การเลี้ยงปลาดุก ในบ่อซีเมนต์กลมแบบง่าย ๆ สร้างรายได้ดี

การเลี้ยงปลาดุก ปลาดุกที่หลายๆ คนนั้นนิยมนำไปทำอาหาร หรือหลายคนนั้นไม่รับประทานปลาดุก แต่จะนำปลาดุกนั้นไปเป็นสัตว์ที่ใช้ในการปล่อยปลาเพื่อทำบุญเสียมากกว่า ซึ่งในวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับปลาดุกกันให้มากกว่านี้ เพื่อจะได้รู้ว่า จะจัดการกับการเลี้ยงปลาดุกกันอย่างไร เพื่อให้ได้ผลดีที่สุด

เริ่มต้น การเลี้ยงปลาดุก อย่างไรดี

ก่อนที่จะเริ่มต้นที่จะเลี้ยงปลาดุกนั้น เราไปเริ่มต้นทำความรู้จักกับปลาดุกกันเป็นอันดับแรกกันเลยดีกว่า เนื่องจากเราจะทำการเลี้ยง หรือปลูกอะไรก็ตาม เราจะต้องทำการศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งเหล่านั้นให้รู้จักกันเป็นอย่างดีเสียก่อน ปลาดุกก็เช่นเดียวกัน เรามาทำความรู้จักกับปลาดุกกันเลยดีกว่า

ปลาดุกนั้น มีชื่อเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Walking catfishes ปลาดุกนั้นจัดว่าเป็นปลาที่อยู่ในสกุลของปลาหนังชนิดที่อยู่ในน้ำจืด ในสกุลของ Clarias ในวงศ์ Clariidae โดยที่คำว่า Clarias นั้นได้มีการมาจากภาษากรีก คำว่า chlaros นั้นมีความหมายว่า “มีชีวิต” มีความหมายถึง การที่ปลาสกุลนี้นั้นจะสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้บนบก หรือสภาพที่ขาดน้ำได้นั่นเอง

การเลี้ยงปลาดุก

ปลาดุกนั้นได้มีการแพร่พันธุ์ในน้ำจืด และแพร่พันธุ์ได้ ในน้ำกร่อยตาแหล่งน้ำธรรมชาติ ภายในทวีปเอเชียและแอฟริกา ปลาดุกนั้นเป็นปลาที่ไม่มีเกล็ด ลำตัวยาว มีหัวที่แบน และหัวแข็ง มีหนวดยาวประมาณ 8 นิ้ว มีครีบที่หลัง และมีครีบก้น ที่ยาวเกินกว่าครึ่งของความยาวของลำตัว

จุดเริ่มต้นของครีบหลังนั้นจะล้ำหน้าจุดเริ่มต้นของครีบท้องไปอีก ครีบหลังนั้นจะไม่มีเงียงแข็งๆ ไม่มีครีบไขมัน ครีบหางจะมีความมนกลม ครีบบทั้งหมดจะเป็นอิสระจากกันโดยสิ้นเชิง

สามารถหายใจ และครีบของปลาดุกนั้นจะใช้คลานบนบกได้อีกด้วย เมื่อถึงฤดูแล้ง จะเป็นฤดุของปลาดุกวางไข่นั่นเอง ปลาดุกเป็นปลากินเนื้อโดยเฉพาะ เมื่อปลาดุกโตเต็มวัย จะชอบกินปลาอื่นที่มีขนาดตัวที่เล็กกว่าเพื่อเป็นอาหาร รวมถึงกินซากของพืชน้ำ และซากสัตว์ที่ตายในน้ำอีกด้วย

ปลาดุกเป็นปลาที่รู้จักกันดีในแง่ของปลาเศรษฐกิจ เนื่องจากได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับการนำมาบริโภค โดยเฉพาะในแถบทวีปเอเชีย มีการรับประทาน และบริโภคปลาดุกกันเป็นจำนวนมาก และมีเมนูที่ทำจากปลาดุกกันอย่างแพร่หลาย มากมาย และแต่ละเมนูก็ขึ้นชื่อทั้งนั้น

เลี้ยงปลาดุก

พันธุ์ปลาดุกที่มีความนิยมนำมาเลี้ยงภายในประเทศไทย

เราจะเลี้ยงปลาดุกนั้น เราจะต้องทำการเรียนรู้และศึกษาเสียก่อนว่าพันธุ์ปลาดุกนั้นมีกี่พันธุ์ มีปลาดุกพันธุ์อะไรบ้าง ที่สำคัญ พันธุ์ปลาดุกพันธุ์ไหนที่กำลังเป็นความต้องการของตลาด หรือพันธุ์ไหนเหมาะที่จะเลี้ยงส่งไปยังตลาดความต้องการไหนได้บ้าง ซึ่งเราจะต้องทำการศึกษาในจุดนี้เสียก่อน ก่อนที่จะไปสู่ขั้นตอนของการเลือกว่าเราจะเลี้ยงพันธุ์ปลาดุกพันธุ์ไหนนั่นเอง

ซึ่งภายในประเทศไทยนั้น มีการเลี้ยงปลาดุกพันธุ์ที่นิยมๆ กันเลย มีอยู่ทั้งหมด 4 พันธุ์ ได้แก่

1. พันธุ์ปลาดุกด้าน
2. พันธุ์ปลาดุกเทศ ปลาดุกยักษ์ หรือปลาดุกรัสเซีย
3. พันธุ์ปลาดุกบิ๊กอุย
4. พันธุ์ปลาดุกอุย

เราไปดูกันดีกว่าว่า พันธุ์ปลาดุกพันธุ์ไหน มีลักษณะอย่างไร แตกต่างกันอย่างไร และความต้องการของตลาดเป็นอย่างไร มีจุดเด่นเป็นอย่างไร เนื่องจากเราจะได้ทำการเลือกสำหรับการเลี้ยงที่ถูกต้อง และเลือกหาเลี้ยงตามความต้องการของตลาดภายในพื้นที่ ที่เราจะทำฟาร์ม หรือกระชังเลี้ยงนั่นเอง

