วิธีทำขนมชั้น แบบละเอียด พร้อมการสร้างรายได้จากการทำขนมชั้น

วิธีทำขนมชั้น แบบละเอียด พร้อมการสร้างรายได้จากการทำขนมชั้น การทำขนมชั้นขายเป็นการสร้างอาชีพอีกหนึ่งช่องทางที่น่าสนใจ และยังช่วยในเรื่องของการสร้างรายได้สำหรับผู้ที่สนใจเกี่ยวกับการทำขนมโบราณนี้อีกด้วย ขนมชั้น เป็นขนมที่ไม่ว่าเพศไหนต่างก็นิยมหาชื้อมารับประทาน และยังเป็นที่ต้องการของท้องตลาด

และเว็บไซต์ของเรายังมีเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับการสร้างรายได้ เพื่อนๆ คนไหนที่สนใจสามารถเข้ามาอ่าน และศึกษาเพิ่มเติมได้แบบเต็มที่ เช่น การสร้างรายได้ด้วยการปลูก ไม้มงคล เป็นต้น

เชฟ ชำนาญ การบินไทย

ขนมชั้น เป็นขนมไทยโบราณที่มีลักษณะเป็นก้อนสีเหลี่ยม และเรียงเป็นชั้นๆ ด้วยสีที่แตกต่างกัน ซึ่งอาจมีมากกว่า 9 ชั้น และในปัจจุบัน ได้มีการพัฒนารูปแบบการทำขนมชั้นให้มีความโดดเด่นมากขึ้น อาทิ ทำเป็นก้อนกลม ก้อนรูปหัวใจ และใช้สีผสมอาหารแทนสีจากธรรมชาติ ซึ่งช่วยให้ขนมชั้นมีสีสันน่ารับประทานมากขึ้น

วิธีทำขนมชั้น

วิธีทำขนมชั้น

  1. เตรียมน้ำเชื่อม โดยละลายน้ำตาลทราย 3 ถ้วย กับน้ำ 1 ถ้วย
  2. เทแป้งถั่วเขียว แป้งท้าวยายม่อม แป้งข้าวเจ้า และแป้งมันสำปะหลัง ลงคลุกผสมในชามให้เข้ากัน
  3. เทน้ำกะทิทีละน้อย พร้อมกวนผสมให้เข้ากัน 3-5 นาที
  4. เทน้ำเชื่อมลงผสมทีละน้อย และกวนแป้ง 3-5 นาที ให้เข้ากันหรือพอให้น้ำแป้งเริ่มติดหลังมือแล้ว ซึ่งจะได้น้ำแป้งที่หนืดข้น
  5. แบ่งแป้งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกนำไปนวดผสมกับน้ำคั้นสีจากพืชหรือสีผสมอาหาร ส่วนอีกครึ่ง นำน้ำลอยดอกมะลิเทลงผสม และกวนให้เข้ากัน
  6. ทาน้ำมันพืชบางๆ ที่ถาด ก่อนนำแป้งอีกส่วนที่ยังไม่ได้ผสมสีมาใส่ถาด และนำไปนึ่ง 3-5 นาที ทั้งนี้ อาจใช้น้ำแป้งส่วนที่ผสมสีแล้วเทเป็นชั้นแรกก็ได้ตามความต้องการ
  7. นำถาดขนมชั้นที่นึ่งสุกชั้นแรกออกมา และเทน้ำแป้งที่ผสมสีลงบางๆ กลายเป็นชั้นที่ 2 แล้วนำไปนึ่งให้สุก
  8. ทำตามขั้นตอนที่ 6 และ 7 ซ้ำๆ ตามจำนวนชั้นที่ต้องการ แต่การนึ่งครั้งสุดท้าย ให้ใช้เวลานึ่งนานกว่าทุกครั้งที่ 10-15 นาที หากต้องการชั้นสุดท้ายที่มีสีเข้มให้คั้นน้ำจากพืชอย่างเข้มข้นลงผสมกับน้ำแป้งชุดสุดท้ายที่เหลือในชาม
  9. เมื่อครบทุกชั้น และนึ่งชั้นสุดท้ายจนสุกแล้ว จึงยกลงตั้งทิ้งให้เย็น ก่อนตัดเป็นชิ้นพอคำรับประทานหรือจำหน่าย

 วิธี ทำ ขน ม ชั้น ใบ เตย

วัสดุอุปกรณ์

  1. ซึ้งสำหรับใช้นึ่งขนมชั้น
  2. ถาดใส่ขนมชั้นสำหรับเข้านึ่ง
  3. หม้อสำหรับใส่ส่วนผสม
  4. ทัพพีหรือไม้พายสำหรับกวนส่วนผสม

แป้งแม่สมจิตต์

ส่วนผสมของ ขนมชั้น

  1. หัวกะทิ 4 ถ้วย
  2. น้ำตาลทราย 3 ถ้วย
  3. น้ำลอยดอกมะลิ 1 ถ้วย
  4. แป้งถั่วเขียว 2 ช้อนโต๊ะ
  5. แป้งท้าวยายม่อม 1 ถ้วย
  6. แป้งข้าวเจ้า 2 ช้อนโต๊ะ
  7. แป้งมันสำปะหลัง 2 ถ้วย
  8. น้ำคั้นใบเตย หรือน้ำสีผสมอาหาร 2 ถ้วย

ทั้งนี้ อาจใช้แป้งชนิดใดชนิดหนึ่งหรือใช้ 2-4 ชนิด รวมกัน ตามลักษณะของเนื้อขนมชั้นที่ต้องการ แต่ต้องปรับลดหรือเพิ่มอัตราส่วนที่ใช้

วุ้นสูตรคุณชำนาญ

การเตรียมวัตถุดิบ

1.แป้ง

แป้งที่ใช้ทำขนมชั้นสามารถเลือกซื้อตามคุณสมบัติที่จะทำให้ขนมชั้นออกมาเป็นอย่างไร ตามที่กล่าวข้างต้น ซึ่งปัจจุบันสามารถหาซื้อตามร้านค้าสะดวกซื้อทั่วไป หรือตามห้างบิ๊กซีหรือโลตัสก็มีจำหน่ายให้เลือกมากมาย

2.น้ำตาล

น้ำตาลที่ใช้สำหรับการทำขนมชั้นสามารถเลือกใช้ได้หลายชนิด อาทิ น้ำตาลทรายขาว น้ำตาลทรายแดง น้ำตาลโตนด และน้ำตาลมะพร้าว(น้ำตาลปี๊บ) เป็นต้น ทั้งนี้ โดยทั่วไปจะนิยมใช้น้ำตาลทรายขาว เพราะเมื่อละลายเป็นน้ำเชื่อมแล้วจะไม่เกิดสี แต่หากเป็นน้ำตาลทรายแดง หรือน้ำตาลโตนด

เมื่อละลายเป็นน้ำเชื่อมก็จะเกิดสีน้ำตาล และเมื่อผสมทำน้ำแป้งมักจะทำให้สีจากพืชจางลง แต่มีข้อดี คือ น้ำตาลทรายแดง และน้ำตาลโตนดจะมีกลิ่นหอมกว่าน้ำตาลทรายขาว และสามารถใช้ได้เช่นกันหากสีจากพืชมีความเข้มข้นสูงพอ และไม่มีผลต่อสี หากใช้สีผสมอาหาร

กุหลาบชั้นฟ้า

3.สารให้สีสำหรับขนมชั้น

ขนมชั้นในสมัยก่อนนิยมทำเป็นสีเขียวที่ได้จากน้ำคั้นใบเตยสลับกับน้ำแป้งสีขาว ต่อมาค่อยๆ เปลี่ยนหรือแทรกชั้นเป็นสีที่ได้จากพืชอื่นๆ เช่น ดอกอัญชัน เฟื่องฟ้า หรือกุหลาบ และต่อมาจึงประยุกต์ใช้สีผสมอาหารที่ให้สีสดใสกว่าทำขนมชั้น

แต่ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความนิยมของผู้รับประทาน และกลุ่มเป้าหมายทางการขาย เช่น หากขายสำหรับเด็กก็มักใช้สีผสมอาหารที่ให้สีฉูดฉาดกว่าสีจากพืช และหากเป็นวัยผู้ใหญ่หรือผู้สูงอายุก็มักใช้สีจากพืชที่ให้สีตามธรรมชาติที่น่ารับประทานไปอีกแบบ

เชฟ ชำนาญ การบินไทย

สีที่นิยมใช้ทำขนมชั้น ได้แก่

  • น้ำคั้นดอกอัญชัน ให้สีม่วงหรือสีคราม
  • น้ำคั้นใบเตย ให้สีเขียว และมีกลิ่นหอม
  • น้ำคั้นจากดอกกุหลาบ หรือ เฟื่องฟ้า ให้หลายสี อาทิ สีแดง สีชมพู และสีเหลือง
  • น้ำกรองจากกาบมะพร้าวเผา ให้สีดำ
  • น้ำกรองจากเมล็ดกาแฟคั่ว ให้สีน้ำตาล พร้อมมีกลิ่น และรสกาแฟ
  • สีผสมอาหาร ซึ่งมีหลากสี และให้สีสันสดใสกว่าสีจากพืช

4.น้ำกะทิ

น้ำกะทิในสมัยก่อนนิยมคั้นจากมือ ซึ่งจะได้น้ำกะทิที่เข้มข้น ส่วนปัจจุบัน คนไทยมักนิยมหาซื้อน้ำกะทิสำเร็จรูปตามร้านสะดวกซื้อหรือหาซื้อน้ำกะทิจากร้านขายน้ำกะทิที่คั้นได้จากเครื่องคั้น

เมนูของหวานไทย

ขนมชั้นที่น่ารับประทาน

  1. ให้ไม่หวานหรือมันน้ำกะทิมาก
  2. ควรมีกลิ่นหอมจากพืช โดยเฉพาะการใส่น้ำคั้นจากใบเตย
  3. เนื้อสัมผัสของขนมชั้น ควรเหนียวนุ่ม ไม่ควรเป็นเนื้อเหลวและ หรือตักลำบาก
  4. เมื่อมองดูเนื้อขนมชั้น ควรมีความมันวาว และใส
  5. เนื้อขนมชั้นจะต้องไม่เหนียวติดถาด หรือ ติดมีด ติดช้อนที่ตัดรับประทาน