ผักชีฝรั่ง สร้างรายได้ดีสำหรับเกษตรกร พร้อมขั้นตอนการปลูก

coriander

ผักชีฝรั่ง เป็นพืชในวงศ์เดียวกับผักชี เป็นพันธุ์ไม้ล้มลุกที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว อาจมีอายุได้แค่ปีเดียว หรือหลายปี มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของประเทศเม็กซิโกและอเมริกาใต้ สามารถปลูกเลี้ยงได้ทั่วโลก สำหรับประเทศไทยเราก็จะมีขื่อที่เรียกแตกต่างกันออกไป เช่น ผักชีใบเลื่อย , ผักชีฝรั่ง , หอมเป เป็นต้น

ส่วนใหญ่จะนำผักชนิดนี้ไปเป็นส่วนประกอบของอาหาร เช่น นำไปใส่ลาบ ต้ม แกง เป็นต้น ผักชีฝรั่งเป็นพืชที่สามารถปลูกได้ง่าย แถมยังเป็นที่ต้องการของตลาด นิยมบริโภคเป็นจำนวนมาก ทำให้เกษตรกรนิยมหันมาปลูกเพื่อธุรกิจ เพราะการปลูกสามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรได้ดี

และวันนี้เองเราจะพาเพื่อนๆ ที่สนใจเกี่ยวกับการปลูกผักชีฝรั่ง ได้ไปรู้จักกับการปลูก และการปลูกสามารถทำได้ตามขั้นตอนดังนี้

ผักชีฝรั่ง

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของ ผักชีฝรั่ง

ลำต้น

ลักษณะลำต้นเป็นเหง้าใต้ดิน เป็นกระเปราะกลมรีอยู่เหนือราก อาจอยู่เหนือดินขึ้นมาเล็กน้อย มีระบบรากแก้ว รากแขนง และรากฝอยแตกแผ่ขยายออกไปรอบๆ ต้น

ใบ

ลักษณะใบเป็นรูปหอกยาวรี โคนใบสอบแคบกว่าส่วนปลาย ขอบใบหยักมีหนามอ่อนๆ ติดอยู่แบบฟันเลื่อย มีความกว้างประมาณ 2-3 ซม. ยาวประมาณ 10-15 ซม. ออกมาจากรอบๆ โคนต้น เรียงซ้อนกันเป็นวงกลม และไม่มีก้านใบ

ดอก

ผักชีฝรั่งมีดอกสีขาวอมเขียว มีก้านดอกที่แข็ง สูงประมาณ 10-20 ซม. ออกดอกเป็นช่อกระจุกที่บริเวณปลายก้านดอกกลางลำต้น มีกลีบเลี้ยงสีเขียวรูปขอบขนานจำนวน 5 กลีบ มีกลีบดอก 5-7 กลีบ

ในแต่ละช่อจะมีดอกย่อยอยู่เป็นจำนวนมาก เป็นดอกสมบูรณ์เพศ มีเกสรตัวผู้ 5 อัน เกสรตัวเมีย 2 อัน เมื่อปลูกไปได้ประมาณ 2-3 เดือน ดอกก็จะเริ่มบาน ส่วนเกสรเพศผู้ยาวขึ้นมาเหนือกลีบดอก

วิธีปลูกผักชีฝรั่งด้วยราก

ผลและเมล็ด

ผลของผักชีฝรั่งมีลักษณะค่อนข้างกลม มีขนาดเล็กประมาณ 1.5×0.75 มิลลิเมตร หลังจากดอกบานมาได้ 40-50 วัน เมล็ดก็จะเริ่มแก่ กลายเป็นผลแห้งแตกออกเป็น 2 ซีก ภายในมีเมล็ดอยู่เป็นจำนวนมาก

การขยายพันธุ์

ทำได้ด้วยการเพาะเมล็ด และการแยกกอ สามารถปลูกได้ง่าย

การปลูกด้วยการหว่านเมล็ด

ก่อนหว่านเมล็ดควรกำจัดวัชพืช และทำการไถพรวนดินให้ย่อยละเอียด แล้วตากทิ้งไว้ประมาณ 5-7 วันเสียก่อน ประมาณ 2 ครั้ง ปรับพื้นที่ปลูกให้เสมอกัน ผสมปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักลงไปผสมคลุกเคล้าในดินเพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ประมาณไร่ละ 1,000 กก. ในพื้นที่ 1 ไร่ จะใช้เมล็ดพันธุ์ประมาณ 5 กก.

