วิธีปลูกฟักแม้ว สร้างรายได้ดีสำหรับผู้ปลูก พร้อมประโยชน์

ฟักแม้วไทย

สร้างรายได้จากการปลูกผักและขยายพันธุ์ผัก โดย วิธีปลูกฟักแม้ว ซึ่งการปลูกฟักแม้วก็ปลูกได้ไม่อยากอย่างที่คิด สามารถปลูกได้แบบวิธีง่ายๆ สามารถสร้างรายได้ได้ดี สำหรับเกษตรกรผู้ปลูก ฟักแม้ว(Chayote) ถือเป็นพืชผักต่างถิ่นที่นิยมปลูกมาในภาคเหนือ เนื่องจาก เพราะยอดอ่อน ผลอ่อน และรากสามารถใช้ประกอบอาหารได้ โดยเฉพาะผลอ่อน และยอดอ่อนที่มีความกรอบ หวาน และมีรสมันอร่อย

สามารถปรุงเป็นอาหารทั้งเมนูผัด และแกงต่างๆ ได้เป็นอย่างดี มีความนิยมอย่างมากสำหรับทุกภาคของไทย เป็นที่ต้องการอย่างมากสำหรับตลาด และวันนี้เองเราจะพาเพื่อนๆ และเกษตรกรที่สนใจเกี่ยวกับการปลูกฟักแม้ว สามารถเข้ามาดูวิธีปลูกและขยายพันธุ์ในบทความนี้ได้เลย เพราะการปลูกฟักแม้วสามารถสร้างรายได้ได้ดีแก่เกษตรกรผู้ปลูก

วิธีปลูกฟักแม้ว

ประโยชน์ของฟักแม้วและ วิธีปลูกฟักแม้ว

1.ทั้งผลอ่อน ใบหรือยอดอ่อน และราก นำมาประกอบอาหาร โดยเฉพาะผลอ่อน และยอดอ่อนที่นิยมมากในเมนูผัด และแกงต่างๆ รวมถึงใช้ลวกจิ้มกับน้ำพริก ซึ่งให้รสหวาน มีความกรอบ และนุ่มน่ารับประทาน อีกทั้งยังมีคุณค่างทางโภชนาการสูง ดังจะแสดงในข้อมูลด้านล่าง

2.ผลอ่อนสามารถรับประทานได้ ซึ่งจะให้รสชาติคล้ายกับมันฝรั่ง

3.นอกจากส่วนต่างๆ ที่นำมาประกอบอาหารแล้ว การปลูกฟักแม้วภายในบ้านด้วยการทำค้างสูงยังใช้เป็นร่มเงาผักผ่อนได้ด้วย

สรรพคุณฟักแม้ว

ใบอ่อน และยอดอ่อน

– ช่วยขับปัสสาวะ

– ช่วยบำรุงหัวใจ และหลอดเลือด

– ช่วยบำรุงสายตา

– แก้อักเสบ

– ช่วยรักษาเส้นเลือดแข็งตัว

– ช่วยลดความดันโลหิตสูง

– ช่วยสลายนิ่วในไต

– ช่วยบำรุงผิวพรรณ

การทำค้างฟักแม้ว

ผล

– ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความแก่

– ต้านการเกิดมะเร็ง

– รักษาแผลในกระเพาะอาหาร

– ช่วยขับปัสสาวะ

– ช่วยบำรุงหัวใจ

– ลดอาการอักเสบ

– ป้องกันเลือดแข็งตัว

– ช่วยลดความดันโลหิต

ราก

– รักษาแผลในกระเพาะอาหาร

– แก้ปัสสาวะเล็ด ช่วยขับปัสสาวะ

– ช่วยเสริมสร้างการสร้างกระดูก ป้องกันโรคกระดูกพรุน

– แก้อาการท้องเสีย

ฟักแม้วชอบอากาศแบบไหน

การปลูกฟักแม้ว

เนื่องจากฟักแม้วเป็นพืชเถาที่มีอายุข้ามปีเพียง 3-4 ปี จึงไม่นิยมปลูกด้วยการปักชำเถา เพราะมีการแตกกิ่งน้อย และมีอายุสั้น อีกทั้งเป็นการตัดต้นหรือกิ่งที่กำลังให้ผลผลิตด้วย ดังนั้น การปลูกฟักแม้วจึงใช้การปลูกด้วยเมล็ดเป็นหลัก แต่จะเพาะต้นกล้าด้วยการเพาะทั้งผล โดยไม่มีการแกะเมล็ดออก เพราะหากแกะเมล็ดออกจะมีอัตราการงอกต่ำ

