชที่ชอบดินร่วน ดินร่วนปนทราย ดินมีความร่วนซุยสูง หน้าดินโปร่ง เนื้อดินไม่อัดแน่น และระบายน้ำได้ดี

พันธุ์หอมหัวใหญ่

1.พันธุ์กลางวันยาว/พันธุ์เบา

พันธุ์กลางวันยาว เป็นพันธุ์ที่เหมาะสำหรับปลูกในช่วงฤดูที่มีช่วงกลางวันยาว ในช่วงฤดูหนาว-ฤดูแล้ง ประมาณเดือนพฤศจิกายน-เมษายน พันธุ์นี้จัดเป็นพันธุ์เบา มีอายุการเก็บเกี่ยวสั้น ประมาณ 85-120 วัน

หลังการเพาะเมล็ด เป็นพันธุ์ที่เหมาะสำหรับปลูกหลังการเก็บเกี่ยวข้าวหรือพืชผักชนิดอื่นแล้ว ลำต้นจะลงหัวเมื่อเติบโตในช่วงที่ได้รับแสงกลางวันนาน 12-16 ชั่วโมง นิยมปลูกในช่วงปลายฤดูหนาว

และเก็บหัวในช่วงหน้าแล้ง ก่อนเข้าฤดูฝน ข้อเสียของพันธุ์ คือ หัวที่เริ่มแก่จะเน่าง่ายหากโดนฝน

ปลูกหอมหัวใหญ่

2.พันธุ์กลางวันสั้น/พันธุ์หนัก

พันธุ์กลางวันสั้น เป็นพันธุ์ที่เหมาะในช่วงฤดูที่มีช่วงกลางวันสั้น ในช่วงฝน ประมาณเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม พันธุ์นี้จัดเป็นพันธุ์หนัก มีอายุการเก็บเกี่ยวนาน ประมาณ 165-180 วัน

หลังการเพาะเมล็ด ลำต้นจะลงหัวเมื่อเติบโตในช่วงที่ได้รับแสงกลางวันนาน 9-11 ชั่วโมง นิยมปลูกในช่วงต้นฤดูฝน และเก็บหัวก่อนเข้าฤดูหนาว พันธุ์ที่นิยมปลูก ได้แก่

1.พันธุ์กราเน็กซ์ แบ่งย่อยเป็นพันธุ์เยลโลกราเน็กซ์ และไวท์กราเน็กซ์ ลักษณะของหัวมีทั้งแบบหัวกลม และหัวแบน ลำต้นลงหัวเร็ว หัวมีขาดใหญ่ และมีก้านลำต้นเล็ก หัวหลังเก็บสามารถเก็บไว้ได้นาน

2.พันธุ์เดสเส็กส์ พันธุ์นี้นิยมปลูกกันในภาคเหนือ ลงหัวเร็ว ขนาดหัวปานกลาง หัวสามารถเก็บไว้ได้นาน

วิธีการปลูก

1.การหว่านเมล็ด และหยอดเมล็ด

เป็นการปลูกด้วยวิธีการหว่านเมล็ดลงแปลงปลูก หรือ หยอดเมล็ดในแถวในระยะที่ห่างกัน และดูแลรักษาจนกระทั่งเก็บเกี่ยว

2.วิธีการย้ายกล้าปลูก

เป็นวิธีที่ย้ายกล้าปลูกลงแปลงปลูก ด้วยการหว่านเมล็ดลงแปลงเพาะกล้า หลังจากนั้น ค่อยย้ายกล้าพันธุ์ไปปลูกในแปลง ช่วงหว่านกล้าจนถึงพร้อมย้ายกล้าประมาณ 40-45 วัน หรือมีใบแล้ว 4-5 ใบ หลังจากนั้น ดูแลต่อจนถึงการเก็บเกี่ยว วิธีนี้ นิยมใช้กับพันธุ์เบา

ปลูกหอมหัวใหญ่ในขวด

การเตรียมดิน

สำหรับการปลูกในแปลงขนาดใหญ่จะต้องเตรียมแปลงก่อน ด้วยการไถพลิกดิน และตากดิน 1-2 ครั้ง พร้อมกำจัดวัชพืชออกให้หมด ก่อนไถครั้งสุดท้ายก่อนปลูกให้หว่านด้วยปุ๋ยคอก ปริมาณ 2 ตัน/ไร่ ร่วมกับปุ๋ยเคมี 15-15-15 ปริมาณ 25-30 กิโลกรัม/ไร่ ก่อนไถกลบ

การเพาะกล้า

ให้ทำร่องลึกเป็นแนวยาว เพื่อใช้สำหรับการเพาะกล้า แต่ละร่องห่างกัน 10 ซม. จากนั้น นำเมล็ดลงหยอดให้เมล็ดห่างกันประมาณ 2 ซม. แล้วค่อยเกลี่ยหน้าดินกลบหนาประมาณ 1 ซม. แล้วใช้ฟางข้าวคลุม และรดน้ำให้ชุ่ม ดูแลให้ดีห้ามทำให้การเพาะกล้าขาดน้ำ เพราะอาจจะทำให้กล้าตายได้

