“การปลูกเผือก” สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ ! เหมาะสำหรับเกษตรกรที่สนใจ !!!

การปลูกเผือก

การปลูกเผือก เผือกเป็นพืชหัวที่หลายคนอาจมองข้าม แต่ขอบอกเลยว่ารายได้งามกว่าที่คุณคิด เพราะเผือกมีประโยชน์และคุณค่าทางสารอาหารอย่างมาก ทำให้คนไทยนิยมนำมาทำขนมและทำอาหาร ส่วนราคาก็ดี สามารถสร้างรายได้ ถ้าใครอยากรู้ว่าเผือกจะมีหน้าตาเป็นอย่างไรและมีขั้นตอนวิธีการปลูกอย่างไร อย่ารอช้า ตามไปดู การปลูกเผือก กันเลย !!!

เผือก เป็นพืชที่ขึ้นได้ทั้งในดินที่มีความชุ่มชื้นสูง ที่ลุ่ม และที่ดอน จึงนิยมปลูกเผือกในพื้นที่ดังกล่าว และในที่ลุ่มยังสามารถปลูกเผือกได้ทั้งในน้ำเหมือนปลูกข้าว กับบนดินที่ชื้นแต่ต้องไม่มีน้ำขัง สำหรับการปลูกเผือกในที่ลุ่มริมแม่น้ำจะนิยมปลูกเผือกประมาณเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ ส่วนการปลูกเผือกในที่ราบน้ำไม่ท่วมและไม่มีการให้น้ำชลประทาน เป็นการปลูกเผือกโดยอาศัยน้ำฝน การปลูกเผือกแบบนี้มักปลูกประมาณเดือนพฤษภาคม – มิถุนายน หรือช่วงฤดูฝนนั่นเอง

ปลูกเผือกในกระถาง

การปลูกเผือก และวิธีชำพันธุ์เผือก

พันธุ์เผือกมาแล้ว ชาวบ้านจะเรียกว่าลูกเผือก หรือ ลูกซอ จะนำมาวางเป็นแถว ๆ ในที่ร่ม บนดินที่เปียกชุ่มและเอาฟางปิดคลุมรดน้ำให้ชุ่มทุกวันประมาณ 5 – 6 วัน ลูกเผือกจะค่อย ๆ ผลิหน่อแล้วเติบโตเป็นต้นอ่อน สูงประมาณ 10 – 12 ซม. หลังจากนั้นก็ย้ายไปปลูกได้ หากลูกเผือกแตกหน่อหลายหน่อ เมื่อนำไปปลูกควรเด็ดให้เหลือเพียงหน่อเดียว

การปลูกเผือกให้หัวใหญ่

ขั้นตอนในการเตรียมดินแปลงปลูกเผือก

ไถ พรวน เก็บหญ้าออกให้หมด แล้วยกร่องทำแปลงปลูกกว้างประมาณ 5 เมตร แต่ละร่องอยู่ห่างกันประมาณ 1 เมตร ถึง 1 ½  เมตร เพื่อให้เป็นทางระบายน้ำยามฝนตก น้ำจะได้ไม่ขังในร่องดิน เสร็จแล้วขุดหลุมปลูก โดยแต่ละหลุมมีความกว้าง 50 เซนติเมตรโดยประมาณ

การปลูกเผือก ที่ดอน

วิธีการปลูกเผือกและการเก็บเกี่ยวเผือก

  • ถอนต้นอ่อนที่ชำไว้ ปลูกลงในหลุมให้ต้นอ่อนตั้งตรง กลบดินเพียงเล็กน้อยพอมิดหัวเผือก การปลูกควรทำในตอนเย็น หลังจากปลูกช่วงแรก ๆ ต้องหมั่นรดน้ำเช้าเย็นให้ดินชุ่มอยู่เสมอ เมื่อเผือกตั้งตัวได้ก็เว้นระยะรดน้ำให้ห่างออกไป การรดน้ำอาจใช้เครื่องสูบน้ำช่วยทุ่นแรง และสายยางที่ต่อจากเครื่องสูบ ตรงปลายใช้ฝักบัวสวมไว้ น้ำจะพุ่งออกเป็นฝอย ทำให้สะดวกในการให้น้ำแก่ต้นเผือก
  • หลังจาก ต้นเผือกฟื้นตัวแล้ว ไม่นานจะแตกหน่อขึ้นเป็นกอ ควรตอนหรือใช้เสียมคมๆ ปาดหน่อที่แตกออกทิ้ง เหลือต้นเผือกไว้เพียงต้นเดียว เพราะถ้าปล่อยให้แตกเป็นกอใหญ่จะได้เผือกที่มีหัวเล็ก ขายไม่ได้ราคา
  • เมื่อเผือกอายุได้ประมาณ 4 – 5 เดือน จะเริ่มมีหัวและโตขึ้นเรื่อย ๆ ระยะนี้ควรจอบพูนดิน คลุมโคน เผือก เนื่องจากการคลุมโคนจะทำให้เผือกมีหัวป้อมใหญ่ และมีน้ำหนักดี ขายได้ราคางาม