การเลือกผล

ผลฟักแม้วที่เก็บสำหรับการเพาะกล้าจะต้องเก็บผลที่สุกเต็มที่แล้วหรือเป็นผลที่ร่วงจากต้นแล้ว ซึ่งจะมีเปลือกผลสีเหลืองอมครีม ทั้งนี้ อาจใช้ผลแก่ที่มีการแทงต้นอ่อนออกจากก้นผลแล้วก็ได้ ซึ่งบางผลอาจแทงต้นออกในขณะที่ผลยังติดอยู่กับเถา

การเตรียมวัสดุเพาะ และการเพาะ

วัสดุเพาะกล้าเตรียมได้ด้วยการใช้ดินผสมกับปุ๋ยคอกหรือผสมร่วมกับแกลบดำในอัตราส่วนดินต่อปุ๋ยคอกที่ 1:3 หรือใส่แกลบดำเพิ่มอีก 0.5 ส่วน หลังจากนั้น คลุกส่วนผสมให้เข้ากัน ก่อนจะบรรจุลงถุงเพาะชำขนาดใหญ่ พรน้อมกับนำผลฟักแม้วกลบลงในถุงเพาะชำให้ลึกประมาณ 2 เซนติเมตร หลังจากนั้น รดน้ำให้ชุ่ม และดูแลให้น้ำต่อประมาณ 1-1.5 เดือน ก็พร้อมนำกล้าพันธุ์ลงปลูกในแปลงได้

ปลูกมะระหวานในกระถาง

วิธีการปลูก

หลังจากต้นกล้าฟักแม้วมีอายุได้ 1-1.5 เดือน ให้นำลงปลูกในแปลงได้ โดยขุดหลุมปลูกขนาด 30 เซนติเมตร ลึกประมาณ 25-30 เซนติเมตร โดยมีระยะห่างระว่างหลุมประมาณ 70-100 เซนติเมตร และระยะห่างระหว่างแถวประมาณ 1.5-2 เมตร หรืออาจมากกว่า พร้อมรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกประมาณ 3 กำมือ และปุ๋ยสูตร 15-15-15 ประมาณ 1 กำมือ

การทำค้าง

หลังจากปลูกกล้าฟักแม้วแล้ว ให้รีบทำค้างทันที เพราะฟักแม้วจะเริ่มแทงยอดเป็นเถายาวหลังการปลูกเพียงไม่กี่วัน ด้วยการปักหลักระหว่างหลุมในระยะประมาณ 2 เมตร/หลัก หลักสูงประมาณ 2 เมตร พร้อมขึงลวดโยงหลัก หรือใช้ไม้พาดโยงในแต่ละหลักก็ได้

การใส่ปุ๋ย

– ใส่ปุ๋ยคอกรอบโคนต้นหลังการปลูก 1 เดือน หลุมละ 2-3 กำมือ

– ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 24-12-12 สำหรับปลูกเพื่อเก็บยอด หลังการปลูก 1 เดือน

– ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 12-12-24 หรือ 6-6-12 สำหรับการเก็บผล หลังการปลูก 2 เดือน และหลังการใส่ปุ๋ยครั้งแรก 1 เดือน

การเพาะเมล็ดฟักแม้ว

การเก็บเกี่ยว

สำหรับการเก็บยอดอ่อนสามารถเริ่มเก็บได้ตั้งแต่ 2 เดือน หลังการปลูก มีระยะการเก็บ 2-3 วัน/ครั้ง แต่ละครั้งให้ปริมาณยอดอ่อน 200-300 กิโลกรัม/ไร่ ส่วนการเก็บผลสามารถเก็บผลได้ประมาณ 4-5 เดือน หลังการปลูก ซึ่งดอกฟักแม้วจะออกดอกหลังการปลูกประมาณ 3-4 เดือน

และติดผลจนผลเริ่มเก็บได้อีกประมาณ 1 เดือน หลังดอกบาน ทั้งนี้ ฟักแม้วสามารถให้ผลผลิตได้ต่อเนื่องนาน 3-4 ปี แล้วต้นก็จะโทรมตายไป โดยผลผลิตจะได้ประมาณ 3-4 ตัน/ไร่ ในการเก็บแต่ละครั้ง

การเก็บรักษา

ยอดอ่อน และผลอ่อนของฟักแม้ว หลังเก็บมาแล้วให้ล้างน้ำทำความสะอาด ก่อนบรรจุถุงออกจำหน่าย แต่หากเก็บเพื่อรับประมานในครัวเรือน ควรเก็บไว้ในตูเย็นที่อุณหภูมิประมาณ 4 องศาเซลเซียส ซึ่งเก็บได้ประมาณ 60-90 วัน และที่อุณหภูมิ 10-15 องศาเซลเซียส จะเก็บได้ประมาณ 2-4 อาทิตย์ ส่วนการเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องด้านนอกจะเก็บยอดได้นาน 2-3 วัน ผลได้นานประมาณ 5-7 วัน