วิธีปลูกกะหล่ำดอก (Cauliflower) สร้างรายได้ได้ดี กำไรงาม

วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ และเกษตรกรทุกท่านได้รู้จักกับ วิธีปลูกกะหล่ำดอก แบบละเอียด กะหล่ำดอกเป็นพืชผักเศรษฐกิจ เป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับคนไทยและชาวต่างชาติ นิยมนำมาประกอบอาหารหลากหลายชนิด ผักชนิดนี้มีประโยชน์และสรรพคุณมากมาย ทำให้ความนิยมในการรับประทานผักชนิดนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่วนการเพราะปลูกนั้นจะเป็นอย่างไรเราไปดูพร้อมๆ กันเลย

กะหล่ำดอกเป็นผักที่ต้องมีความชำนาญและรู้วิธีปลูกที่ถูกต้องจึงจะได้ผลผลิตดี ในระยะแรกเมืองไทยไม่มีความสำเร็จในการปลูกกะหล่ำดอกเท่าใดนัก ต่อมามีการทดลองและปรับปรุงวิธีการปลูก จึงรู้ว่ากะหล่ำดอกต้องการการปฏิบัติรักษาขณะเจริญเติบโตที่ยุ่งยากพอสมควร ส่วนของกะหล่ำดอกที่นำมาบริโภคนั้น คือส่วนที่อัดตัวกันแน่นด้านบนของลำต้น มีสีขาว หรือสีครีมอ่อน ส่วนนั้นเรียกว่าเป็นส่วนที่จะให้กำเนิดช่อดอกของกะหล่ำอีกทีหนึ่ง

Cauliflower

ดังนั้น ส่วนที่รับประทานจึงไม่ใช่ดอกที่แท้จริง เมื่อส่วนนี้แก่จึงจะมีช่อดอกยืดมาจากส่วนนี้อีกทีหนึ่ง กะหล่ำดอกมีถิ่นกำเนิดแถบเมดิเตอร์เรเนียน เท่าที่ปลูกกันในเมืองไทยมีหลายพันธุ์ แบ่งออกเป็นพันธุ์หนัก พันธุ์กลางและพันธุ์เบา พันธุ์เบามีอายุประมาณ 50-65 วัน หลังจากการย้ายกล้าถึงเก็บเกี่ยว

พันธุ์หนักมีอายุประมาณ 70-90 วัน ส่วนพันธุ์กลางมีอายุประมาณ 65-75 วัน แต่ละชนิดมีลักษณะของหัวแตกต่างกันออกไป อาจกลมหรือแบน พันธุ์ที่เป็นที่นิยมของตลาดมักมีขนาดกลม สีข่าวผ่อง และมีใบหุ้ม ดอกมาก ผิดของดอกเรียบ

วิธีปลูกกะหล่ำดอก

การเตรียม วิธีปลูกกะหล่ำดอก แบบละเอียด

กะหล่ำดอกค่อนข้างเจริญเติบโตได้ดีในดินที่ค่อนข้างเหนียว แต่ต้องมีการเตรียมดินที่ดีพอและสามารถระบายน้ำได้ ดินทีค่อนข้างเหนี่ยวจะทำให้หัวแน่น น้ำหนักดี ซึ่งทำให้ผลผลิตสูง เนื่องจากดินเหนียวจะอุ้มน้ำได้ดี ทำให้กะหล่ำดอกเจริญเติบโตได้ดี สม่ำเสมอตลอด หากเป็นดินร่วนจะมีผลกระทบกระเทือนเนื่องจากทำให้ขาดน้ำที่เพียงพอ อาจทำให้ดอกหลวม น้ำหนักไม่ดี

ความอุดมสมบูรณ์ของดินที่ใช้ปลูกควรมีสมบูรณ์ปานกลาง หากดินดีมากเกินไปจะทำให้กะหล่ำดอกเจริญทางใบมาก ดอกจะเล็กลง หากดินไม่ดีก็จะทำให้โตช้า หรืออาจทำให้หัวไม่โตเต็มที่ และกะหล่ำดอกนั้นต้องการน้ำตลอดในช่วงของการเจริญเติบโต โดยเฉพาะในต้องสร้างดอก จะขาดน้ำไม่ได้เลย

กะหล่ำดอก ราคา

ความเป็นกรดด่างของดินจะต้องอยู่ที่ประมาณ 6.0-6.8 และจะต้องได้รับแสงแดดเต็มที่ตลอดทั้งวัน ส่วนอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตที่ดีอยู่ที่ประมาณ 15.5-18.3 องซาเซลเซียส

หากอุณหภูมิสูงกว่านี้จะทำให้มีใบขึ้นแซมดอกออกมา ซึ่งจะทำให้ดอกไม่แน่น หากปลูกเพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ควรให้อุณหภูมิอยู่ที่ระดับ 14-20 องศาเซลเซียส และหากการปลูกในระยะแรกอุณหภูมิต่ำใกล้ 0 องศาเซลเซียส จะทำให้ตาของยอดเสียและจะทำให้กะหล่ำดอกไม่ยอมสร้างดอกขึ้นมา

วิธี ปลูก กะหล่ำ

การปลูกและการดูแลกะหล่ำดอก

เริ่มต้นโดยการเตรียมดินโดยมีหลักเกณฑ์ในการเตรียมดินเหมือนกับกะหล่ำปลี แต่ควรให้มีหน้าดินลึกกว่ากะหล่ำปลีเล็กน้อย หากเป็นพื้นที่ลุ่มควรยกร่องและปลูกบนสันร่อง กะหล่ำดอกพันธุ์เบาจะทนความเค็มของดินได้ไม่ดี