การปลูกเผือก

  • ส่วนอายุที่เหมาะสมสำหรับการเก็บหัวเผือก ทั่ว ๆ ไปจะมีอายุการเก็บหลังการปลูกอยู่ที่ 6 – 10 เดือนโดยระยะการเก็บเกี่ยวที่เหมาะสมอาจสังเกตได้จาก เมื่อใบเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและเหี่ยว ทั้งนี้ การเก็บหัวเผือก ควรใช้วิธีถอนทั้งต้นด้วยมือ อาจใช้เสียบ / จอบช่วยในการถอน และควรหลีกเลี่ยงการขุดในระยะที่ไม่มีฝนตก
  • หลังจากที่ถอนต้นขึ้นมาแล้ว ควรจะใช้มีดตัดราก และโคนใบออก ให้เหลือเพียงหัวเผือก และนำไปล้างน้ำให้สะอาด
  • หากใครที่ต้องการเก็บไว้รับประทานหรือเก็บไว้ปลูก (ลูกเผือก) สามารถเก็บในที่ร่มได้นาน 4 – 6 เดือน แต่หากเก็บในห้องเย็นที่อุณหภูมิ 10 องศาเซลเซียส จะเก็บได้นานถึง 6-8 เดือนเลยทีเดียว
  • แน่นอนว่าพืชทุกชนิดย่อมมีศัตรูตัวฉกาจ คอยบ่อนทำลายอยู่เสมอ สำหรับเผือกนั้น ศัตรูที่สำคัญเลยก็คือ เพลี้ยอ่อน ที่มักกัดกินใบเผือก สามารถป้องกันได้โดยใช้ยาไดเมทโธเอท ไดเมครอน หรือมาลาไธออน ประมาณ 2-4 ช้อน / น้ำ 1 ปี๊บ ฉีดพ่นใบให้ทั่ว

การปลูกเผือกหอมเชียงใหม่

การป้องกันหนอนกัดกินใบเผือก

ควรใช้ยาเซฟวิน 85 หรือ มาลาไธออน อย่างใดอย่างหนึ่งประมาณ 2 ถึง 4 ช้อนสังกะสี / น้ำ 1 ปี๊บ หรือ โรคหัวเน่า ซึ่งเกิดจากเชื้อราเข้าทำลายหัวเผือก ให้ใช้ยาเธอราคลอ หรือ ไดโพลาแทนในอัตราส่วน 1 – 2 ช้อนสังกะสี / น้ำ 1 ปี๊บ หยอดโคนต้น เพื่อกำจัดเชื้อราและป้องกันการลุกลามของโรค และวันนี้เองเราจะนำสรรพคุณของเผือกมาฝากเพื่อน ๆ ที่สนใจและอยากรู้ว่าเผือกมีสรรพคุณอย่างไร เผือกเป็นพืชล้มลุกที่นิยมนำมาทำขนมหวาน เนื่องจากสามารถนำมาทำได้หลากหลายรูปแบบ ที่สำคัญ

ขนมที่ทำจากเผือกนั้นมีรสชาดดี ซึ่งส่วนที่ใช้ในการการรับประทานคือส่วนหัวของเผือกที่อยู่ใต้ดิน ในประเทศไทยเผือกที่นิยมนำมาทำขนมและอาหารนั้น คือ เผือกหอม โดยมีลักษณะเป็นเผือกชนิดหัวใหญ่ แต่ละหัวมีน้ำหนัก 2-3 กิโลกรัม นำมาใช้ต้มรับประทาน มีกลิ่นหอม กาบใบใหญ่มีสีเขียว ซึ่งนอกจากเผือกหอมจะมีรสชาติที่อร่อยถูกปากแล้วนั้น เผือกยังมีประโยชน์และคุณค่าต่อสุขภาพของเราอย่างมากมาย

การปลูกเผือกจีน

สรรพคุณของเผือก

เผือกประกอบด้วยสารอาหาร วิตามินและแร่ธาตุที่มีคุณประโยชน์หลากหลาย อาทิ เช่น โปรตีน เบตาแคโรทีน วิตามินบี วิตามินซี แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก โพแทสเซียม แมกนีเซียม โซเดียม ฟลูออไรด์ และซาโปนิน

เนื่องจาก เผือกมีธาตุเหล็กและฟลูออไรด์สูง จึงช่วยในการเสริมสร้างกระดูกแข็งแรงและป้องกันฟันผุ นอกจากนี้ เผือกยังเป็นอาหารที่ช่วยบำรุงลำไส้แก้อาการท้องเสีย อีกทั้งยังช่วยบำรุงร่างกายในเรื่องของการย่อยอาหาร ป้องกันโรคหัวใจ ลดความดันโลหิต ลดน้ำตาลในเลือดและความเสี่ยงของการเป็นเบาหวาน บำรุงสายตา ที่สำคัญยังเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ร่างกายและบำรุงระบบประสาทอีกด้วย เมื่อรู้สรรพคุณและประโยชน์ของเผือกอย่างนี้แล้ว ลองนำเผือกมาใช้ในการประกอบอาหารหรือทำเมนูของว่างกันดูนะคะ เพราะนอกจากความอร่อยที่ได้แล้วยังมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมากมายทีเดียว