วิธีทำผลไม้แช่อิ่ม แบบละเอียด พร้อมวิธีสร้างรายได้จากผลไม้แช่อิ่ม

วิธีทำผลไม้แช่อิ่ม แบบละเอียด สามารถทำได้โดยการทำให้น้ำเชื่อมซึมเข้าสู่เนื้อผลไม้จนเนื้อผลไม้มีรสหวานตามความต้องการหรือทำให้มีความเข้มข้นของน้ำตาลในเนื้อผลไม้ประมาณร้อยละ 70 ของผลไม้

เพื่อที่เราจะได้แช่อิ่มตามขั้นตอน ส่วนการแช่อิ่มผลไม้ ก็ได้เป็นที่นิยมสำหรับวัยรุ่น และท้องตลาด เป็นอย่างมาก ทำให้ผู้ที่สนใจทำผลไม้แช่อิ่มเพื่อขาย และสร้างรายได้ สามารถเข้ามาศึกษาขั้นตอนการทำในบทความของเราได้เลยครับ

วิธีทำผลไม้แช่อิ่ม แบบละเอียด

วิธีทำผลไม้แช่อิ่ม

1.การแช่อิ่มแบบเร็ว

การแช่อิ่มแบบเร็ว เป็นการเชื่อมผลไม้ด้วยการต้มผลไม้ในน้ำเชื่อมจนงวดแล้วผึ่งแดดให้แห้ง วิธีนี้ทำให้ผลไม้หดตัวจนมีลักษณะเหี่ยวย่น บางครั้งเหนียวหรือแข็ง เพราะน้ำเชื่อมมีความเข้มข้นสูง น้ำถูกดึงออกจากผลไม้อย่างรวดเร็วเกินไปด้วยแรงดันออสโมซีส นิยมทำในผัก และเปลือกส้มโอแช่อิ่ม

วิธีทำมะม่วงเบาแช่อิ่ม

2.การแช่อิ่มแบบช้า

วิธีนี้เป็นการเชื่อมโดยใช้น้ำเชื่อมที่เข้มข้นปานกลาง หรือประมาณร้อยละ 30 ต้มผลไม้ในน้ำเชื่อมเป็นเวลา 5 นาที แล้วยกลงแช่ในขวดโหลที่ปิดมิดชิดเป็นเวลา 24 ชั่วโมง รอให้ผลไม้จมอยู่ในน้ำเชื่อม วันรุ่งขึ้นแยกผลไม้ออกแล้วเติมน้ำตาลลงในน้ำเชื่อมให้เข้มข้นเพิ่มอีกร้อยละ 10

แช่ผลไม้อีก 24 ชั่วโมง ทำซ้ำทุกวัน จนกระทั่งความเข้มข้นของน้ำเชื่อมไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ใช้เวลาประมาณ 6-7 วัน เมื่อความเข้มข้นของน้ำตาลเกินร้อยละ 60 ต้องเติมกรดซิตริกลงไป (ร้อยละ 0.1) เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำตาลตกผลึก เมื่อผลไม้อิ่มตัวแล้วก็นำไปผึ่งหรืออบให้แห้ง

ผลไม้แช่อิ่มมีอะไรบ้าง

การเตรียมผลไม้ก่อนแช่อิ่ม

ปัญหาสำคัญในการแช่อิ่มผลไม้จะส่งผลโดยตรงต่อการยอมรับของผู้บริโภค คือ การเกิดสีน้ำตาล เนื่องจากเอนไซม์ และการเปลี่ยนแปลงของเนื้อสัมผัสหลังการแช่อิ่ม

ปัญหาดังกล่าวนี้ สามารถป้องกันหรือชะลอการเปลี่ยนแปลงได้ โดยนำผลไม้ไปผ่านการเตรียมอย่างถูกต้องก่อนนำไปแช่อิ่ม ซึ่งการใช้ความร้อน และสารเคมี เป็นวิธีที่นิยมใช้ในการเตรียมผลไม้ก่อนนำไปแช่อิ่ม ได้แก่