วิธีเลี้ยงปลาดุกในกระชังบก

1. ปลาดุกด้าน

ปลาดุกด้านนั้น มีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ชื่อว่า Clarias batrachus ซึ่งปลาดุกพันธุ์นี้นั้น มีหลากหลายชื่อให้เรียกกัน ไม่ว่าจะเป็น ปลาดุกเอ็น ปลาดุกเผือก ปลาดุกเลา ซึ่งปลาดุกด้านนั้นจะพบได้โดยทั่วไปในทุกๆ ภาคของประเทศไทย ปลาดุกด้านนั้นเป็นปลาที่ไม่มีเกล็ด ผิวหนังเรียบ ไม่มีครีบไขมัน ฐานของครีบปลาดุกด้านนั้นที่หลังจะมีครีบหลังความยาวเกือบตลอดส่วนหลังเลยทีเดียว

ซึ่งนอกจากที่หลังจะมีครีบหลังแล้ว ยังมีครีบก้นอีกด้วย และครีบหางที่ยื่นยาวออกมา ซึ่งทุกครีบนั้นจะแยกจากกันเป็นอิสระไม่ขึ้น หรือติดต่อกันนั่นเอง ซึ่งที่หลังของปลาดุกด้านจะไม่มีก้านครีบแข็ง แต่จะมีครีบอ่อนจำนวนมาก มีพุ่มดอกไม้ในโพรงภายในกะโหลกอีกด้วย ส่วนหัวเหนือช่องเหงือกของทั้งสองข้างนั้น จะช่วยในเรื่องของการหายใจ และที่ครีบอกนั้นจะมีครีบอยู่ด้วย ซึ่งนั่้นจะเรียกว่า เงี่ยง นั่นเอง

ซึ่งจะเป็นลักษณะที่แข็ง อยู่ข้างละ 1 อัน มีลักษณะที่กลม ใหญ่ ปลายจะแหลมเป็นหยักทั้งสองข้าง ลำตัวจะมีสีเทาปนดำ หรือเป็นสีน้ำตาลปนดำนั่นเอง บริเวณที่ท้องนั้นจะมีสีค่อนข้างขาว ปลาดุด้านนั้นเป็นปลาที่มีสินัยดุร้าย ไม่ชอบอยู่นิ่ง ว่องไว ชอบอำผุดดำว่าย และชอบแทรกมุดไปตามพื้นโคลนตมใต้น้ำ ปลาดุกด้านเป็นปลาที่มีความอดทนสูงต่อสภาพแวดล้อมรอบๆ ที่ไม่ว่าสภาพแวดล้อมรอบๆ จะเลวร้ายแค่ไหน ก็สามารถทน อึก ถึก อยู่ได้ ซึ่งปลาดุกด้านนั้นสามารถเลี้ยงรวมกันเป็นจำนวนมากๆ ได้ เลี้ยงง่าย เจริญเติบโตเร็ว ปลาดุกด้านนี้สามารถอาศัยอยู่ได้ทั้งในน้ำที่ไหล และในน้ำที่นิ่ง

ซึ่งปลาดุกด้านนั้นเหมาะมากๆ ที่จะทำการเลี้ยงในบ่อพลาสติก หรือท่อปูน ที่เลี้ยงอำไว้จำหน่ายภายในพื้นที่บริเวณใกล้เคียง และผู้เลี้ยง ไม่จำเป็นต้องดูแลมากจนเกินไป และผู้เลี้ยงไม่ชอบการเอาใจใส่ หรือประคบประหงม เนื่องจากปลาดุกด้านนั้น มีความทนต่อสภาวะแวดล้อมได้ดี จึงทำให้เลี้ยงง่าย กินไม่ยาก อาหารปลาดุกทั่วๆ ไปก็สามารถให้เป็นอาหารได้ แถมยังกินเนื้อสัตว์อีกด้วย ซึ่งหากเลี้ยงไว้เพียงแค่บริโภค และขายตามหมู่บ้าน ไม่หวังกำไรมาก ทำแบบเศษฐกิจพอเพียงนั้น ปลาดุกด้านถือว่าตอบโจทย์มากๆ เลยทีเดียว

วิธีเลี้ยงปลาดุกในกระชังให้โตเร็ว

2. ปลาดุกอุย

ปลาดุกอุย นั้นมีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ชื่อว่า Clarias macrocephalus ปลาดุกอุยเป็นปลาไม่มีเกล็ด ผิวเรียบเนียน ลำตัวยาวเรียว พบปลาดุกอุยได้ตามแหล่งน้ำจืดทั่วๆ ไป สีของลำตัวปลาดุกอุยนั้นจะค่อนข้างเหลือง ปลาดุกอุยจะมีจุดประตามด้านข้างของลำตัว 9-10 แถบโดยประมาณ แต่เมื่อปลาดุกอุยโตขึ้นเรื่อยๆ แล้ว แถบจุดๆ ด้านข้างของลำตัวนั้น ก็จะค่อยๆ เลือนหายไปนั่นเอง ผนังท้องของปลาดุกอุยนั้นจะมีสีขาว ไปจนถึงสีเหลือง โดยเฉพาะบริเวณอกถึงครีบท้อง

ส่วนหัวของปลาดุกอุยนั้นจะค่อนข้างทู่ ส่วนปลายกระดูกท้ายทอยของปลาดุกอุยจะป้านออก และโค้งมนมาก กะโหลกของปลาดุกอุยนั้นจะลื่น มีรอยบุ๋มตรงกลางเล็กน้อย ปลาดุกอุยนั้นจะมีหนวดทั้งหมด 4 คู่ โคนของหนวดจะเล็ก ปากของปลาดุกอุยจะไม่ป้าน จะค่อนข้างมน ที่ครีบอกของปลาดุกอุยนั้นจะมีครีบแข็งอยู่ด้านละ 1 ก้าน ซึ่งนั่้นจะเรียกว่า เงี่้ยง นั่นเอง ซึ่งจะมีลักษณะแหลมคม ยื่นยาวออกมาเกิน หรือเท่ากับครีบอ่อนเลยทีเดียว ส่วนครีบหลังของปลาดุกอุยนั้นจะมีก้านครีบอ่อน 47-52 ก้านเลยทีเดียว ครีบหางของปลาดุกอุยจะกลมไม่ใหญ่มากนัก มีสีเทาปนดำ ครีบหางจะไม่ติดกันกับฐานครีบหลัง

