“มันเทศสีม่วง” เป็นพืชเศรษฐกิจที่ตลาดมีความต้องการสูง เนื่องจากมีรสชาติดี หอมหวาน และอร่อย !!!

วิธีเพาะมันเทศญี่ปุ่น

มันเทศสีม่วง เป็นพืชเถาเลื้อย ที่สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปีเช่นเดียวกับพันธุ์สีอื่น ๆ เป็นพืชที่ทนต่อสภาพแห้งแล้งของอากาศได้ดี สามารถเจริญเติบโตได้ดีในช่วงที่มีอากาศค่อนข้างร้อน ต้องการน้ำเฉพาะช่วงแตกยอดและใบอ่อนเท่านั้น หากเจริญเติบโตจนมีใบเต็มแล้วไม่จำเป็นต้องให้น้ำก็ได้ มันเทศสีม่วงจะให้ผลผลิตสูงหากปลูกในช่วงฤดูแล้ง สามารถสร้างรายได้จำนวนมากสำหรับเกษตรกรที่สนใจปลูก

มันเทศสีม่วง

พื้นที่สำหรับปลูก มันเทศสีม่วง

พื้นที่สำหรับปลูกมันเทศสีม่วง ควรเป็นพื้นที่ที่สามารถระบายน้ำได้ดี หากพื้นที่นั้นเคยปลูกมันเทศมาแล้ว ควรมีการกำจัดแมลงในดินให้หมดไปเสียก่อน การปลูกในดอนควรทำการเพาะปลูกในฤดูฝน หากมีแหล่งน้ำอย่างเพียงพอก็สามารถปลูกในฤดูอื่นได้ ก่อนปลูกควรมีการเตรียมดินด้วยการไถพรวนให้ลึกลงไปประมาณ 25-30 ซม. เพื่อกำจัดวัชพืชและย่อยดินให้ละเอียด แล้วตากดินไว้ประมาณ 7-10 วัน เพื่อฆ่าเชื้อในดิน การไถพรวนเช่นนี้ให้ทำประมาณ 2 ครั้ง แล้วปรับดินให้สม่ำเสมอ นำปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักผสมคลุกเคล้าในดินให้เข้ากันอีกครั้ง ต่อจากนั้นให้ยกร่องเป็นรูปสามเหลี่ยม ให้แต่ละร่องห่างกันประมาณ 75-100 ซม.

วิธีปลูกมันเทศสีม่วง

มันเทศสีม่วงจะปลูกด้วยลำต้น หรือเถาก็ได้ แต่ส่วนใหญ่จะนิยมปลูกด้วยลำต้นกันมากกว่า โดยตัดลำต้นที่แก่ให้ยาวประมาณ 25-30 ซม. ใช้จอบขุดบนสันร่องแล้วนำต้นพันธุ์ที่ได้ปลูกบนสันร่องโดยทำมุมกับพื้นดินประมาณ 45 องศา ให้มีส่วนที่โผล่เหนือพื้นดินประมาณ 3-4 ใบ

การปลูกมันเทศในกระถาง

ข้อควรระวังในการปลูกมันเทศสีม่วง

หากปลูกในฤดูฝนต้องคอยระวังอย่าให้มีน้ำท่วมขังและไม่จำเป็นต้องให้น้ำ หากปลูกในฤดูแล้ง ในระยะแรกของการปลูกควรปล่อยน้ำเข้าร่องสูงประมาณ 2/3 ของร่อง แล้วพักค้างไว้ 1 คืน หลังจากนั้นให้รีบระบายออกทันที โดยให้ทำทุก 10-15 วัน/ครั้ง และในระยะต่อมาให้ประมาณ 20-30 วัน/ครั้ง

หลังจากปลูกแล้วควรมีการกำจัดวัชพืชอย่างสม่ำเสมอ แล้วใช้ดินโคนต้นให้สูงด้วย หากเป็นพื้นที่ปลูกขนาดใหญ่หลังจากปลูกไปได้ 1 เดือน จะใช้วิธีไถระหว่างแถวก็ได้