มะม่วงเบาแช่อิ่ม

1.การใช้ความร้อน

การลวกผลไม้ด้วยไอน้ำหรือน้ำร้อน เป็นวิธีที่ใช้ได้ผลดีในการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ที่เป็นสาเหตุของการเกิดสีน้ำตาลในผลไม้ได้ดี แต่ความร้อนมักทำให้เนื้อผลไม้นิ่มลง รวมถึงการสูญเสียความหวาน และคุณค่างทางโภชนาการของเนื้อผลไม้ที่ละลายไปกับน้ำร้อน

นอกจากนี้ ความร้อนมักทำให้กลิ่น และรสของผลไม้เปลี่ยนไป ดังนั้น การใช้วิธีนี้ จึงควรใช้ที่ความร้อนต่ำเพื่อให้เกิดผลกระทบกับเนื้อสัมผัส และกลิ่นรสของผลไม้น้อยที่สุด

วิธีทํามะม่วงแช่อิ่ม

2.การใช้แคลเซียมคลอไรด์

การแช่ผลไม้ในสารละลายของเกลือแคลเซียมคลอไรด์ เป็นวิธีที่นิยมนำมาใช้เพื่อปรับปรุงเนื้อสัมผัสของผลไม้ที่นิ่มเกินไป และพบว่า แคลเซียมช่วยเพิ่มความคงตัวให้กับเนื้อสัมผัสของผลไม้ได้ ทดลองนำเชอร์รี่มาลวกในน้ำร้อนที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส นาน 2 นาที

แล้วนำมาแช่ในสารละลายที่มีแคลเซียมคลอไรด์ 100 มิลลิโมลาร์ กรดซิตริกร้อยละ 0.5 และกรดแอสคอร์บิกร้อยละ 0.3 นาน 10 นาที จากนั้น นำมาแช่แข็งและเก็บรักษาที่อุณหภูมิ -24 องศาเซลเซียส

วิธีทําผลไม้แช่อิ่มอบแห้ง

เป็นเวลา 30 วัน แล้วนำเชอร์รี่ออกมาละลายน้ำแข็ง พบว่า เชอร์รี่หลังผ่านการละลายน้ำแข็งมีค่าความแน่นเนื้อใกล้เคียงกับเชอร์รี่สดมาก แคลเซียมคลอไรด์ ควรเลือกชื้อเกรดสำหรับอาหาร เตรียมได้ด้วยการละลายในน้ำอุ่นหรือแช่ในน้ำเปล่าแล้วนำผักหรือผลไม้มาแช่ทิ้งไว้ นาน 15-20 นาที

ทั้งนี้ การเตรียมสารละลายทำได้โดยนำแคลเซียมคลอไรด์ 5 กรัม มาละลายในน้ำ 1 ลิตร ทั้งนี้ หากไม่สะดวกหาแคลเซียมคลอไรด์ ก็อาจใช้ปูนขาว (แคลเซียมออกไซด์)

วิธีทํามะม่วงแช่อิ่ม ครัวคุณต๋อย

3.การใช้กรดซิตริก

การแช่ผัก และผลไม้ในสารละลายของกรดซิตริกจะทำให้ผักหรือผลไม้มีกลิ่นหอมขึ้น รสสัมผัสที่ดีขึ้น และมีสีสดใสตามธรรมชาติมากขึ้น รวมถึงป้องกันไม่ให้สีของผักหรือผลไม้ซีดเร็ว และป้องกันการเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์

กรดซิตริก (กรดมะนาว) เตรียมได้โดยนำกรดมะนาว 5 กรัม มาละลายในน้ำ 1 ลิตร หรือ เทกรดมะนาวลงในน้ำที่แช่ผลไม้ โดยใช้อัตราส่วน 5 กรัม/ลิตร

