การขยายพันธุ์กล้วยไม้ ไม่ยากอย่างที่คิด รายได้งาม

การขยายพันธุ์กล้วยไม้ กล้วยไม้ (Orchid) เป็นไม้ดอกไม้ประดับที่มีผู้คนสนใจเป็นอย่างมาก กล้วยไม้นั้นเป็นไม้ดอกที่มีความสวยงาม และควรค่าแก่การปลูกเอาไว้ชื่นชมภายในบ้าน

ดอกของกล้วยไม้นั้น จะมีความแตกต่างกันออกไปแต่ละพันธุ์ ซึ่งแต่ละพันธุ์นั้นก็ให้ดอกที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว และจะมีนักสะสมกล้วยไม้ที่หายากอีกด้วย เนื่องจากกล้วยไม้ที่ออกดอกแปลก ๆ ก็เป็นที่ต้องการของนักเล่นกล้วยไม้เช่นกัน

ประวัติกล้วยไม้

ทำความรู้จักก่อนทำ การขยายพันธุ์กล้วยไม้

กล้วยไม้นั้นเป็นพืชที่จัดอยู่ในพืชวงศ์ใหญ่ ที่มีดอกสวยงาม มีความหลากหลายทางด้านสีสัน ลวดลาย รูปร่าง ขนาด และกลิ่น ซึ่งเรียกได้ว่า กล้วยไม้นั้นเป็นพืชที่มีลักษณะของดอกที่หลากหลายที่สุดกลุ่มหนึ่งเลยทีเดียว

ซึ่งกล้วยไม้นั้นมีมากกว่า 800 สกุลเลยทีเดียว ซึ่งสามารถพบกล้วยไม้ในธรรมชาติได้มากกว่า 20,000 ชนิดด้วยกัน และด้วยความสวยงาม ความแปลก ความหลากหลายนี้ ทำให้กล้วยไม้นั้นเป็นที่นิยมกันทั่วโลก

แถมยังมีการนำสายพันธุ์ไปทำการปรับปรุงสายพันธุ์เพื่อให้ได้พันธุ์ใหม่ ๆ ออกมามากมายอีกด้วย แถมยังมีการผสมพันธุ์ข้ามสายพันธุ์ จนเกิดเป็นพันธุ์ใหม่ ที่มากกว่าหมื่นคู่

ทำให้กล้วยไม้นั้นมีความหลากหลายที่มากขึ้น สวยงามมากขึ้น แปลกมากขึ้น และมีราคาที่สูงขึ้นอีกด้วย

พันธุ์กล้วยไม้ป่า

ลักษณะทั่วไปของกล้วยไม้

กล้วยไม้นั้นเป็นพืชที่มีส่วนต่าง ๆ ที่สมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็น ต้น ใบ ราก ดอก และผล ซึ่งรากของกล้วยไม้นั้นจะไม่มีรากแก้ว ลำต้นนั้นจะไม่มีแก่นของไม้ ใบจะจัดเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวที่มีเส้นใบขนานกันตามความยาวของใบ ซึ่งมีรายละเอียดในส่วนต่าง ๆ ของลำต้น ดังต่อไปนี้

ราก

กล้วยไม้นั้นจะมีระบบของรากที่สามารถแบ่งออกได้หลากหลายชนิด เช่น รากดิน รากกึ่งอากาศ รากกึ่งดิน และรากอากาศ เป็นต้น ซึ่งระบบรากนั้นก็มีลักษณะดังต่อไปนี้

การขยายพันธุ์กล้วยไม้

ระบบรากดิน

กล้วยไม้นั้นจะมีระบบรากที่เกิดขึ้นจากหัวที่มีความอวบน้ำอยู่ใต้ดิน ตัวรากนั้นจะมีน้ำมาก เช่น กล้วยไม้สกุลนางอั้ว กล้วยไม้ในประเภทนี้จะพบมากที่สุดในบริเวณพื้นที่ที่มีความชัดเจนของสภาพอากาศ เช่น มีฤดูแล้ง

และฤดูฝนมีฝนตกชุก เมื่อถึงฤดูฝน หัวของกล้วยไม้นั้นจะทำการแตกหน่อออกมาเป็นใบ่ออน จะชูขึ้นมาพ้นผิวดิน และออกดอกในตอนปลายของฤดูฝน เมื่อพ้นต้นฤดูฝนไปแล้ว