การใส่ปุ๋ย

หลังจากขุดไถพรวนและตากดินแล้ว ควรใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักผสมคลุกเคล้าให้เข้ากับดินทุกครั้ง ยอดของมันเทศสีม่วงจะทอดออกไปนอกแปลงหลังจากที่ปลูกได้ประมาณ 2 เดือนขึ้นไป ควรมีการตัดออกหรือตลบไว้บนแปลง เพื่อไม่ให้หยั่งรากนอกแปลงปลูกจนเกิดหัว ซึ่งจะส่งผลให้หัวในแปลงเจริญเติบโตได้ไม่เต็มที่โดยปกติทั่วไป มันเทศจะมีอายุในการเก็บเกี่ยวหลังจากที่ปลูกไปได้ประมาณ 90-150 วัน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับแต่ละสายพันธุ์ หรือหากสังเกตเห็นว่าดินบริเวณโคนต้นแยกแตกเป็นร่อง

ให้สุ่มขุดขึ้นมาประมาณ 2-3 ต้น แล้วใช้มีดตัดหัวมันเทศดู หากรอยตัดมียางไหลซึมออกมา และแห้งไปอย่างรวดเร็วก็แสดงว่าถึงเวลาที่ต้องเก็บเกี่ยวมันเทศได้แล้ว หากปล่อยทิ้งไว้นาน ๆ อาจมีแมลงเข้าเจาะทำลายหัวมันเทศได้ เพื่อให้สะดวกในการเก็บเกี่ยวและเกิดการเสียหายได้น้อย ดังนั้น ก่อนทำการเก็บเกี่ยวควรตัดเถาและใบของมันเทศออกเสียก่อน แล้วใช้จอบหรือเสียมขุดด้วยความระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดรอยแผล แตก ช้ำ เก็บไว้ได้ไม่นาน และทำให้เสียราคาเมื่อนำไปจำหน่าย

การปลูกมันเทศสีเหลือง

การให้ปุ๋ย

ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ ตอนเตรียมดินในแปลงปลูกและไม่ควรใส่ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ เช่น ปุ๋ยยูเรีย ในแปลงมันม่วง เพราะมันม่วงจะเจริญทางยอดมากกว่าทางรากมีการลงหัวน้อยถ้าดินมีความอุดมสมบูรณ์ดี จะไม่ใส่ปุ๋ยก็ได้ ถ้าดินไม่อุดมสมบูรณ์ควรใส่ปุ๋ย อัตรา 50 ถึง 80 กิโลกรัมต่อไร่ แบ่งใส่ 2 ครั้ง โดยรองก้นหลุมและใส่หลังปลูก 45 วัน เป็นครั้งที่ 2 ไม่ควรหว่าน แต่ควรใช้ไม้ปลายแหลมเจาะดินหลังแปลง ให้เป็นหลุม ระหว่างระยะปลูกมันม่วงแต่ละต้น เป็นหลุมเล็ก ๆ แล้วหยอดปุ๋ย

ประโยชน์ของมันเทศสีม่วง

ในเนื้อของมันเทศสีม่วงจะมีสาร แอนโทไซยานิน อยู่ในปริมาณมาก ซึ่งมีฤทธิ์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ ช่วยลดการเกิดโรคหัวและเส้นเลือดอุดตัน ช่วยบำรุงดวงตา ยับยั้งไม่ให้เกิดโรคท้องร่วงจากเชื้ออีโคไล มีคาร์โบไฮเดรตที่เป็นพลังงานไม่ก่อพิษต่อร่างกาย

ส่วนของใบและยอดอ่อน ประกอบไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี และสารอาหารลูทีนที่ช่วยบำรุงสายตา และสามารถนำมาปรุงเป็นอาหารได้หลายอย่าง