และฐานครีบก้าน ระยะจากปลายกระดูกท้ายทอยของปลาดุกอุยถึงจุดเริ่มต้นของครีบหลังประมาณ 1 ใน 5 จากความยาวสุดของปลายสุดถึงปลายกระดูกท้ายทอย จำนวนกระดูกซี่กรองของเหงือกปลาดุกอุยจะมีทั้งหมด 32 ซี่ โดยประมาณ เนื้อของปลาดุกอุยนั้นจะมีสีเหลืองนุ่ม และมันมาก

ปลาดุกอุยที่ได้มีการอาศัยอยู่ตามแหล่งน้ำตามธรรมชาติต่างๆ นั้น จะมีนิสัยที่ชอบออกหาอาหารที่ตามหน้าดิน โดยที่ปลาดุกอุยนั้นจะใช้หนวดของมันเพื่อทำหน้าที่รับรู้ความรู้สึก มันจะใช้หนวดของมันเกลี่ยไปยังหน้าดิน เพื่อเอาไว้สัมผัสกับอาหาร เมื่อปลาดุกอุยสัมผัสกับอาหารมันก็จะเจออาหาร และกินอาหารนั้นเข้าไป ซึ่งปลาดุกอุยนั้นเป็นปลาที่ปราดเปรียวเคลื่อนไหวได้ว่องไวมากๆ ชอบกินอาหารจำพวกเนื้อสัตว์

แต่เมื่อนำปลาดุกอุยเหล่านี้มาเลี้ยงในบ่อแล้ว ก็สามารถฝึกให้กินอาหารแบบสำเร็จรูป หรือพวกอาหารเม็ดให้ปลาดุกตามปกติได้ หรือจะใช้วิธีใช้อาหารเม็ดสำเร็จรูป ผสมกับ ปลายข้าว รำข้าว กากถั่ว เพื่อให้เป็นอาหารก็ได้ ทั้งยังสามารถฝึกให้ขึ้นมากินอาหารที่บริเวณผิวน้ำได้อีกด้วย ซึ่งใครที่ชอบปลาดุกสายพันธุ์ที่สามารถฝึกหัดทั้งวิธีการกิน และอาหารการกินของมันได้ ก็เลือกเลี้ยงปลาดุกชนิดนี้ได้เลย แต่โดยส่วนมากแล้วปลาดุกอุยนั้นก็เป็นที่นิยมนำมาเลี้ยงในบ่อ หรือนำมาเลี้ยงเพาะเพื่อเป็นการค้าส่งออกไปยังตลาดมากพอสมควรเลยทีเดียว

วิธีทํากระชังเลี้ยงปลาดุก

3. ปลาดุกบิ๊กอุยหรือปลาดุกอุยเทศ

ปลาดุกบิ๊กอุย หรืออีกชื่อคือ ปลาดุกอุยเทศ ปลาดุกพันธุ์นี้นั้น เป็นปลาดุกลูกผสม ที่มีการกำเนิดมาจากการผสมเทียมข้ามสายพันธุ์ระหว่างพ่อพันธุ์เป็นปลาดุกยักษ์ แม่พันธุ์ที่เป็นปลาดุกอุย ซึ่งลักษณะนิสัยของปลาดุกบิ๊กอุยนี้ จะมีนิสัยที่อยู่ระหว่างกลางของปลาดุกสองสายพันธุ์ที่เป็นสายพันธุ์พ่อ และสายพันธุ์แม่ ซึ่งจะมีลักษณะภายนอก และนิสัยการกินทีเหมือนกับปลาดุกพันธุ์ปลาดุกอุยมากๆ

ปลาดุกพันธุ์บิ๊กอุยนี้จะมีสีผิวค่อนข้างเหลือง โดยเฉพาะที่ลำตัวของปลาดุกบิ๊กอุย และส่วนห่างของปลาดุกบิ๊กอุยจะเห็นได้ว่ามีรอยจุดประสีขาวเป็นแนวยาวตามแบบฉบับลายตัวของปลาดุกพันธุ์อุยอย่างชัดเจน แต่เมื่อปลาดุกบิ๊กอุยเติบโตขึ้น มีขนาดตัวที่เริ่มโตขึ้นเรื่อยๆ จุดสีขาวๆ เหล่านั้นก็จะค่อยๆ จางหายไป ส่วนกะโหลกท้ายทอยของปลาดุกบิ๊กอุยนั้นจะมีความแหลมเป็นหยักจำนวน 3 หยัก เช่นเดียวกันกับปลาดุกพันธุ์ยักษ์ ซึ่งหัวของปลาดุกบิ๊กอุยนั้นจะมีขนาดใหญ่ และคอดหางจะมีจุดประสีขาวเรียงรายตามแนวขวาง

ในระยะที่ปลาดุกบิ๊กอุยนั้นยังเป็นลูกปลาอยู่ ปลาดุกบิ๊กอุยนั้นเป็นปลาที่ทนต่อสภาพแวดล้อมได้ดี ทนทานต่อโรคต่างๆ ที่่จะติดต่อมาสู่ปลาได้อีกด้วย และมีเนื้อคล้ายกับเนื้อของปลาดุกอุย คือ เนื้อจะมีสีเหลือง นุ่ม รสชาติอร่อย กินอาหารได้แทบจะทุกชนิด เลี้ยงได้น้ำหนักดีมาก ในระยะการเลี้ยงด้วยเวลาอันสั้น ทำให้เลี้ยงได้หลายรุ่นในเวลาไม่นานนัก สามารถส่งออกขายได้ปริมาณที่มากกว่า และรวดเร็วต่อความต้องการของตลาดนั่นเอง และมีอัตราการเจริญเติบโตของปลาดุกบิ๊กอุยนั้นเป็นไปในทางที่รวดเร็วมากๆ สามารถเลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุยเพียงแค่ 60 วัน ก็สามารถเปลี่ยนรุ่น