ใบก็จะมีการทรุดโทรมลง และแห้งไป คงเหลือไว้แต่หัวที่อวบน้ำ และมีอาหารสะสมฝังอยู่ที่ใต้ดิน สามารถทนกับความแห้งแล้งได้ดี

กล้วยไม้ พันธุ์ ต่างๆ

ระบบรากกึ่งดิน

รากของกล้วยไม้ระบบนี้จะมีลักษณะที่อวบน้ำ มีขนาดใหญ่ หยาบ และมีการแตกแขนงแผ่กระจายออกมาอย่างหนาแน่น สามารถทำการเก็บสะสมน้ำได้ดีพอสมควร กล้วยไม้ประเภทนี้นั้นจะพบได้ตามอินทรีย์วัตถุต่าง ๆ

ที่เกิดความเน่าเปื่อย ผุพัง หรือร่วงโรยลงไป กล้วยไม้ที่มีระบบของรากกึ่งดินแบบนี้ ก็คือ กล้วยไม้สกุลรองเท้านารี กล้วยไม้สกุลสเปโธกล๊อตติส กล้วยไม้สกุลเอื้องพร้าว เป็นต้น

วิธีขยายพันธุ์กล้วยไม้ป่า

ระบบรากกึ่งอากาศ

ระบบรากแบบนี้ของกล้วยไม้นั้นจะมีรากที่เป็นเซลล์ผิวของราก ที่มีชั้นเซลล์ที่หนา และมีลักษณะที่คล้ายกับฟองน้ำ ผิวข้างนอกนั้นจะเกลี้ยงไม่มีขนใด ๆ มีลักษณะคล้ายกับฟองน้ำ ทำการเก็บ และดูดน้ำได้ดีมาก สามารถนำน้ำไปใช้ในส่วนต่าง ๆ ตามเซลล์ผิวได้ตลอด

ความยาวของรากในระบบรากกึ่งอากาศนั้น มักจะมีรากแขนงที่ใหญ่ หยาบอยู่กันอย่างหนาแน่น ไม่มีรากขนอ่อน รากมีขนาดที่เล็กกว่ารากอากาศ กล้วยไม้ระบบรากกึ่งอากาศนี้ ก็คือ กล้วยไม้สกุลออนซิเดี้ยม กล้วยไม้สกุลแคทลียา เป็นต้น

กล้วยไม้ พันธุ์ ต่างๆ

ระบบรากอากาศ

กล้วยไม้ที่มีระบบรากแบบรากอากาศนั้นจะมีรากที่มีขนาดใหญ่ แขนงของรากนั้นจะหยาบ เซลล์ของรากนั้นจะมีผิวรากที่จะทำหน้าที่ดูดน้ำ เก็บน้ำ และนำเอาน้ำที่ได้มาไปตามรากได้เป็นอย่างดี ทำให้สามารถทนท่านต่อความแห้งแล้งได้เป็นอย่างดี

รากอากาศนั้นจะไม่ชอบอยู่ในภาพที่เปียก และแฉะนานเกินไป นอกจากนี้ ปลายของรากสดนั้นจะมีสีเขียวของคลอโรฟีลล์ซึ่งจะสามารถทำหน้าที่ปรุงอาหารได้เหมือนกับใบเลยทีเดียว เมื่อมีแสงสว่าง เพราะฉะนั้น รากประเภทนี้จึงไม่หลบแสง

เหมือนรากต้นไม้ดินทั่ว ๆ ไปนั่นเอง กล้วยไม้ที่มีระบบรากแบบนี้ ก็คือ กล้วยไม้สกุลช้าง กล้วยไม้สกุลแวนด้า กล้วยไม้สกุลแมลงปอ กล้วยไม้สกุลกุหลาบ กล้วยไม้สกุลเข็ม และกล้วยไม้สกุลเรแนนเธอร่า เป็นต้น