การปลูกมักทำโดยการย้ายกล้า และจะต้องทำด้วยความระมัดระวังมาก เมื่อกล้าในแปลงอายุประมาณ 6 สัปดาห์ ควรทำการย้ายกล้าไปปลูกให้หมด ไม่ควรทิ้งกล้าให้อายุมากกว่านี้ ส่วนอัตราการใช้เมล็ดพันธุ์ในแปลงกล้าแต่ละแปลงควรอยู่ที่ประมาณ 35-45 กรัม ต่อขนาดพื้นที่ 3-4 ตารางเมตร

สำหรับระยะห่างของกล้าที่นำไปปลูกในแปลงแต่ละแปลงควรเว้นระยะห่างประมาณ 50-75 เซนติเมตร ส่วนการเพาะกล้า การย้ายกล้า และการปลูกก็ปฏิบัติเช่นเดียวกับการปลูกกะหล่ำปลี หลังจากปลูกควรให้น้ำให้ดินชื้นเสมอ อาจใช้ฟางคลุมเพื่อลดการระเหยของน้ำจากหน้าดินก็ดี ความต้องการปุ๋ย

กะหล่ำดอก

กะหล่ำดอกต้องการปุ๋ยไนโตรเจนและพบว่าในรูปของ แอมโมเนียมไนเตรดและยูเรีย จะเพิ่มผลผลิตได้ดี ปริมาณของไนโตรเจนต้องการประมาณ 32.5 กิโลกรัม / ไร่ ส่วนฟอสฟอรัสต้องการประมาณ 13 กิโลกรัม / ไร่ และโปแตสเซียมประมาณ 41.1 กิโลกรัม / ไร่

ซึ่งถ้าให้ปุ๋ยเพียงพอในระดับนี้จะทำให้ได้ผลผลิตประมาณ 8,100 กิโลกรัม / ไร่ เลยทีเดียว หากใช้ปุ๋ยผสมก็มักนิยมใช้สูตร 13:13:21 หรือ 14:14:21 ในอัตราประมาณ 50-100 กิโลกรัม / ไร่ โดยใส่ร่วมกับปุ๋ยยูเรียด้วย การใส่แบ่งเป็น 2 ครั้ง ครั้งแรกตอนเตรียมดินก่อนปลูกและเมื่อหลังจากย้ายกล้าได้ 15 วัน

ประโยชน์กะหล่ำดอก

โดยโรยข้างๆ แถวของกะหล่ำดอก และพรวนดินกลบ การพรวนดินจะช่วยกำจัดวัชพืชในระยะแรกด้วย แต่ต้องระวังมิให้รากได้รับความกระทบกระเทือนมากนัก

การคลุมดอก เมื่อกะหล่ำดอกเริ่มมีดอกขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5-7 เซนติเมตรแล้ว ต้องรวบในบนๆ ห่อดอกหลวมๆ แล้วใช้เชือกมัดไว้ประมาณ 3-7 วัน ก็จะตัดดอกได้ สาเหตุที่ต้องทำ

ดังนี้เพื่อให้ดอกกะหล่ำไม่ถูกแสงแดดและจะทำให้มีสีขาว เป็นที่ต้องการของตลาด หากปล่อยให้ดอกกะหล่ำโดนแสงแดด จะมีสีเหลือง ในปัจจุบันมีกะหล่ำดอกพันธุ์ใหม่ที่มีลักษณะใบห่อดอก ซึ่งจะทำให้ลดแรงงานในการคลุมดอกได้มาก

เมล็ดพันธุ์ กะหล่ำดอก

การเก็บเกี่ยวกะหล่ำดอก

การเก็บเกี่ยวควรเก็บเกี่ยวในตอนที่ดอกโตเป็นก้อนแน่น เพราะหากเก็บล่าช้ากว่านั้น จะทำให้ดอกยืดตัวและหลวม สำหรับพันธุ์เบาจะให้ดอกขนาดเล็ก โดยเฉลี่ยจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 15 เซนติเมตร พันธุ์หนักหากสมบูรณ์ดีจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 30 เซนติเมตร

การตัดจากแปลงให้ใช้มีดตัดลำต้นโดยให้มีใบหุ้มดอกมาด้วยสัก 3 ใบ เพื่อห่อหุ้มกันกระทบกระเทือนดอกในขณะขนส่งดอกจะได้ไม่ช้ำ การบรรจุมักบรรจุลงในเข่งไม้ไผ่ หากดอกกะหล่ำไม่มีใบหุ้มติดมา จะบรรลุลงในกล่องกระดาษที่รองด้วยกระดาษฝอย เพื่อป้องกันดอกช้ำเสียหาย

หลังจากเก็บเกี่ยวควรส่งตลาดโดยเร็ว เนื่องจากดอกกะหล่ำมักมีการเปลี่ยนแปลงสภาพอย่างรวดเร็ว เช่น การเปลี่ยนสีจากสีขาวนวลเป็นเหลืองซีด หรือเหลืองคล้ำ นอกจากนั้นอาจมีการหลวมตัวของดอก และการสูญเสียเสียน้ำหนักด้วย อาจจะทำให้ราคาของกะหล่ำดอกตกได้