และทำการขายปลาดุกบิ๊กอุยเหล่านี้ได้แล้ว ซึ่งปลาดุกบิ๊กอุยเหล่านี้เมื่อโตเต็มที่แล้วจะมีน้ำหนักอยู่ที่ 200-300 กรัม ต่อ 1 ตัว โดยประมาณ ซึ่งนั่นหมายความว่า อาจจะมีน้ำหนักได้มากกว่านี้นั่นเอง หรืออาจจะมีขนาดตัวซึ่งสามารถขายได้ 4-5 ตว ต่อ 1 กิโลกรัมเลยก็ว่าได้

4. ปลาดุกเทศ

ปลาดุกเทศนั้นมีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ว่า Clarias haripiinus บางครั้งเรียก ปลาดุกยักษ์ หรือปลาดุกรัสเซีย ปลาดุกเทศนั้นเป็นปลาดุกที่ไม่มีเกล็ด ลำตัวของปลาดุกเทศนั้นจะเรียวยาว หัวของปลาดุกเทศนั้นจะใหญ่ และแบน กะโหลกของปลาดุกเทศนั้นจะเป็นตุ่มๆ ไม่มีรอยบุ๋มที่ตรงกลางเล็กน้อย กระดูกท้ายทอยของปลาดุกเทศนั้นจะมีลักษณะเป็นหยักๆ จำนวน 3 หยัก ปลาดุกเทศนั้นจะมีหนวดอยู่ 4 คู่

ซึ่งที่โคนหนวดของปลาดุกเทศนั้นจะมีขนาดใหญ่ ซึ่งจะมีลักษณะป้าน และแบนหนา ครีบหูนั้นจะมีเงี่ยงที่ใหญ่ สั้น และนิ่ม ไม่แหลมคม และส่วนของครีบของปลาดุกเทศที่เป็นส่วนของครีบอ่อนนั้นจะหุ้มไปจนถึงปลายครีบแข็ง

การเลี้ยงปลาดุกในบ่อดิน

ครีบหลังของปลาดุกเทศจะมีปลายครีบเป็นสีแดง และมีแถบสีขาวพาดขวางคอดหาง ซึ่งปลาดุกเทศมีความยาวของลำตัวเป็น 3 เท่า ของความยาวส่วนหัว ตัวของปลาดุกเทศนั้นจะเป็นสีเทา หรือสีเทาอมเหลือง ไม่มีจุดประสีใดๆ ตามลำตัว แต่เมื่อโตขึ้นไปเรื่อยๆ จะเริ่มมีลายปรากฏคล้ายกับลายของหินอ่อนแสดงเด่นชัดขึ้นไปทั่วทั้งตัว ผนังท้องของปลาดุกเทศนั้นจะเป็นสีขาว ตลอดจนถึงโคนหาง

ปลาดุกเทศนั้นจะมีการเจริญเติบโตที่รวดเร็วมากๆ ปลาดุกเทศสามารถกินอาหารได้ทุกแบบทุกชนิด ปลาดุกเทศมีความต้านทานของโรคสูง และทนต่อสภาพแวดล้อมรอบๆ ได้ดีอีกด้วย ปลาดุกเทศเป็นปลาที่มีขนาดใหญ่มาก เมื่อเติบโตและเจริญขึ้นถึงวันเต็มตัว ก็จะมีขนาดใหญ่กว่าปลาดุกบิ๊กอุยอีกด้วย

ซึ่งเรียกได้ว่า หากต้องการที่จะทำฟาร์มปลาดุกขายนั้น สามารถเลือกพันธุ์ปลาดุกบิ๊กอุยสำหรับการเลี้ยงเพื่อขายได้เลย เนื่องจากพันธุ์ปลาดุกบิ๊กอุยนี้ กินก็ง่าย โตก็เร็ว แถมยังทนทานต่อโรคต่างๆ ได้อีกด้วย ทำให้เรานั้น ไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องของการดูแลรักษาปลาดุกบิ๊กอุยเหล่านี้ สามารถเลี้ยงไว้เป็นอาชีพเสริมได้เลย กลางวันปกติก็สามารถทำงานอย่างอื่นประกอบไปด้วยก็ได้ แต่จะต้องมีการทำการเปลี่ยนน้ำภายในบ่อ ให้มีความสะอาดอยู่สม่ำเสมอ หรือช่วยดูแล ไม่ให้น้ำเน่าเสีย เพื่อป้องกันการตายของปลาดุกบิ๊กอุยที่เราเลี้ยงไว้นั่นเอง

สำหรับใครที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว คงจะมีความรู้ในเรื่องของพันธุ์ปลาดุกมาไม่มากก็พอจะมีความรู้ขึ้นมาหน่อยแล้ว ทีนี้ก็อาจจะเพียงพอต่อการตัดสินใจสำหรับการเลือกพันธุ์ปลาดุกเพื่อทำการเลี้ยงของคุณแล้ว ซึ่งนอกจากจะเลี้ยงเพื่อใช้รับประทานภายในครัวเรือนแล้ว เหลือก็สามารถนำออกไปขายได้ ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงอีกด้วย หรือจะเป็นการทำฟาร์มพันธุ์ปลาดุกออกขาย เนื่องจากใช้ระยะเวลาไม่นานก็สามารถนำปลาออกขายได้แล้วนั่นเอง ทำให้เราสามารถขาย และได้เงินไวกว่า ระยะเวลาเพียงแค่ 60 วันก็สามารถเลี้ยงรุ่นใหม่ได้แล้วนั่นเอง