แช่อิ่ม หมายถึง

4.การใช้โพแทสเซียมเมตาไบซัลไฟท์

โพแทสเซียมเมตาไบซัลไฟท์ เป็นสารเคมีที่ช่วยป้องกันหรือยับยั้งเชื้อราไม่ให้เกิดในผัก และผลไม้รวมถึงช่วยให้สีของผัก และผลไม้มีความสดตามธรรมชาติ

การใช้โพแทสเซียมเมตาไบซัลไฟท์ ควรใช้ปริมาณร้อยละ 0.01-0.02 ของสารละลายทั้งหมด ด้วยการเทลงผสมในน้ำเชื่อมที่ใช้แช่อิ่มผัก และผลไม้ พร้อมกับเทกรดมะนาวลงผสม หรือเตรียมกับน้ำเชื่อมก่อนด้วยการละลายโพแทสเซียมเมตาไบซัลไฟต์ 0.1-0.2 กรัม และกรดมะนาว 1 กรัม ในน้ำเชื่อม 1 ลิตร

วิธีทำมะม่วงเบาแช่อิ่ม

วิธีทำผลไม้แช่อิ่มแบบละเอียด

  • ล้างผลทำความสะอาดผลไม้ และหั่นเป็นชิ้นตามที่ต้องการ หรืออาจใช้เชื่อมทั้งผล หากเป็นผลไม้ขนาดเล็ก
  • เตรียมสารละลายสำหรับปรับคุณสมบัติของเนื้อสัมผัสหรืออื่น แล้วนำผลไม้แช่ในสารละลายตามหัวข้อการเตรียมผลไม้ก่อนแช่อิ่ม ซึ่งอาจเตรียมเพียงวิธีเดียวหรือหลายวิธีร่วมกัน ได้แก่ การใช้ความร้อน การใช้แคลเซียมคลอไรด์ (ปูนขาว) การใช้กรดซิตริก และการใช้โพแทสเซียมเมตาไบซัลไฟท์
  • เตรียมน้ำเชื่อมด้วยการละลายน้ำตาลทรายประมาณ 1-2 กิโลกรัม ต่อน้ำ 1 ลิตร หรือเพิ่มปริมาณตามปริมาณผลไม้ที่ใช้
  • นำน้ำเชื่อมขึ้นตั้งไฟอ่อนๆ ก่อนนำผลไม้ลงแช่ แล้วเร่งไฟให้แรงขึ้น แต่ควรไม่ใช้ไฟแรงจนทำให้น้ำเชื่อมเดือด

การแช่อิ่มแบบเร็ว

  • หรือที่อุณหภูมิประมาณ 82-88 องศาเซลเซียส
  • กวนแช่อิ่มผลไม้ต่อนาน 5-10 นาที
  • นำหม้อเชื่อมยกลง แล้วปล่อยให้เย็น และตั้งแช่อิ่มไว้นาน 1.5-2 วัน หรือนานกว่า
  • ตักชิมเนื้อผลไม้ หากมีรสหวานไม่พอให้นำหม้อแช่อิ่มผลไม้ขึ้นตั้งไฟอีกครั้ง พร้อมเทน้ำตาลทรายเพิ่มอีก ซึ่งจะต้องมีความหวานของน้ำเชื่อมมากกว่า 70 องศาบริกซ์ จากนั้น กวนแช่อิ่มต่อนาน 5-10 นาที แล้วยกลงตั้งทิ้งไว้นานอีก 1-2 วัน จนเนื้อผลไม้มีความหวานตามที่ต้องการ
  • เมื่อเนื้อผลไม้มีความหวานตามต้องการแล้ว ให้ตักผลไม้ออก แล้วล้างน้ำสะอาดไล่น้ำตาลส่วนเกินออก ก่อนนำไปตากแห้ง นาน 3-5 วัน หรือเข้าเตาอบ นาน 1 ชั่วโมง ก็พร้อมรับประทาน