การขยายพันธุ์กล้วยไม้แวนด้า

ลำต้น

ลำต้นของกล้วยไม้นั้นจะหมายถึงส่วนที่เป็นบริเวณของข้อ ที่อยู่เหนือข้อ และติดอยู่กับข้อจะมีตา ตานั้นอาจจะแตกออกเป็นหน่อออ่อน กิ่งอ่อน หรือจะเป็นช่อของดอกก็ได้ ส่วนที่เป็นข้อนั้นจะมีใบ กาบใบ หรือกาบของลำต้นที่ไม่มี

ส่วนของใบเจริญออกมาก็ได้ ส่วนที่อยู่ระวห่างข้อนั้นจะเรียกว่า ปล้อง สำหรับลำต้นของกล้วยไม้ที่มีการโผล่ออกมาพ้นจากเครื่องปลูกนั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท นั่นก็คือ ลำต้นแท้ และลำต้นเทียมนั่นเอง

การ ขยาย พันธุ์ กล้วยไม้ สกุล หวาย

ลำต้นแท้

ลำต้นแท้นั่นก็คือ ลำต้นที่มี ปล้อง ข้อ เหมือนกับลำต้นของพืชที่มีใบเลี้ยงเดี่ยวโดยทั่วไป ที่ส่วนเหนือข้อนั้นก็จะมีตา ซึ่งตานั้นสามารถเจริญไปเป็นหน่อใหม่ และสามารถเป็นช่อของดอกได้ ลำต้นประเภทนี้จะมีการเจริญเติบโตออกไปเป็นทางยอด ซึ่งก็ได้แก่ กล้วยไม้แมลงปอ กล้วยไม้รองเท้านารี และกล้วยไม้สกุลแวนด้า

วิธีแยกหน่อกล้วยไม้

ลำต้นเทียม

ลำต้นเทียมนั้นเราจะเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ลำลูกกล้วย ซึ่งส่วนนี้จะทำหน้าที่สะสมอาหาร ตาที่อยู่รอบ ๆ ข้อบน ๆ ของลำลูกกล้วยนั้น จะสามารถทำการแตกออกไปเป้นหน่อ หรือเป็นช่อดอกก็ได้ แต่ลำต้นที่แท้จริงของกล้วยไม้ประเภทนี้ก็คือ เหง้า

ซึ่งจะเจริญไปในแนวนอน ไปตามผิวของเครื่องปลูกนั่นเอง ซึ่งลักษณะของเหง้านั้นจะมีข้อ และปล้องที่ถี่ กล้วยไม้ที่มีลำต้นลักษณะแบบนี้ ก็คือ กล้วยไม้สกุลหวาย กล้วยไม้เอพิเด็นดรั้ม กล้วยไม้แคทลียา และกล้วยไม้สกุลออนซิเดี้ยม

พันธุ์กล้วยไม้ป่า

พันธุ์กล้วยไม้ที่ได้รับความนิยม มีทั้งหมด 10 อันดับ ดังต่อไปนี้

1. แคทลียา (Cattleya Orchids)
2. ฟาแลนนอปซิส (Phalaenopsis Orchids)
3. แวนด้า (Vandas)
4. กล้วยไม้สกุลหวาย (Dendrobium)
5. รองเท้านารี (Paphiopedilum Orchids)
6. ออนซิเดียม (Oncidiums)
7. มิลโทนอปซิส (Miltonopsis)
8. กล้วยไม้เอื้อง (Phragmipedium Orchids)
9. โอดอนโทกลอสซัม (Odontoglossum)
10. ซิมบิเดียม ทนร้อน (Cymbidium)

ดอกกล้วยไม้ป่า

การปลูกกล้วยไม้

วิธีการปลูกนั้นจะเป็นปัจจัยอีกปัจจัยหนึ่ง ที่จะเป็นตัวบังคับเรื่องการเจริญเติบโตของกล้วยไม้ ถ้าใช้วิธีการปลูกที่ไม่เหมาะสม กล้วยไม้ก็จะไม่มีการเจริญเติบโตงอกงาม

หรือไม่งามเท่าที่ควร ดังนั้นผู้ที่ปลูก หรือเลี้ยงกล้วยไม้นั้น จะต้องทำการศึกษาวิธีการปลูกกล้วยไม้เอาไว้ให้ดี และจะต้องเลือกภาชนะปลูก เครื่องปลูกให้ดี รวมถึงวิธีการให้น้ำ ให้ปุ๋ยของกล้วยไม้ชนิดต่าง ๆ นั่นเอง