โครงการเลี้ยงปลาดุกในกระชัง

หลังจากที่เรานั้นได้ทราบพันธุ์ของปลาดุกกันแล้ว เราเลือกได้แล้วว่าเราจะเลี้ยงปลาดุกพันธุ์อะไร เขากินอาหารแบบไหนได้บ้าง ทนต่อสภาพแวดล้อมรูปแบบไหน เราก็จะต้องไปทำการวางแผนที่จะทำบ่อสำหรับเลี้ยงเขาแล้วล่ะ เนื่องจากปลาดุกนั้นเราจะขายกันเป็นรุ่นๆ เราจึงอาจจะต้องทำบ่อเพื่อให้มากต่อความต้องการ และแต่ละบ่อนั้นจะต้องเริ่มเลี้ยงลูกปลาดุกในระยะเวลาที่แตกต่างกัน เพื่อเวลาที่บ่อนี้ถึงระยะเวลาขาย แล้วได้เวลาขายไปแล้ว และขายหมดแล้ว บ่อถัดไปก็พร้อมขายได้พอดี ปลาจะได้ถึงระยะที่จับขายได้แบบไล่ๆ กันไป จะได้มีปลาขายได้ตลอด พร้อมรองรับกับตลาดนั่นเอง

การเลี้ยงปลาดุกนั้น สามารถเลี้ยงได้หลากหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงปลาดุกแบบในกระชัง การเลี้ยงปลาดุกแบบในบ่อซีเมนต์ การเลี้ยงปลาดุกในบ่อดิน ซึ่งบ่อที่ได้รับความนิยมจากผู้เลี้ยงปลาดุกมากที่สุดนั้น ก็คือ การเลี้ยงปลาดุกในบ่อดินนั่นเอง เนื่องจากง่าย สะดวก และปลาดุกนั้น ชอบมุกดินโคลนอีกด้วย ทำให้พวกมันมีความสุขกับการอยู่ในบ่อดินนั่้นเอง ซึ่งบ่อดินที่ใช้นั้น ขนาดก็ขึ้นอยู่กับสถานที่ของคุณ แต่โดยส่วนมากแล้ว ก็มักจะใช้พื้นที่ ที่ไม่เกิน 1 ไร่ ต่อ 1 บ่อนั่นเอง

การเลือกสถานที่ทำบ่อเลี้ยงปลาดุก

การเลือกสถานที่สำหรับการทำบ่อเลี้ยงปลาดุกนั้นก็มีความสำคัญอีกปัจจัยหนึ่งต่อการเลี้ยง เนื่องจากปัจจัยหลายๆ อย่างทำให้คุณนั้นจะต้องเลือกสถานที่ดีๆ จะได้สะดวกต่อการเลี้ยง และส่งผลต่อการเลี้ยงปลาดุกได้น้อยที่สุดนั่นเอง ซึ่งการเลือกสถานที่สำหรับเลี้ยงปลาดุกนั้นก็มีดังต่อไปนี้

ประวัติปลาดุก

1. สถานที่ไม่เป็นที่ลุ่ม หรือสถานที่ไม่เป็นที่ดอนจนเกินไป สามารถทำกรจัดการกับการระบายน้ำได้อย่างดี สามารถทำการระบายน้ำเข้า ระบายน้ำออกได้ดีเช่นกัน

2. สภาพของดินที่เราใช้นั้นควรจะเป็นดินเหนียว เนื่องจากเราจะสามารถใช้ดินนั้นนำมาทำเป็นคันบ่อ สำหรับเก็บกักน้ำ ซึ่งจะเก็บน้ำได้ดีเลยทีเดียว

3. สภาพน้ำที่ใช้เลี้ยงปลาดุกนั้นจะต้องเป็นน้ำที่สะอาด ปราศจากสารพิษของโลหะหนัก หรือสารพิษจากยาฆ่าแมลง หรือไม่ว่าจะเป็นของเสียที่มาจากโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ นั่นเอง

4. การคมนาคมที่สะดวกสบาย หรือการเดินทางเข้าออกจะต้องสะดวก ง่ายต่อการติดต่อของพ่อค้าคนกลาง เพื่อเข้ามาติดต่อซื้อขายภายในบ่อ หรือสำหรับผู้ที่สนใจ จะได้เดินทางมาได้อย่างสะดวกนั่นเอง

ลักษณะปลาดุกรัสเซีย

การเตรียมบ่อสำหรับเลี้ยงปลาดุก

การเตรียมบ่อนั้นเราจะต้องเตรียมบ่อไว้เพื่อให้ปลาดุกอยู่ ตั้งแต่ตัวเล็ก ไปจนถึงตัวโต ซึ่งจะมีทั้งแบบที่เป็นบ่อที่เพิ่งทำขึ้นมาใหม่ และบ่อเก่า ที่เคยผ่านการใช้งานมาแล้วนั่นเอง ไปดูวิธีการจัดการเกียวกับบ่อเลี้ยงปลาดุกทั้ง 2 แบบกันเลย

1. บ่อเลี้ยงใหม่

หากบ่อเลี้ยงปลาที่จะนำมาเป็นบ่อเลี้ยงปลาดุกนั้นเป็นบ่อที่ถูกขุดขึ้น หรือสร้างขึ้นมาเป็นบ่อใหม่ๆ ยังไม่ได้ผ่านการใช้งานใดๆ นั้น ควรมีวิธีดำเนินการดังต่อไปนี้ ก่อนที่จะนำปลาดุกมาปล่อยลงบ่อเลี้ยง คือ

– ให้เรานั้นนำปูนขาวใส่ลงไปภายในก้นของบ่อ เนื่องจากปูนขาวนั้นจะมีหน้าที่ช่วยในเรื่องของการปรับสภาพดิน ที่อยู่ใต้ก้นบ่อนั่นเอง ซึ่งให้เราใส่ปูนขาวลงไปในอัตราส่วน 60-100 กิโลกรัม ต่อ 1 ไร่ โดยให้เราทำการโรยปูนขาวลงไปให้ทั่วพื้นก้นบ่อนั่นเอง

– ใส่ปุ๋ยคอกลงไปในบ่อในอัตรา 200 กิโลกรัม ต่อ 1 ไร่ โดยให้เรานั้นโรยให้ทั่วๆ ก้นบ่อ เช่นเดียวกับการโรคปูนขาวนั่นเอง

– หลังจากนั้นทำการเติมน้ำสะอาดลงไปภายในบ่อในระดับ 40-50 เซนติเมตร แช่บ่อทิ้งไว้ 3-5 วันโดยประมาณ จากนั้นรอจนกว่าน้ำจะเริ่มเป็นสีเขียว ควรระมัดระวังอย่าให้มีแมลง หรือมีศัตรูของปลาเกิดขึ้นภายในบ่อ

ปลาดุกอุย

2. บ่อเลี้ยงปลาเก่า

บ่อเลี้ยงปลาเก่านั้นจะเป็นบ่อเลี้ยงปลาเดิมที่เคยมีการขุดขึ้นมาแล้ว เคยผ่านการเลี้ยงปลามาแล้ว อาจจะเป็นปลาชนิดอื่น แต่ในรอบนี้จะลองเปลี่ยนมาเลี้ยงปลาดุกดูบ้าง ซึ่งเราก็มีวิธีการเตรียมบ่อเลี้ยงปลาก่อนที่จะมีการปล่อยปลาดุกลงไปเลี้ยงในบ่อเก่าเช่นเดียวกัน ซึ่งมีวิธีการดำเนินการดังต่อไปนี้

– เริ่มจากทำความสะอาดบ่อให้สะอาด หากใต้พื้นก้นบ่อมีโคลน และเลน ให้ลอกออกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้นั่นเอง

– ใส่ปูนขาวลงไปที่ก้นบ่อ โดยทำการโรยให้ทั่้วพื้นผิวก้นบ่อให้กระจายให้มากที่สุด ซึ่งเราจะใส่ปูนขาวลงไปในอัตรา 60-100 กิโลกรัมต่อ 1 ไร่

– จากนั้นทำการตากบ่อให้แห้ง โดยการตากทิ้งไว้ 7-15 วัน โดยประมาณ

– เมื่อบ่อแห้งดีแล้ว ผ่านระยะเวลาไปพอสมควรแล้ว ก็ให้ทำการใส่ปุ๋ยคอกลงไปในก้นบ่อ ด้วยการเอาปุ๋ยคอกไปแขวนไว้ตามมุมของบ่อโดยใช้ในปริมาณ 60-100 กิโลกรัม ต่อ 1 ไร่ โดยประมาณ เพื่อเป็นการเพิ่มอาหารแบบธรรมชาตินั่นเอง

– หลังจากนั้นก็เริ่มขึ้นตอนของการเติมน้ำสะอาดลงไปภายในบ่อได้แล้วนั่นเอง ซึ่งเราจะทำการเติมน้ำลงไปในปริมาณ 40-50 เซนติเมตร โดยประมาณ จากนั้นก็ให้ทิ้งไว้เป็นเวลา 3-5 วันโดยประมาณ โดยที่รอจนกว่าน้ำภายในบ่อเลี้ยงจะเป็นสีเขียวนั่นเอง

ก่อนที่จะมีการปล่อยพันธุ์ปลาดุกลงไปภายในบ่อเลี้ยง ทั้งแบบบ่อใหม่ที่เพิ่งทำการขุด หรือแบบบ่อเก่าที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว เราก็ควรปฏิบัติดังต่อไปนี้

– ก่อนปล่อยปลาลงภายในบ่อเลี้ยงนั้น ควรทำการตรวจวัดความเป็นกรด ความเป็นด่าง ของน้ำอีกครั้งเสียก่อน ซึ่งค่าของน้ำนั้น ไม่ควรสูงถึง 7.5-8.5

– หากค่าของน้ำกับความเป็นกรด และความเป็นด่างยังไม่อยู่ที่ 7.5-8.5 นั้น ให้เราทำการเอาปูนขาวไปละลายน้ำ จากนั้นก็สาดลงไปในบ่อเลี้ยงปลา จากนั้นให้วัดค่าความเป็นกรด ความเป็นด่าง ในน้ำภายในบ่อ ให้ได้ที่ 7.5-8.5 จึงจะทำการปล่อยปลาดุกลงไปภายในบ่อได้นั่นเอง

ปลาดุกด้าน

การเตรียมพันธุ์ปลาดุกสำหรับการเลี้ยง

แน่นอนว่า เราพูดกันมาตั้งแต่ต้นแล้วว่า เรื่องของพันธุ์ปลาดุกนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างมาก เราจะต้องทำการศึกษาให้เข้าใจถึงพฤติกรรมและธรรมชาติของนิสัยของปลาดุกสายพันธุ์นั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการกินอาหาร การเจริญเติบโต ขนาด และความต้องการของตลาด จะต้องมีความเข้าใจในจุดนี้เสียก่อน

อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นนั่นเอง ซึ่งเมื่อคุณเลือกพันธุ์ปลาดุก สำหรับการเลี้ยงในครั้งนี้ได้แล้ว คุณนั้นก็สามารถที่จะเลือกซื้อพันธุ์ปลาดุกมาเลี้ยงได้เลย ซึ่งก่อนจะซื้อนั้น เรามีวิธีการเลือกแหล่งซื้อพันธุ์ปลาดุกมาแนะนำ เนื่องจากหลายคนนั้น อาจจะมีการกังวลของเรื่องการสรรหาพันธุ์ปลาดุกมาเลี้ยงอยู่นั่นเอง ซึ่งมีหลักการดังต่อไปนี้

1. แหล่งพันธุ์ปลาดุก หรือบ่อฟักเลี้ยงพันธุ์ปลาดุกที่เราจะไปซื้อนั้น จะต้องมีการตรวจสอบ และเลือกดูจากสิ่งต่างๆ ดังต่อไปนี้

– ความน่าเชื่อถือ และความน่าไว้ใจของสถานที่ให้บริการทางด้านคุณภาพ มีการรับรองด้านคุณภาพของพันธุ์ปลาดุกอย่างแน่ชัด ชัดเจน

– มีการทำการคดัเลือกพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ของปลาดุก เพื่อที่จะได้พันธุ์ปลาดุกที่มีคุณภาพ

– มีความชำนาญในเรื่องของการขนส่งปลา เนื่องจากเราซื้อไปนั้น การขนส่งนั้นสำคัญ ต่อการเลี้ยงปลาใหม่เป็นอย่างมาก เนื่องจากหากการขนส่งไม่ดี เมื่อพันธุ์ถึงมือเราแล้ว อาจจะเกิดอาการช็อคตายขึ้นมาระหว่างการทำการขนส่งก็เป็นได้

ปลาดุกแอฟริกา

2. ลักษณะภายนอกของลูกพันธุ์ปลาดุกจะต้องมีความเป็นปกติ และสมบูตรณ์ ซึ่งเรานั้นจะสามารถสังเกตได้จากสิ่งเหล่านี้

– การว่ายน้ำของลูกพันธุ์ปลาดุกนั้นจะต้องมีการว่ายน้ำแบบปราดเปรียว คล่องแคล่ว สมกับเป็นลักษณะนิสัยของปลาดุก และจะต้องไม่ว่ายน้ำแบบควงสว่านอีกด้วย หรือลูกพันธุ์ปลาดุกนั้นจะต้องไม่มีการลอยตัวตั้งฉากกับพื้นบ่ออีกด้วย

– ลำตัวที่สมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็น หาง ครีบ หนวด ก็จะต้องไม่มีการกร่อน ไม่มีจุด หรือปุยขาวๆ เกาะตามลำตัว ไม่มีบาดแผลตามร่างกายของลูกพันธุ์ปลาดุก

– ขนาดของลูกพันธุ์ปลาดุกนั้นจะต้องมีความสม่ำเสมอกัน เนื่องจากข้อนี้นั้นสำคัญมากๆ เนื่องจากเวลาเราปล่อยลูกพันธุ์ปลาดุกลงสู่บ่อเลี้ยงแล้ว ตัวที่ใหญ่กว่า อาจจะรังแกตัวที่เล็กกว่าก็เป็นได้

ปลาดุก ชื่อวิทยาศาสตร์

การปล่อยลูกปลาดุกลงบ่อเลี้ยง

เมื่อทำการเลือกซื้อพันธุ์ปลาดุกมาได้แล้ว ก็ทำการสั่งซื้อ เลือกซื้อกันได้ตามความต้องการ ขนาดของบ่อเลี้ยง ซึ่งเมื่อซื้อเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถใช้บริการขนส่งของทางร้านพันธุ์ปลาดุกได้เลย เมื่อลูกพันธุ์ปลาดุกส่งถึงบ่อเลี้ยงของเราแล้ว อย่าเพิ่งทำการปล่อยลูกพันธุ์ปลาดุกลงในบ่อในทันทีนะคะ

ให้เราทำการนำเอาถุงพันธุ์ปลาดุกที่เราได้มา ไปแช่ลงในบ่อน้ำโดยที่ไม่ต้องทำการแกะถุง นำทั้งถุงพันธุ์ปลาดุกนั้นไปแช่ลงในน้ำในบ่อน้ำเป็นเวลา 10-15 นาทีโดยประมาณ เพื่อให้มีการปรับอุณหภูมิน้ำที่อยู่ภายในถุง และน้ำที่อยู่ภายในบ่อให้มีอุณภูมิเท่ากัน เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ลูกพันธุ์ปลาดุกนั้นช็อคนั่นเอง ก่อนที่จะทำการปล่อยลูกพันธุ์ปลาดุกลงไปในบ่อนั้น ควรจะทำร่มเงาเพื่อเป็นการบังแสงแดดให้แก่ลูกพันธุ์ปลาดุกด้วย เพื่อให้ลูกพันธุ์ปลาดุกได้อาศัยในการหลบแดดนั่นเอง

ปลาดุกนา

อัตตราการปล่อยพันธุ์ปลาลงภายในบ่อเลี้ยงปลา

สำหรับใครที่เพิ่งจะทำการหัดเริ่มเลี้ยงปลาเป็นครั้งแรก เราขอแนะนำให้คุณนั้นทำการปล่อยพันธุ์ปลาดุกเป็นลูกปลาขนาดปลานิ้ว จะทำให้มีอัตราในการรอดตายที่สูงขึ้น อัตราของการปล่อยปลาลงในบ่อนั้นก็ขึ้นอยู่กับขนาดปลา และขนาดบ่อนั่นเอง

ซึ่งก็ประมาณได้ว่า ปลาขนาด 2-3 เซนติเมตร สามารถปล่อยได้ 80,000-100,000 ตัว ต่อ 1 ไร่ นั่นเอง ซึ่งก่อนทำการปล่อยนั้นควรที่จะมีการนับจำนวนปลาเพื่อเป็นการจดบันทึกจำนวนปลาที่แน่ชัด หากมีการตายเกิดขึ้น จะได้ประมาณการณ์ถูกว่า ลูกปลาที่เหลือรอดภายในบ่อนั้น จะเหลืออยู่อีกเท่าไหร่นั่นเอง

อาหารและการให้อาหารปลาดุกในบ่อเลี้ยง

ต้นทุนของการผลิตปลา หรือเลี้ยงปลาออกขายนั้นอยู่ที่อาหารปลาเสียกว่า 80% เลยทีเดียว เพราะฉนั้นการเลี้ยงปลานั้น อาหารของปลานั้นเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ที่จะต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษระหว่างการเลี้ยงปลาดุกนั่นเอง ซึ่งเราควรมีวิธีการปฏิบัติดังต่อไปนี้

การเลือกซื้ออาหารสำหรับปลาดุก

ลักษณะของอาหารปลาดุก

การเลือกซื้ออาหารปลาดุกนั้นก็เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก ซึ่งก็มีวิธีการตรวจสอบอาหารปลาดุกว่าได้คุณภาพหรือไม่ในเบื้องต้นดังนี้

ลักษณะของอาหารปลาดุก

– สีสันต้องดี
– มีกลิ่นที่ดี ไม่เหม็นหืน
– ขนาดของเม็ดที่สม่ำเสมอกัน ไม่เป็นฝุ่นผง
– การลอยตัวของอาหารในน้ำอยู่ได้นานบนผิวน้ำ
– อาหารไม่มีการเปียกชื้น ไม่มีการจับตัวกันเป็นก้อนๆ ไม่ขึ้นราก่อนการใช้งาน

การเลี้ยงปลาดุก

ประเภทของอาหารสำเร็จรูปของปลาดุก

– อาหารสำเร็จรูปแบบสำหรับลูกปลาวัยอ่อน สามารถใช้กับลูกปลาที่มีขนาด 1-4 เซนติเมตรได้
– อาหารสำเร็จรูปแบบอาหารปลาดุกเล็กพิเศษ สามารถใช้กับลูกปลาที่มีขนาด 3 เซนติเมตร ไปจนถึง 1 เดือน ได้
– อาหารสำเร็จรูปแบบอาหารปลาดุกเล็ก สามารถใช้กับปลาที่มีอายุ 1-3 เดือนได้
– อาหารสำเร็จรูปแบบอาหารปลาดุกใหญ่ สามารถใช้กับปลาที่มีอายุ 3 เดือน ไปจนถึง วัยจับส่งขายได้

วิธีการให้อาหารปลาดุก

เมื่อเราทำการปล่อยลูกพันธุ์ปลาดุกลงไปภายในบ่อเป็นวันแรก ไม่จำเป็นต้องให้อาหารแก่ลูกปลาดุก เราจะเริ่มมีการให้อาหารลูกปลาดุกในวันถัดไป

ซึ่งอาหารที่จะให้ลูกปลาดุกนั้นจะเป็นอาหารลูกปลาแบบวัยอ่อน นำอาหารมาทำการพรมน้ำ แล้วนวดจนเหนียว จากนั้นปั้นเป็นก้อนๆ แล้วทำการเสียบไม้ แล้วนำไปปักไว้ที่รอบๆ บ่อ ในปริมาณที่กะว่าให้ลูกปลามากินให้หมดภายในเวลา 30-60 นาที ทำแบบนี้เป็นเวลาประมาณ 1 สัปดาห์

หลังจากนั้นก็เริ่มให้อาหารปลาดุกแบบเล็กพิเศษ นำอาหารมาแช่น้ำให้นิ่ม แล้วทำการปั้นอาหารรวมกับอาหารลูกปลาวัยอ่อน แล้วจากนั้นก็นำไปให้ปลากิน

เมื่อลูกปลาโตขึ้น ก็เริ่มให้อาหารปลาแบบอาหารเม็ดได้ ก็เริ่มเป็นอาหารสำหรับปลาดุกเล็กพิเศษอย่างเดียว ไม่ต้องแช่น้ำ ทำการหว่านให้กินแบบกระจายให้ทั่วบ่อ ในปริมาณที่ให้ลูกปลามากินให้หมดภายในเวลา 30 นาที ให้กินแบบนี้จนลูกปลามีอายุ 1 เดือน

จากนั้นก็ทำให้ให้อาหารปลาดุกเล็ก โดยให้แต่ละมื้อ จะต้องให้ลูกปลามากินอาหารให้หมดภายในเวลา 30 นาที ช่วงนี้ควรเริ่มฝึกให้ปลากินอาหารให้เป็นที่ โดยการทำการหว่านอาหารที่จุดเดิมๆ เป็นประจำ และทำการเคาะหลักไม้ทุกครั้ง เมื่อมีการให้อาหาร ซึ่งช่วงระยะเวลานี้จะให้อาหารอยู่เป็นเวลา 2 มื้อ ต่อ 1 วัน ให้อาหารปลาดุกเล็กไปจนกว่าลูกปลาจะมีอายุ 2 เดือน

เมื่อครบ 2 เดือนก็สามารถเปลี่ยนเป็นอาหารปลาดุกใหญ่ได้แล้ว ให้ในปริมาณที่ปลานั้นมากินแล้วจะต้องหมดภายใน 30 นาที เช่นเคย โดยจะให้อาหารเป็นเวลา 2 มื้อเช่นกัน

วิธีเลี้ยงปลาดุกในบ่อดิน

เมื่อปลาป่วย

ในกรณีที่มีปลาป่วย หรือมีการกินอาหารที่ลดลง ให้ทำการลดอาหารลงในปริมาณครึ่งหนึ่ง ของปริมาณที่ให้โดยปกติ

ในกรณีที่ปลาป่วยเกิดจากสภาพของน้ำ หรือการเปลี่ยนแปลงของอากาศ ให้ทำการปรับสภาพของน้ำ โดยการเปลี่ยนถ่ายน้ำ หรือจะเลือกเป็นการใส่เกลือลงไปในน้ำ หรือจะใส่ปูนขาวลงไปในน้ำก็ได้

หากพบว่าปลาป่วยด้วยเหตุที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ให้ทำการผสมปฏิชีวนะ 3-5 กรัม ต่อ อาหารปลา 1 กิโลกรัม ให้กินติดต่อกันนาน 7 วัน เช่น อาออกชีเตตร้าซัยคลิน หรือถ้าเกิดจากพยาธิภายนอก ก็ให้ทำการรักษาตามลักษณะของพยาธินั้นๆ เช่น ถ้าพบปลิงใส หรือเห็บระฆัง มาเกาะตามตัวเป็นจำนวนมาก หรือเริ่มมีการตายของปลาในบ่อเกิดขึ้น ให้ใช้ ฟอร์มาลินเข้มข้น 30-40 ซีซีฃ ต่อ น้ำ 1,000 ลิตร ทำการฉีดพ่น หรือทำการสาดลงไปในบ่อน้ำ แล้วแช่ จากนั้นก็ทิ้ง