วิธีปลูกแห้วแบบละเอียด (Water Chestnut) สร้างรายได้ดีสำหรับเกษตรกร

วิธีปลูกแห้วแบบละเอียด (Water Chestnut) แห้วเป็นพืชชายน้ำที่นิยมนำหัวมารับประทาน โดยเฉพาะแห้วจีน เพราะแห้วจีนมีหัวขนาดใหญ่ เนื้อหัวมาก มีสีขาว มีรสหวาน นิยมต้มรับประทานหรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ในกระป๋อง รวมถึงแปรรูปเป็นแป้งสำหรับทำอาหารหรือขนมหวาน ที่เรารู้จักกันดี

สำหรับวันนี้เราจะพาเพื่อนๆ และเกษตรกรทุท่านไปรู้จักกับแห้ว และวิธีปลูกแห้วแบบละเอียด เพื่อสร้างรายได้จากการปลูกแห้วและขยายพันธุ์แห้วขาย ส่วนข้อมูลเกี่ยวกับแห้วจะมีอะไรบ้างเราไปรู้กัน

วิธีปลูกแห้วแบบละเอียด

ชนิดของแห้ว และ วิธีปลูกแห้วแบบละเอียด

1.แห้วหมู

แห้วหมู หรือที่เรียก หญ้าแห้วหมู เป็นวัชพืชสำคัญชนิดหนึ่งที่พบมากในทุกประเทศของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทยด้วย มีลักษณะเด่น คือ ลำต้นมีขนาดเล็ก ลำต้นกลมสั้น แตกใบสูงกว่าลำต้น เมื่อออกดอกจะแทงช่อดอกยาว ซึ่งสูงได้มากกว่า 30 เซนติเมตร

ส่วนระบบรากจะแตกไหลยาว และแตกหัวออกตามไหล หัวมีขนาดเล็ก ประมาณ 0.3-0.8 มิลลิเมตร เปลือกหัวเป็นแผ่นหุ้มสีดำอมน้ำตาล เนื้อหัวมีสีขาว แข็ง มีรสเผ็ดร้อน ใช้เป็นยาสมุนไพรในหลายตำรับ

แห้วจีน สรรพคุณ

2.แห้วไทย

แห้วไทย มีลำต้นสูงประมาณ 70-80 เซนติเมตร ขนาดลำต้นประมาณ 4-5 เซนติเมตร ใบมีลักษณะเป็นสามเหลี่ยม เปลือกหัวมีสีดำ และแข็งเป็นริ้ว เนื้อหัวมีสีขาว เมื่อต้มสุกมีสีเหลืองอ่อน และใส ขนาดหัวเล็กกว่าแห้วจีน มีรสชาติที่หวาน หอม และอร่อย

3.แห้วจีน

แห้วจีน เป็นแห้วที่นิยมปลูกมากที่สุดในไทย มีลำต้นสูงประมาณ 1-1.5 เมตร ใบมีลักษณะทรงกลม คล้ายกับหญ้าทรงกระเทียม หัวมีรูปทรงกลม ค่อนข้างแบนเล็กน้อย เปลือกหัวมีสีน้ำตาลไหม้ เนื้อหัวมีสีขาว

แห้ว สรรพคุณ

ประโยชน์ของแห้ว

  1. หัวสดของแห้ว นำมาล้างทำความสะอาด ก่อนต้มนาน 30-40 นาที สำหรับรับประทาน เนื้อหัวมีสีขาว กรอบ และมีรสหวาน
  2. แห้วต้มสุกนำมาปอกเปลือก ก่อนใช้ผสมกับธัญพืชชนิดอื่นทำขนมหวานหรืออาหาร อาทิ ไส้ขนมกลีบ ไส้ซาลาเปา และตะโก้แห้ว เป็นต้น
  3. หัวแห้วดิบนำมาปอกเปลือก ก่อนสับให้มีขนาดเล็ก แล้วตากแดดให้แห้ง หลังจากนั้น นำมาบดเป็นแป้งสำหรับประกอบอหารหรือทำขนมหวาน มีคุณสมบัติคล้ายแป้งข้างโพด
  4. หัวแห้วต้มสุกนำมาปอกเปลือก ก่อนแปรรูปเป็นแห้วกระป๋องหรือแห้วในน้ำเชื่อม
  5. หัวแห้วขนาดเล็กใช้เลี้ยงสัตว์ อาทิ โค และสุกร
  6. ลำต้นแห้วนำมาเลี้ยงสัตว์ หรือ ใช้ตากแห้ง ก่อนกรีดเป็นเส้น แล้วใช้ทอเป็นเสื่อหรือสานเป็นตะกร้า หมวก หรือเครื่องใช้ต่างๆ