กล้วยไม้พันธุ์ต่างๆ

ภาชนะที่ใช้ปลูกกล้วยไม้ มีมากมาย อาทิเช่น

– กระถางดินเผาทรงเตี้ย
– กระถางดินเผาทรงสูง
– กระเช้าไม้สัก
– กระเช้าพลาสติก
– กระถางดินเผามีรูก้นกระถาง
– ท่อนไม้ที่มีเปลือก
– ต้นไม้ใหญ่
– เครื่องปลูก
– ออสมันด้า
– กาบมะพร้าว
– ถ่าน
– ทรายหยาบและหินเกล็ด
– อิฐหักและกระถางดินเผาแตก

กล้วยไม้ไทย

วิธีการปลูกกล้วยไม้

การล้างลูกกล้วยไม้

– การล้างลูกกล้วยไม้ คือการล้างลูกกล้วยไม้จากการเพาะเนื้อเยื่อออกมาจากขวดเพาะ แล้วจากนั้นให้ทำการล้างเอาวุ้นอาหารออก นำไปจุ่มลงในน้ำยาที่มีชื่อว่า นาตริฟิน ในอัตราส่วนน้ำยา 1 ส่วน ต่อน้ำสะอาด 2,000 ส่วน จากนั้นนำไปผึ่งให้แห้งในที่ร่ม จากนั้นแยกลูกกล้วยไม้ออกเป็น 2 ขนาด คือ ขนาดเล็ก และขนาดใหญ่

ดอกกล้วยไม้

การปลูกลูกกล้วยไม้ขนาดเล็ก

การปลูกลูกกล้วยไม้ขนาดเล็กนั้น จะต้องทำการปลูกใน กระถางหมู่ หรือกระถางดินเผาทรงสูง ที่มีขนาด 4-6 นิ้ว ทำการองก้นกระถางด้วยถ่านที่มีขนาด 1 นิ้ว โดยประมาณ สูงจนเกือบจะถึงขอบล่างของกระถาง

จากนั้นให้โรยทับด้วยออสมันด้า ให้มีความหนา 1 นิ้ว โดยประมาณ ให้ระดับของออสมันด้า ต่ำกว่าระดับขอบกระถาง ครึ่งนิ้ว โดยประมาณ ใช้ไม้ที่มีลักษณะกลม เจาะที่ผิวหน้าออสมันด้า ที่อยู่ในกระถาง

ให้รูนั้นมีความลึก กว้าง พอสมควร จากนั้นใช้ปากคีบ คีบลูกกล้วยไม้เบา ๆ เอารากหย่อนลงไปในรูที่เรานั้นเจาะเอาไว้เมื่อครู่ ให้รากนั้นมีการตั้งตรง จากนั้นก็กลบออสมันด้าลงไปในรูให้ทับรากจนเรียบร้อย

จะต้องมีการเว้นระยะห่างให้พอสมควร ซึ่งกระถางหมู่ ที่มีขนาดปากกว้าง 4 นิ้ว จะสามารถทำการปลูกลูกกล้วยไม้ได้ 40-50 ต้น โดยประมาณ

การปลูกลูกกล้วยไม้ขนาดใหญ่

การปลูกลูกกล้วยไม้ขนาดใหญ่นั้น จะต้องทำการปลูกในกระถางที่มีขนาด 1 นิ้ว โดยใช้ไม้แข็ง ๆ ค่อย ๆ แคะออสมันด้าในกระถางตามแนวตั้งออกมา จากนั้นใช้นิ้วมือรัดเส้นออสมันด้าให้ยังมีรูปทรงตามเดิม

จากนั้น ค่อย ๆ ทำการแบะออสมันด้าให้แผ่ออกบนฝ่ามือ ทำการหยิบลูกกล้วยไม้มาวางทับลงไป ให้โคนของต้นนั้นอยู่ในระดับผิวหน้าตัดของออสมันด้าพอดี

หรือจะให้ต่ำกว่าก็ได้ แต่จะต้องต่ำกว่าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จากนั้นก็ทำการรวบออสมันด้าเข้าด้วยกัน นำกลับไปใส่ในกระถางตามเดิม