วิธีปลูกถั่วพู (Winged Bean) สร้างรายได้ดีสำหรับเกษตรกรผู้ปลูก

วิธีปลูกถั่วพู แบบละเอียด สามารถปลูกได้ดังนี้ การปลูกถั่วพูนั้นไม้อยากอย่างที่คิด สามารถปลูกได้ง่ายและสามารถสร้างรายได้ได้ดีสำหรับเกษตรกรผู้ปลูก การปลูกถั่วพูขายเป็นอีหนึ่งอาชีพที่น่าสนใจอย่างมาก

เพราะนอกจากจะสร้างรายได้ให้กับผู้ปลูกแล้ว การปลูกยังสามารถปรับสภาพดินได้อีกด้วย ทำให้การปลูกถั่วพูเป็นอาชีที่น่าทำอย่างมาก และวันนี้เองทางเราก็ได้นำเรื่องราวที่เกี่ยวกับเทคนิคและวิธีการปลูกถั่วพูแบบละเอียดมาให้กับเพื่อนๆ ที่สนใจ สามารถทำตามขั้นตอนที่เราได้มอบไว้ให้ได้เลย

วิธีปลูกถั่วพู แบบละเอียด ดังนี้

สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโต ถั่วพูเป็นผักที่ขึ้นง่าย สามารถขึ้นได้ในละติจูดที่  เหนือ – ใต้ ดังนั้นจึงสามารถขึ้นอยู่ได้ในเขตร้อนแถบเอเชีย แอฟริกาและอเมริกาใต้ ในอเมริกาขึ้นได้ในฟลอริดา

สภาพระดับความสูงต้องไม่เกิน 6,000 ฟุต ต้องการช่วงวันสั้น เพื่อกระตุ้นให้เกิดตาดอก ดังนั้นจะออกดอกในฤดูหนาว จะเก็บเกี่ยวได้ในฤดูร้อน หากปลูกในที่อากาศเย็นถั่วพูจะไม่ออกดอก ในการเจริญเติบโตต้องการน้ำมาก ถ้าแล้งถั่วพูจะตาย

วิธีปลูกถั่วพู แบบละเอียด

การสร้างปมราก (nodule)

ถั่วพูจะมีระบบการสร้างปมรากได้มากกว่าถั่วอื่นๆ กล่าวคือสามารถจะสร้างได้ประมาณ 44 ปม/ต้น ดังนั้นจะเห็นว่าถั่วพูมีพลังในการดึงไนโตรเจนจากอากาศมาใช้ได้มาก เฉลี่ยน้ำหนักของปมรากประมาณ 0.6 กรัม/ปม เชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดปมรากคือ phizopus จะเป็น species ใดก็ได้

รูปร่างลักษณะทั่วๆ ไปของถั่วพูและระยะของการเจริญเติบโต

ถั่วพูเป็นไม้เลื้อย เป็นผักจัดว่าเป็นพวกไม้เนื้ออ่อน พุ่มลำต้นเหนือดินจะตายในฤดูแล้ง แต่ถ้าลำต้นและรากใต้ดินยังไม่ตายและลำต้นเหนือดินจะงอกขึ้นมาใหม่ในฤดูฝน ความสูงของต้นถั่วพูเมื่อโตเต็มที่จะยาวประมาณ 3 – 4 เมตร

ดอกสีม่วงอ่อน ขาวแล้วแต่พันธุ์ ปัจจุบันสามารถใช้รังสีฉาย ทำให้พันธุ์เลื้อยเป็นพันธุ์พุ่มได้ ขนาดของฝักมีตั้งแต่ 6 – 36 ซม. ผลิตเมล็ด 5 – 20 เมล็ดต่อฝัก รูปร่างของเมล็ดกลม หรือรี ผิวเมล็ดเป็นมัน สีของเมล็ดมีตั้งแต่ขาว ครีม เหลือง น้ำตาล ดำ หรืออาจมีลาย น้ำหนักเมล็ดประมาณ 0.06 – 0.40 กรัม/เมล็ด

ระยะของการเจริญเติบโตของผัก แบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ

  • ระยะที่ 1 หลังจากผสมเกสร 20 วัน เจริญจากดอกเป็นฝักกินได้ หลังจาก 20 วันไปแล้วขนาดของฝักจะไม่โตขึ้นอีก
  • ระยะที่ 2 หลังจาก 20 วันอีก 44 วันฝักจะแห้ง