ก่อนหว่านเมล็ดควรใช้น้ำพรมเมล็ดเสียก่อนเพื่อให้เจริญงอกงามได้ดี กลบดินบางๆ รดน้ำในปริมาณที่พอเหมาะ อย่าให้มีน้ำท่วมขัง ควรให้น้ำครั้งต่อไปวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น

ให้ปุ๋ยสูตร 20-20-0 ผสมกับสูตร 46-0-0 ในอัตราไร่ละ 50 กก. เมื่อปลูกไปได้ประมาณ 2 เดือน และเมื่อเริ่มมีช่อดอก ควรบำรุงต้นให้เจริญเติบโตด้วยการเด็ดช่อดอกทิ้งไป

ปลูกผักชีฝรั่ง

ปลูกด้วยวิธีแยกกอ

ก่อนยกแปลงปลูกควรไถพรวนดิน กำจัดวัชพืชเช่นเดียวกับการหว่านด้วยเมล็ด ขนาดของแปลงปลูกที่เหมาะสมควรมีความกว้างประมาณ 1 เมตร ยาวประมาณ 20 เมตร

เว้นระยะห่างระหว่างหลุมปลูกประมาณ 20×20 เมตร นำต้นพันธุ์ลงปลูกในหลุมที่เตรียมไว้ รดน้ำตามพอชุ่ม เมื่อต้นผักชีฝรั่งเริ่มตั้งตัวได้ดีแล้วควรกำจัดวัชพืชและพรวนดินอีกครั้ง ตามด้วยการใส่ปุ๋ยคอก

ควรพรางแสงให้ต้นผักชีฝรั่งด้วยการใช้ทางมะพร้าว หรือตาข่ายพรางแสง เพื่อให้ได้รับแสงแดดเพียง 60-80% เท่านั้น ไม่ว่าจะปลูกด้วยวิธีใดก็ตาม

การเก็บเกี่ยวผลผลิต

หลังจากที่ปลูกผักชีฝรั่งไปได้ประมาณ 4 เดือน ก็เป็นช่วงที่เริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว เพื่อให้ถอนได้สะดวกควรรดน้ำให้ชุ่มเสียก่อน โดยถอนทั้งต้นให้มีรากติดขึ้นมาด้วย หรือใช้มีดตัดทีละต้นก็ได้ นำไปล้างทำความสะอาด คัดเลือกใบที่เสียทิ้งไป แล้วนำไปบรรจุหรือสามารถนำไปขายที่ตลาดส่งได้

การปลูกผักชีฝรั่งในกระถาง

โรคและแมลงศัตรูพืช

  • โรคใบไหม้-ใช้สารเคมีเบนเลท ประมาณ 6-12 กรัม ผสมกับน้ำ 20 ลิตร ใช้ฉีดพ่นเพื่อเป็นการป้องกัน
  • โรคโคนเน่า-ใช้สารเคมีแอนติโกร 2.1% จำนวน 30-60 กรัม ผสมกับน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นเพื่อป้องกัน
  • หนอนกินใบ-ใช้สารเคมีกำจัดหนอนผีเสื้อฉีดพ่นป้องกันการระบาด
  • หอยทาก-มักพบระบาดกับแปลงปลูกที่อยู่ในที่ลุ่ม หรืออยู่ใกล้กับหญ้าหรือป่ารก ควรให้การดูแลสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันและกำจัด

ประโยชน์ของผักชีฝรั่ง

ผักชีฝรั่งจะอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการอย่างมากมาย ได้แก่ เบต้าแคโรทีน วิตามินเอ วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินบี3 วิตามินซี ธาตุแคลเซียม ธาตุเหล็ก ไนอาซิน น้ำมันหอมระเหย กรดโฟลิก และเมือก (mucilage) และยังมีสารอพิเจนิน ที่ช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็งเต้านมบางชนิดได้

แม้จะมีสารอาหารที่มีคุณค่าต่อร่างกายมากเพียงใด แต่ก็ควรรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะพอดี ไม่ควรให้มากหรือน้อยจนเกินไป เนื่องจากในผักชีฝรั่งจะมีกรด ออซาลิก(Oxalic acid) อยู่ในปริมาณที่สูงมาก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อร่างกายทำให้เกิดเป็นโรคนิ่วในไต หรือในกระเพาะปัสสาวะได้

ผักชีใบเลื่อย

สรรพคุณทางยา

  • ราก-ใช้ต้มน้ำดื่มเพื่อรักษาอาการน้ำเหลืองเสีย ฝี แผลพุพอง แก้เลือดกำเดาไหล ช่วยกระตุ้นร่างกาย ขับเหงื่อ แก้ไข้ ขับปัสสาวะ
  • ใบ-ใช้รับประทานสด ต้มน้ำดื่ม ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน รักษาสมดุลในร่างกาย กระตุ้นร่างกาย แก้ไข้ แก้อาการหวัด ระบายท้อง แก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ ยับยั้งและชะลอการขยายตัวของเซลล์มะเร็ง ชะลอการเสื่อมของเซลล์ ใช้ตำพอกรักษาผดผื่นคัน รักษาแผลเรื้อรัง
  • ลำต้น- ใช้ต้มน้ำดื่ม หรือรับประทานเป็นผักสด เพื่อช่วยบำรุงผิวพรรณ เส้นผม และเล็บ ลดความดันโลหิต บรรเทาอาการปวดศีรษะ แก้ไข้มาลาเรีย ช่วยขับลม ใช้เป็นยาระบาย แก้อาการอาหารเป็นพิษ ฆ่าเชื้อโรค แก้พิษงู แก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย แก้อาการปวดเมื่อยตามร่างกาย