หลังจากการหยอดเมล็ดแล้ว เกษตรกรมักทำโครงรูปโค้งที่ทำจากไม้ไผ่ แล้วคลุมด้วยผ้าหรือพลาสติกใส ซึ่งจะปล่อยเป็นช่องหน้าหลังให้อากาศผ่าเข้า-ออกได้ เพื่อป้องกันแสงแดดที่ร้อน และน้ำฝนที่อาจตกในช่วงนั้น และให้เปิดผ้าออกในช่วงเช้า และกลางวัน หลังจากการหยอดเมล็ด 4-5 วัน เมล็ดจะเริ่มงอกให้เห็น

หลังเมล็ดงอกแล้ว 1-2 วัน ให้ดึงฟางข้าวออกบางส่วน เหลือเพียงบางส่วนให้คลุมหน้าดินไว้บางๆ จากนั้น ดูแล และให้น้ำทุกวัน 1-2 ครั้ง นาน 40-45 วัน ค่อยย้ายปลูกในแปลงต่อ โดยในระหว่างการดูแลต้องคอยถอนกล้าที่เป็นโรคหรือไม่สมบูรณ์ทิ้ง รวมถึงกล้าที่กระจุกกันแน่นออกให้เหมาะสม

เมล็ดหอมหัวใหญ่

ขั้นตอนการปลูก

1.การปลูกหอมหัวใหญ่ แบบหว่านเมล็ด และยอดเมล็ด โดยการหว่านเมล็ดจะหว่านลงแปลงหลังการเตรียมดินแล้ว อัตราเมล็ดที่ใช้ประมาณ 450-500 กรัม/ไร่ ส่วนการหยอดเมล็ด เกษตรกรจะใช้การไถให้เป็นร่องในแนวยาว ระยะห่างของแถวประมาณ 15-20 ซม. ก่อนนำเมล็ดหยอดลงร่อง โดยให้เมล็ดห่างกันประมาณ 10 ซม.

2.การปลูกหอมหัวใหญ่จากกล้าที่เพาะเมล็ดแล้วย้ายกล้าปลูก โดยจะเริ่มย้ายกล้าได้หลังจากต้นมีใบแล้ว 4-5 ใบ หรือมีอายุหลังเพาะเมล็ดนานประมาณ 40-45 วัน ห้ามใช้ต้นกล้าที่มีอายุนานกว่านี้ เพราะหอมจะเริ่มลงหัว ทำให้ปลูกไม่ติด หรือปลูกติด หัวจะไม่สมบูรณ์

หลังจากถอนกล้ามาแล้ว ให้ติดปลายราก และปลายของใบออก แล้วนำต้นกล้าแช่กับสารกับจำเชื้อราหรือสารป้องกันแมลง นาน 30 นาที จากนั้น ค่อยนำลงปลูก ระยะปลูกระหว่างต้นที่ 10-15 ซม. ระยะระหว่างแถวที่ 15-20 ซม. หลังการปลูกให้นำฟางข้าวคลุมรอบโคนต้นตามความยาวของแถว

ทั้งนี้ ก่อนการหยอดเมล็ด หว่านเมล็ดปลูกหรือเพาะกล้า ให้น้ำเมล็ดหอมหัวใหญ่มาแช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืน ซึ่งเมล็ดจะเริ่มงอกให้เห็น แล้วค่อยนำเมล็ดมาผสมกับสารฆ่าเชื้อราหรือสารป้องกันแมลง ก่อนนำหว่านหรือหยอดเมล็ดเพาะ

วิธีปลูกหัวหอมในกระถาง

การใส่ปุ๋ย

ปุ๋ยที่ให้จะเริ่มใส่ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมดิน เตรียมแปลงดังที่กล่าวมาข้างต้น ส่วนหลังการปลูกแล้วประมาณ 2 อาทิตย์ จะเริ่มให้ปุ๋ยเคมี 15-15-15 จำนวน 20 กิโลกรัม/ไร่ หลังจากนั้น ครั้งที่ 2 ใส่เมื่อหอมอายุได้ประมาณ 45วัน ใช้สูตร 12-12-24 อัตรา 25 กิโลกรัม/ไร่ เพราะช่วงระยะ 50 วัน

หลังหว่านกล้าหรือหลังปลูก หอมจะเริ่มลงหัว นอกจากนั้น ควรใส่ปุ๋ยคอกร่วมด้วย เพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุ และเพิ่มความร่วนซุยให้แก่ดิน

