การเลี้ยงปลาดุก ในบ่อซีเมนต์กลมแบบง่าย ๆ สร้างรายได้ดี

การเลี้ยงปลาดุกในกระชัง

วันนี้ทางเราจะพาเพื่อนๆ ทุกคนที่สนใจเกี่ยวกับ การเลี้ยงปลาดุก เพื่อขาย หรือเพื่อรับประทานเอง ปลาดุกถือได้ว่าเป็นปลาเศรษฐกิจที่สามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร แถมยังเป็นปลาที่มีเนื้ออร่อย รสชาติดี เป็นปลาไม่มีเกล็ด นิยมนำมาทำอาหารประเภทต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ต้ม ผัด แกง ทอด และยังเป็นอาหารที่คนไทยนิยมนำมาประกอบอาหารอีกด้วย

และก่อนอื่นที่เราจะไปเลี้ยงปลาดุกแบบจริงจังเราต้องมาทำความรู้จักกับเจ้าปลาดุกนี้กันก่อน เพราะเราต้องรู้จักหน้าหน้าของเจ้าปลานี้ เราถึงจะไปรู้วิธีการเลี้ยงปลาดุกแบบถูกวิธีและการเลี้ยงแบบถูกต้อง วิธีการเลี้ยงปลาดุกในวันนี้เราจะเลี้ยงในบ่อซีเมนต์กลม ที่เราสามารถเลี้ยงได้ง่ายและสะดวกสามารถเลี้ยงให้โตเร็วและประหยัดเวลา

การเลี้ยงปลาดุก

การเลี้ยงปลาดุก ในบ่อซีเมนต์กลมแบบง่ายๆ

การเลี้ยงปลาดุกในท่อปูนซีเมนต์เป็นวิธีการเลี้ยงปลาอีกวิธีหนึ่งที่ ที่สามารถเลี้ยงกันได้ง่าย สะดวก เป็นการเลี้ยงแบบง่าย ๆ และสำหรับสถานที่ก็ใช้พื้นที่ไม่เยอะมาก และสามารถเคลื่อนย้ายท่อปูนซีเมนต์ได้ง่ายด้วย ค่าลงทุนในการการเลี้ยงก็ไม่มากสามารถนำไป ประกอบเป็นอาชีพเสริมได้และผลตอบแทนก็เป็นที่น่าภูมิใจ เกษตรกรผู้ที่เลี้ยงปลาดุกในท่อปูนซีเมนต์ ได้บอกถึงวิธีการเลี้ยงปลา ดุกด้วยระบบชีวภาพซึ่งมีขั้นตอนการเลี้ยงดังนี้

เลี้ยงปลาดุก

ขั้นตอนที่ 1 การเตรียมอุปกรณ์

1.ท่อปูนซีเมนต์ขนาด 100*50 เซนติเมตร

2.ท่อพีวีซี ขนาด 1 นิ้ว ยาว 20 เซนติเมตร จำนวน 1 เส้น และยาว 40 เซนติเมตร จำนวน 1 เส้น

3.ข้องอพีวีซีขนาด 1 นิ้ว จำนวน 1 อัน

4.ยางนอกรถสิบล้อจำนวน 1 เส้น

5.ยางนอกรถจักรยานยนต์จำนวน 1 เส้น

6.ตาข่าย

7.น้ำหมักสูตรเลี้ยงปลา

8.ปูน ทราย หิน

9.อาหารสำหรับเลี้ยงปลาดุก

10.พืชผักที่ปลากิน เช่น ผักบุ้ง ผักตบชวา ฯลฯ

11.ลูกปลาดุก 70-80 ตัว

วิธีเลี้ยงปลาดุกในกระชังบก

ขั้นตอนที่ 2 การเตรียมบ่อปูนซีเมนต์สำหรับเลี้ยงปลาดุก

1.จะต้องทำการฆ่ากรดฆ่าด่างในบ่อปูน โดยให้นำหัวกล้วยหรือโคนกล้วยมาสับให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ นำมูลวัวมาผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วนำใส่ไปในบ่อใส่น้ำให้เต็ม แล้วหมักไว้ 5 วัน จากนั้นให้เปิดน้ำทิ้งแล้วเอาโคนกล้วยออกทิ้งด้วย

2.นำน้ำสะอาดใส่ไปในบ่อแล้วแช่ทิ้งไว้ 1 วัน หลังจากนั้นก็ให้เปิดน้ำทิ้ง

3.นำผักบุ้งมาถูให้ทั่วบ่อ ทิ้งไว้ตากบ่อให้แห้ง

ขั้นตอนที่ 3 การทำน้ำหมักสูตรเลี้ยงปลา

1.ถังพลาสติกที่มีฝาปิดจำนวน 1 ถัง

2.น้ำตาลทรายแดง 3 กิโลกรัม

3.ฟักทองแก่ 3 กิโลกรัม

4.มะละกอสุก 3 กิโลกรัม

5.กล้วยน้ำหว้าสุก 3 กิโลกรัม

วิธีเลี้ยงปลาดุกในกระชังให้โตเร็ว

วิธีทำ

หั่นมะละกอ, กล้วยน้ำหว้า, ฟักทองทั้งเปลือกและเมล็ดใส่ไว้ในภาชนะที่มีฝาปิด ผสมน้ำตาลทรายแดง แล้วคนให้เข้ากันและปิดฝาให้แน่นหมักทิ้งไว้ 7 วัน แล้วเติมน้ำสะอาด 9 ลิตร ปิดฝาให้แน่นแล้วหมักต่ออีก 15 วัน