ขายแห้ว

การปลูกแห้วแบบละเอียด

แห้วเป็นพืชชายน้ำที่เติบโตได้เฉพาะพื้นที่น้ำขัง เป็นพืชที่ชอบดินร่วนปนดินเหนียว ดินมีสภาพเป็นโคลนตมที่ดี เพื่อใช้สำหรับการปลูกและขยายพันธุ์

การเตรียมหัวพันธุ์สำหรับปลูก

หัวแห้วที่ใช้เป็นพันธุ์ปลูกควรมีขนาดตั้งแต่ 3 เซนติเมตร ขึ้นไป หัวมีสภาพสมบูรณ์ หัวไม่ฝ่อหรือมีรอยกัดแทะของแมลง ปริมาณหัวแห้วที่ใช้ประมาณ 3 ถัง/ไร่ หรือประมาณ 2,000 หัว/ไร่

วิธี ปลูก ต้น แห้ว

การเพาะกล้า

แปลงเพาะกล้าแห้วจะใช้วิธีก่ออิฐชั้นเดียว กว้างประมาณ 1 เมตร ยาวตามความเหมาะสม แล้วโรยด้วยขี้เถ้าแกลบหรือขี้เถ้าแกลบผสมปุ๋ยคอก หนาประมาณ 5 เซนติเมตร

นำหัวพันธุ์แห้วมาตากแดด 2-3 วัน จากนั้น นำมาแช่น้ำอีก 2-3 วัน จนหัวแทงยอดอ่อน หลังจากนั้น ลงหลบในแปลงเพาะ ระยะห่างระหว่างหัว และแถวประมาณ 3-5 เซนติเมตร

กลบด้วยขี้เถ้าให้คลุมทุกหัว ก่อนรดน้ำให้ชุ่ม และดูแลจนกล้ามีอายุ 30-45 วัน หรือมีความสูงประมาณ 20-25 เซนติเมตร ก่อนย้ายลงปลูกในแปลงนา ทั้งนี้ เกษตรกรมักเพาะกล้าประมาณเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์

วิธีปลูกแห้วแบบละเอียด

การเตรียมแปลงปลูก

ให้กะระยะเตรียมแปลงปลูกให้เสร็จก่อนอายุกล้าพร้อมประมาณ 1-2 วัน หรือเตรียมเสร็จพร้อมย้ายกล้าลงปักดำ โดยการเตรียมแปลงจะคล้ายกับการเตรียมแปลงนาหว่านตม แบ่งเป็นระยะแรกให้ไถกลบ และตากหน้าดินก่อน 7-10 วัน จากนั้น นำน้ำเข้าแปลง สูงประมาณ 10-15 เซนติเมตร ก่อนไถปรับแปลงให้เป็นตมอีกรอบ

วิธีปลูกแห้ว

ปลูกด้วยการปักดำ คล้ายกับการปักดำต้นข้าว ระยะปักดำ ตั้งแต่ 50 x 50 เซนติเมตร ถึง 70 x 70 เซนติเมตร ปักดำให้หัวแห้วจมมิดลงโคลน ทั้งนี้ เกษตรกรจะเริ่มปลูกประมาณเดือนมีนาคม-เมษายน และเก็บหัวแห้วประมาณเดือนพฤศจิกายน ที่อายุตั้งแต่ 6-8 เดือน แต่อาจแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่