การให้น้ำ

  • การให้น้ำสำหรับวิธีปลูกด้วยการหว่านเมล็ด ในช่วง 1-2 อาทิตย์แรก ควรให้วันละ 1 ครั้ง จากนั้น จะให้น้ำวันเว้นวัน จนต้นมีอายุประมาณ 1 เดือน ค่อยให้ 3-5 ครั้ง/อาทิตย์ จนถึงก่อนเก็บเกี่ยว
  • การให้น้ำสำหรับวิธีปลูกด้วยการย้ายกล้า ในช่วง 2-3 วันแรก ควรให้วันละ 1 ครั้ง จากนั้น จะให้น้ำวันเว้นวันต่อไปอีก 1-2 อาทิตย์ จนต้นต้นกล้าตั้งตัวได้ แล้วค่อยให้ 3-5 ครั้ง/อาทิตย์ จนถึงก่อนเก็บเกี่ยว
  • ทั้งนี้ ก่อนการเก็บหัวหอม 2-3 อาทิตย์ จะต้องงดการให้น้ำ เพราะจะทำให้คอหัวหอมขยายใหญ่

ขายพันธุ์หอมหัวใหญ่

การเก็บเกี่ยว

  • อายุการเก็บเกี่ยวของพันธุ์หนักที่ 165-180 วัน หลังปลูก เช่น พันธุ์กราเน็กซ์ หว่านกล้าเมื่อตุลาคม หัวหอมจะแก่พร้อมเก็บในเดือนมกราคา-กุมภาพันธ์
  • ส่วนพันธุ์เบามีอายุเก็บเกี่ยวที่ 85-120 วัน
  • การสังเกตหัวหอมใหญ่พร้อมเก็บ
  • ใบจะกาง และโน้มลงดิน
  • ใบเริ่มเหลือง เปลี่ยนเป็นสีเทา และเหี่ยว
  • เปลือกหุ้มหัวด้านนอกแห้ง มีสีน้ำตาล
  • เมื่อใช้มือบีบลำต้นเหนือหัวหัวจะรู้สึกนุ่ม ลำต้นไม่แน่น

ขายเมล็ดพันธุ์ หอมใหญ่

การเก็บหอมหัวใหญ่

สำหรับไม่เก็บไว้นานเพื่อรอส่งจำหน่าย เกษตรกรจะใช้ไม้ไผ่รวบพร้อมรากให้ลำต้นพับในแนวขวางของแปลง และปล่อยทิ้งไว้ 7-10 ให้ต้นเหี่ยวแห้ง หลังจากนั้น ใช้มือถอนหอมหัวใหญ่ขึ้น พร้อมตัดลำต้นทิ้ง ระยะตัดประมาณ 1.5-3 ซม. หรือตัดบริเวณลำต้นที่มีการหักพับ

แล้วนำไปผึ่งลมในโรงเรือนที่มีลมโกรกให้แห้ง นาน 10-20 วัน สำหรับการรักษารอยแผลที่ตัด หลังจากนั้น นำเก็บในโรงเรือนที่อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่ควรวางทับกันแน่น หรือ หากเก็บใส่กระสอบจะต้องเป็นกระสอบที่มีรูระบายอากาศได้ ก่อนจะนำไปจำหน่าย

สำหรับเกษตรกรที่ต้องการเก็บหอมไว้นานๆ เกษตรกรในบางพื้นที่จะเก็บได้เลย โดยไม่ต้องทำให้ต้นล้มก่อน และจะไม่ตัดลำต้นทิ้ง โดยหลังจากเก็บแล้วจะมัดลำต้นหอมรวมกันเป็นมัด ก่อนนำห้อยเก็บในโรงเรือน

หอมหัวใหญ่มีอายุการเก็บได้นานประมาณ 4-5 เดือน หากนานกว่านี้ หัวหอมจะเริ่มงอกหรือหัวจะฝ่อลีบลง

ปลูกหัวหอมใหญ่ในแก้ว

ตลาดหัวหอมใหญ่

ตลาดกลางขนาดใหญ่ในกรุงเทพ

ตลาดกลางในกรุงเทพที่สำคัญ ได้แก่ ตลาดปากคลองตลาด และตลาดไทย แบ่งการตลาดเป็น 3 ลักษณะ คือ

  • เกษตรกรนำส่งหอมหัวใหญ่แก่พ่อค้าคนกลางในตลาดกลางโดยตรง
  • พ่อค้าคนกลางในตลาดกลางรับซื้อจากพ่อค้าคนกลาง
  • พ่อค้าคนกลางนำส่งขายต่อในกรุงเทพ และส่งออก โดยมีตลาดต่างประเทศที่สำคัญ คือ ญี่ปุ่น และมาเลเชีย

ตลาดในท้องถิ่น

  • เกษตรกรนำส่งขายแก่แม่ค้าในตลาดสดโดยตรง
  • พ่อค้าคนกลางในท้องถิ่นรับซื้อที่แปลง แล้วนำส่งขายต่อทั้งในตัวจังหวัด และส่งเข้าตลาดกลางในกรุงเทพให้แก่พ่อค้าคนกลาง
  • พ่อค้าคนกลางในตลาดกลางส่งขายต่อในกรุงเทพ และต่างจังหวัด รวมถึงส่งออกยังต่างประเทศและส่งออก