ประโยชน์

-เป็นฮอร์โมนพืช เร่งดอก เร่งผล รสชาติหวานอร่อย

-ปลาไม่เป็นโรค

-ปลาไม่มีกลิ่นสาบ

-ปลาไม่มีมันในท้อง

-ปลาจะมีเนื้อหวานรสชาติอร่อย

วิธีทํากระชังเลี้ยงปลาดุก

ขั้นตอนที่ 4 การเลี้ยง

1.นำท่อปูนที่มีรอยคราบผักบุ้ง หรือบ่อปูนที่ไม่มีกรดไม่มีด่าง ใส่น้ำให้มีความสูง 10 เซนติเมตร (ช่วงปลาขนาดเล็ก เพิ่งนำมาปล่อย) แล้วเติมน้ำหมัก 1 ช้อนโต๊ะ

2.นำปลาดุกมาแช่น้ำในบ่อปูนทั้งถุง แล้วค่อยๆเปิดปากถุงให้ปลาว่ายออกมาเอง

3.วันแรกที่นำปลามาปล่อยไม่ต้องให้กินอาหาร

4.นำพืชผักที่ปลากิน เช่นผักบุ้ง ผักตบชวาและอื่น ๆ มาใส่ในบ่อ

5.การให้อาหาร ปลา 1 ตัวให้อาหาร 5 เม็ด/มื้อ ในช่วงปลาเล็กให้อาหารวันละ 2 มื้อ เช้า-เย็น ปลาอายุ 1 เดือนครึ่งให้อาหารปลาขนาดกลาง โดยให้อาหารวันละ 1 ครั้ง ให้ปลากินตอนเย็น

การเลี้ยงปลาดุกในบ่อดิน

หมายเหตุ ก่อนให้อาหารต้องนำอาหารมาแช่น้ำก่อนเสมอประมาณ 10-15 นาที เหตุผลเพื่อ

1.ปลาจะได้กินอาหารทุกตัว

2.ปลาตัวที่แข็งแรงจะทำให้ท้องไม่อืด

3.ปลาไม่ป่วย

4.การเจริญเติบโตใกล้เคียงกัน

5.อาหารไม่เหลือในบ่อและน้ำก็ไม่เสีย

6.ถ่ายน้ำทุก ๆ 7 วัน หรือ 10 วัน/ครั้ง ทุกครั้งที่ถ่ายน้ำจะต้องใส่น้ำหมัก 1 ช้อนโต๊ะเสมอ

โครงการเลี้ยงปลาดุกในกระชัง

ขั้นตอนที่ 5 การจำหน่าย

1.ก่อนจะจำหน่าย 2 วัน ให้นำดินลูกรังสีแดงหรือซังข้าวมาแช่ไว้ในบ่อ จะทำให้ปลาดุกมีสีเหลืองสวย ขายได้ราคาดี

2.ปลาดุก 3 เดือนครึ่ง จำนวน 70 ตัว จะมีน้ำหนัก 14-15 กิโลกรัม หรือประมาณ 4-5 ตัว/กิโลกรัม จำหน่ายได้กิโลกรัมละ 60-70 บาท

3.ต้นทุนอาหารกิโลกรัมละ 19-20 บาท หมายเหตุ ต้นทุนครั้งแรก 1 ชุด 430 บาท น้ำที่ถ่ายทิ้งจากบ่อปลาสามารถนำมารดต้นไม้ พืชผักสวนครัว เป็นปุ๋ยอย่างดี

การขายปลีกอยู่ตลาดสดปลาดุกจะมีราคาอยู่ที่ กิโลกรัมละ 80-100 บาท ต่อหนึ่งกิโลกรัม การขายสามารถขายได้ง่ายเพราะปลาดุกนี้เป็นที่ต้องการอย่างมากของท้องตลาด ส่วนใหญ่ผู้ชื้อรายย่อยจะชื้อปลา 1-3 กิโลกรัม ต่อหนึ่งคน

ผู้ชื้อสามารถเลือกไซต์และขนาดของปลาดุกได้แบบเต็มที่ เลือกได้ตามต้องการที่ผู้ชื้ออยากได้ ส่วนผู้ขายก็สามารถขายปลาชนิดอื่นเสริมได้นอกจากปลาดุก เพื่อรายได้ที่มากขึ้น เป็นวิธีการทำมาหากินที่ถูกต้องตามกฎหมายแถมยังเป็นการประกอบอาชีพด้วยตนเอง และเรายังเลี้ยงปลาขายได้ด้วยตัวเอง