ปลูกถั่วพู กินเอง

การปฏิบัติการปลูกถั่วพูแบบละเอียด

ปลูกแบบสวนหลังบ้าน เช่น การปลูกถั่วพูในประเทศไทย อินโดนีเซีย หลังจากหยอดเมล็ดแล้วงอกขึ้นได้ประมาณ 2 เดือนครึ่งก็เริ่มเก็บฝักได้ ถ้าจะรอเก็บฝักอ่อนให้มากต้องงดการเด็ดใบอ่อน ยอดอ่อน มิฉะนั้นจะไม่ได้ฝักอ่อน หลังจาก 8 เดือน

ฝักจะแห้งถ้าเริ่มหยอดเมล็ดในต้นฤดูฝน ต้นและใบเหนือดินจะตายไปในฤดูแล้ง และเมื่อถึงฤดูฝน ปีใหม่ ลำต้นใต้ดินก็จะแตกขึ้นมาใหม่ การปลูกควรเลือกสถานที่ให้เหมาะสม คือ น้ำไม่ท่วม เป็นบริเวณที่มีแสงแดดส่องตลอดวันหรือส่องมากที่สุด

ความอุดมสมบูรณ์ของดินต้องสูง ดังนั้นควรปรับปรุงดินโดยการใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักตอนเตรียมดิน ป้องกันน้ำท่วมโดยการยกร่องให้สูง

การปลูกเป็นการค้า การปลูกลักษณะนี้น้อยมาก ไม่มีตัวเลขแสดงจำนวนพื้นที่ปลูกที่แน่นอน การปลูกเป็นการค้าทำเพื่อจุดประสงค์ 3 แบบ คือ

  • ปลูกเพื่อเก็บฝักอ่อน การปลูกเพื่อเก็บฝักอ่อนนี้ควรเลือกพื้นที่ใกล้ตลาด ถ้าเป็นที่ลุ่มควรยกร่องปลูกแบบสวนผัก หรือถ้าเป็นที่สูงก็ทำแปลงปลูกเป็นไร่
  • ปลูกเพื่อขยายเมล็ดพันธุ์ เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีอุตสาหกรรมทำเมล็ดพันธุ์ขาย ดังนั้น ชาวสวนจึงผลิตเมล็ดพันธุ์ใช้เอง ต้องทิ้งฝักให้แก่แล้วจึงเก็บเอามากะเทาะเอาเมล็ด

การปลูกถั่วพูสีม่วง

  • ปลูกเพื่อขายหัว การปลูกเพื่อผลิตหัว (รากใต้ดิน) นั้น เพื่อที่จะกระตุ้นให้เกิดหัวมากๆ จะต้องเก็บฝักอ่อนให้หมด และยังต้องเด็ดยอดอ่อน ในกรณีที่เลือกพื้นที่ปลูกในจุดประสงค์จะเอาหัวนี้ควรเลือกดินทรายร่วน

การปลูกถั่วพูเป็นพืชคลุมดิน จุดประสงค์เพื่อบำรุงดิน เป็นอาหารสัตว์หากจะใช้เป็นปุ๋ยพืชสดควรไถกลบตอนมีดอก จะให้ธาตุไนโตรเจนแก่ดินมากที่สุด

วิธีการปลูก หลังจากทดสอบความงอกของเมล็ดพันธุ์ ว่ามีเปอร์เซ็นต์ความงอกไม่ต่ำกว่า 75% จึงนำเมล็ดนั้นมาปลูกในแปลงปลูก โดยฝังลงลึกประมาณ 2 – 3 ซม. ปลูกหลุมละ 3 เมล็ด

ระยะปลูกสำหรับเก็บฝักอ่อนประมาณ 60 – 120 ซม. หรือ 75 – 75 ซม. หากจะเก็บเมล็ดพันธุ์ควรใช้ระยะปลูก 60 – 60 ซม.