แห้ว คือ

การรักษาระดับน้ำ

หลังการปักดำแล้ว ให้รักษาระดับน้ำในแปลงให้คงที่ 10-15 เซนติเมตร โดยจัดทำร่องชักน้ำหรือระบายน้ำไว้รอบแปลง เพื่อนำเข้า หากน้ำลดมาก หรือสูบน้ำออก หากน้ำสูงมากเกินไป

การกำจัดวัชพืช และโรค แมลง

เกษตรส่วนมากนิยมฉีดพ่นสารกำจัดวัชพืช จำพวกหญ้าชนิดต่างๆ รวมถึงฉีดพ่นสารกำจัดแมลงศัตรูพืช และโรคต่างๆ ได้แก่

  • โรคราสนิม เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อรา ทำให้ใบเป็นแผลสีน้ำตาลอมส้ม คล้ายกับสีสนิม แก้ไขโดยฉีดพ่นไดเท็นเอ็ม 45 และเบนฟอส ในทุกๆ 7 วัน
  • โรคใบสีส้ม เกิดจากเชื้อราเช่นกัน แต่มักมีมีความรุนแรงมาก แก้ไขคล้ายกับโรคราสนิม
  • หนอนกอ เป็นหนอนเจาะกินเยื่อใบ เมื่อพบระบาดให้ฉีดพ่นด้วยคาร์โบฟูแรน ไอซาโวฟอส
  • เพลี้ยจั๊กจั่น เป็นเพลี้ยที่ดูดกินน้ำเลี้ยงลำต้นแก้ไขโดยฉีดพ่นด้วยโมโนโดรฟอส คาร์โบซัลแฟน หรือ ยากำจัดแมลงชนิดอื่นๆ

แห้วจีน สรรพคุณ

การใส่ปุ๋ย

  • การใส่ปุ๋ยครั้งที่ 1 หลังปักดำเสร็จ 15-20 วัน โดยใส่ปุ๋ยสูตร 14-14-21หรือ 15-15-15 อัตรา 20-30 กิโลกรัม/ไร่
  • การใส่ปุ๋ยครั้งที่ 2 หลังปักดำเสร็จ 90-120 วัน หรือประมาณ 75-100 วัน หลังใส่ครั้งแรก โดยใส่ปุ๋ยสูตร 14-14-21 อัตราเดียวกัน

แห้ว สรรพคุณ

การขุดเก็บหัว และการเก็บรักษา

แห้วสามารถเริ่มเก็บหัวได้เมื่ออายุประมาณ 7-8 เดือน หลังปลูก หรืออาจเก็บได้ตั้งแต่ 6 เดือน ขึ้นไป โดยสังเกตจากใบจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองจนถึงสีน้ำตาล

และเริ่มเหี่ยว และหากขุดดูหัวจะพบเปลือกหุ้มหัวเป็นสีน้ำตาลไหม้ ซึ่งทั่วไปเกษตรกรจะเก็บหัวในช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ในช่วงเดียวกันกับการเก็บเกี่ยวข้าว ขนาดหัวที่เหมาะสมตั้งแต่ 3 เซนติเมตร ขึ้นไป

การเก็บหัวแห้วเริ่มจากการปล่อยน้ำออกจากแปลงก่อนถึงวันเก็บหัว 3-4 อาทิตย์ เพื่อให้หน้าดินแห้ง จากนั้น ทำการไถพรวน ลึกประมาณ 15 เซนติเมตร

แล้วเก็บหัว หรือ ใช้จอบขุดเก็บหัว แต่ในบางพื้นที่ที่ระบายน้ำออกยาก เช่น บางพื้นที่ในจังหวัดสุพรรณบุรี เกษตรกรจะใช้วิธีงมเก็บหัวแห้วด้วยมือ โดยเกษตรกรจะใช้ขาย่ำโคลนรอบลำต้นให้เป็นวงหรือทำให้โคลนรอบลำต้นเป็นก้อน ก่อนใช้มือยกก้อนโคลนขึ้นมา ซึ่งหัวแห้วจะติดขึ้นมาด้วย