มันเทศสีม่วง ราคา

การป้องกัน และกำจัด โรค และแมลงศัตรู ในมันม่วง

โรคหัวมันเน่า เกิดจากเชื้อราเข้าทำลายมันม่วงทางบาดแผล อาจเกิดจากการกระแทกของอุปกรณ์การเกษตร หรือหนู หรือแมลงในดินทำลาย แผลจะมีสีน้ำตาลอ่อนจนถึงดำ ผิวเมื่อแก่จะแข็งกระด้าง

วิธีการป้องกันกำจัด

  • ระมัดระวังอย่าให้เกิดบาดแผลขณะขุดหรือการขนส่ง
  • เก็บรักษามันม่วงในที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี ไม่ควรกองสุมกัน ถ้าเป็นโรคควรคัดหัวเน่าทิ้ง
  • โรคใบจุด
  • ใบมันม่วงจะเป็นจุดสีน้ำตาล แลรูปร่างไม่แน่นอน ใบแก่จะร่วงก่อนกำหนด ลำต้นอ่อนแอ มันม่วงจะลงหัวได้น้อย

วิธีการป้องกันกำจัด

  • ใช้สารเคมี เช่น แมนโคเซบ ตามอัตราคำแนะนำของฉลาก พ่นเป็นครั้งคราว เมื่อพบว่ามีโรคใบจุดระบาด
  • โรครากปม
  • เกิดจากไส้เดือนฝอยเข้าทำลาย ทำให้รากบวมโตเป็นปม มันม่วงจะลงหัวน้อยมีลักษณะหัวผิดปกติ

วิธีการป้องกันกำจัด

  • ใช้นีมาเคอร์ เฟนามิฟอส 10 เปอร์เซนต์ จี อัตรา 6 กิโลกรัม ต่อไร่
  • ปลูกพืชตระกูลถั่วสลับกับปลูกมันม่วง

ปลูกมันเทศขาย

แมลงศัตรูมันม่วง

  • ด้วงงวงมันเทศ
  • ด้วงงวงมันเทศ เป็นแมลงปีกแข็งขนาดเล็ก ปีกน้ำเงินปนดำคอสีน้ำตาลแดง มีงวง ตัวหนอนจะอยู่ในเถาและหัวมันเทศ จะชะงักการเจริญเติบโต เมื่อมีหนอนอยู่ในหัวมันเทศ ทำให้หัวมันมีกลิ่นเหม็น รสขม ทำให้หัวมันเทศเน่าได้

วิธีการป้องกันกำจัด

  1. ไม่ควรปลูกมันม่วงซ้ำที่เดิม หรือปล่อยน้ำเข้าขังในร่องแปลงก่อนปลูกนาน 20 ถึง 30 วัน ต่อครั้ง จะทำลายไข่ ตัวอ่อน และตัวแก่ของด้วงงวงมันเทศได้โดยไม่ต้องใช้สารเคมี
  2. การปลูกในฤดูแล้ง ไม่ควรปล่อยให้ดินแตกระแหงเป็นช่องว่าง ทำให้ด้วงงวงมันเทศเข้าทำลายมันม่วงได้ ควรรดน้ำไม่ให้ดินแตกระแหง
  3. หลังจากขุดเก็บเกี่ยวมันม่วงแล้ว ควรไถแปลงมันม่วงทันที ไม่ควรปล่อยให้มีเศษของเถาหรือหัวมันม่วงอยู่ในแปลง เพราะจะเป็นแหล่งสะสมด้วงงวงมันเทศ
  4. การใช้สารเคมี คาร์โบซัลแฟน อัตรา 50 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร จุ่มเถามันม่วง 5 นาที ก่อนนำไปปลูก หรือเมื่อมันม่วงอายุ 15 ถึง 20วัน ต่อครั้ง
  5. งดการใช้สารเคมีทุกชนิด อย่างน้อย 3 สัปดาห์ ก่อนการเก็บเกี่ยว