หากจะปลูกเอาหัวหรือรากใต้ดิน ควรใช้ระยะปลูก 100 – 100 ซม. ก่อนนำเมล็ดไปปลูกควรเอาเมล็ดแช่น้ำไว้ประมาณ 6 ซม. แล้วเอาไปใส่หุ้มไว้ในถุงผ้าชื้นๆ อีก 1 – 2 วันจนรากเริ่มงอก แล้วจึงเอาไปปลูก จะช่วยทำให้งอกในแปลงได้เร็วขึ้น

พันธุ์ถั่วพู

การปฏิบัติและการดูแลรักษา

  • การกำจัดวัชพืช ในระยะแรกหลังจากงอกถั่วพูเจริญเติบโตช้ามากต้องทำการกัดจัดวัชพืชโดยใช้ยากำจัดวัชพืช หลังจากถั่วพูเลื้อยขึ้นค้างแล้วการกำจัดวัชพืชไม่จำเป็นนัก
  • การให้น้ำ หากปลูกถั่วพูในฤดูฝน น้ำฝนจะเพียงพอต่อความชื้นในดิน สำหรับให้ความชุ่มชื้น หากพื้นที่ใดมีฝนตกชุกควรยกร่องให้สูง ป้องกันน้ำท่วม หากปลูกในฤดูหรือในเขตแห้งแล้งต้องมีน้ำรดเพียงพอ
  • การทำค้าง นิยมใช้ไม้รวกสำหรับทำค้าง โดยทั่วไปมักปัก 1 หลักต่อต้นหรือทำเป็น 3 ขาแล้วผูกเป็นกระโจมไว้ข้างบน การปักค้างอย่าให้สูงเกินไป เพราะจะเก็บเกี่ยวไม่สะดวก บางครั้งนิยมทำค้างแบบปักหลักเป็นระยะๆ แล้วพาดไม้ตามแนวขนานเป็นตอนๆ จะทำให้เก็บเกี่ยวง่าย แม้ว่าการทำค้างจะเสียค่าใช้จ่ายมาก แต่ผลผลิตจะเพิ่มขึ้นกว่าการปลูกแบบไม่ทำค้าง

โรคและแมลงที่ต้องรู้

ถั่วพูมีโรคและแมลงน้อยมาก อาจพบเชื้อราได้ที่ยอด ราสนิมและโรคใบจุด เป็นครั้งคราวและไม่พบว่าถั่วพูเป็นโรคไวรัส และแมลงมีบ้างที่มากัดกินดอกอ่อน ฝักอ่อน

เช่น แมงมุมแดง แต่ถ้าดูแลให้แปลงสะอาดปราศจากวัชพืชบริเวณใกล้เคียง ก็จะไม่พบแมลงศัตรูที่ถั่วพูเลยส่วนสัตว์ที่รบกวนถั่วพูมาก คือ ไส้เดือนฝอย ซึ่งจะพบมากในเขตดินทรายและการพ่นยา ควรใช้ Sevin, Maneb สัปดาห์ละครั้งสลับกันกับ Lannate จนกระทั่งออกดอก

ปลูกถั่วพู 1 ไร่

การเก็บเกี่ยวผลผลิต

  • ประมาณ 10 สัปดาห์หลังปลูกก็เก็บฝักอ่อนได้ หรือหลังจากผสมละอองเกสร (ดอกบาน) ไป 14 วันก็เก็บผักได้ หากล่าช้าเกินไปจะเป็นเสี้ยนทานไม่อร่อย และหลังจาก 6 สัปดาห์เมล็ดจะแก่และต้นเก่าในปีต่อไปก็จะขึ้นอีก ออกดอกต่อไปถ้าให้ความชื้นเพียงพอและมีการบำรุงดิน
  •  การผลิตหัว (ราก) เมื่อต้นอายุได้ 2 เดือนจะมีหัวขนาดเล็กๆ เมื่ออายุ 4 – 8 เดือน หัวจะใหญ่ขึ้นขนาดของหัวมีความสัมพันธ์กับฝัก หากปลูกเอาฝักแก่ หัวมีขนาดเล็ก หากปลูกแล้วเอาฝักอ่อนทิ้งยอดอ่อนทิ้งหัวมีขนาดใหญ่เร็ว ยิ่งทิ้งให้เจริญข้ามปีหัวยิ่งมีขนาดใหญ่ มักเก็บหัวตอนที่ต้นข้างบนแห้งตาย
  • ผลผลิตที่ปลูกในปาปัวนิวกินีได้ประมาณ 160 กก./ไร่ เป็นน้ำหนักเมล็ดแห้งในประเทศไนจีเรียได้ 224 กก./ไร่ ในฟลอริดาผลิตได้ 320 กก./ไร่ สำหรับน้ำหนักสดได้ 1,880 กก./ไร่ นับว่าเป็นผลผลิตต่อไร่ที่สูงมากเมื่อเทียบกับพืชตระกูลถั่วทั่วๆ ไป